ต้นกำเนิดเทศกาลเชงเม้งและเทือกเขาเหมียนซาน

แชร์บทความ

เรื่องโดย ปริวัฒน์ จันทร

เทศกาลเชงเม้งหรือชิงหมิงเจี๋ย (清明节) เป็นวันที่ชาวจีนทั้งประเทศและชาวจีนโพ้นทะเลทั่วโลกจะทำพิธีเซ่นไหว้บรรพชนที่สุสานหรือที่บ้าน ในวันที่ ๕ เมษายน หรือก่อนหลัง ๑ วัน และถือเป็นวันหยุดราชการของประเทศจีน เพื่อให้ลูกหลานได้แสดงออกถึงความกตัญญูรู้คุณต่อบรรพบุรุษที่มีการสืบทอดมาอย่างยาวนานถึง ๒,๕๐๐ ปี เป็นเทศกาลที่แฝงความหมายทางวัฒนธรรมอันอุดมยิ่ง

แท้ที่จริงแล้ว ประเพณีเชงเม้งเริ่มต้นจากที่ไหน มีประวัติความเป็นมาอย่างไร

เทือกเขาเหมียนซาน (绵山) หรือเจี้ยซาน (介山) ภาคกลางของมณฑลซานซี มีตำนานเรื่องราวเกี่ยวกับกับเจี้ยจื่อทุย (介子推) (? – ถึงปี ๖๓๖ ก่อนคศ.) บุคคลสำคัญที่มีชื่อฝากไว้แก่แผ่นดินจีน ทั้งชื่อของขุนเขา (เจี้ยซาน) ชื่อของอำเภอ (อำเภอเจี้ยซิว) และประเพณีสำคัญของประเทศ (เชงเม้ง) ดังคำกล่าวที่ว่า “ขุนภูไม่ต้องสูงตระหง่าน ขอมีเซียนสถิตก็เลื่องชื่อ” “山不在高,有仙则名 และเรื่องราวจิ้นเหวินกง (晋文公) (ปี ๖๙๗-๖๘๒ ก่อนคศ.) เจ้าครองแคว้นจิ้นที่มีชื่อเสียงของซานซี

เล่ากันว่าในสมัยชุนชิว จิ้นเสี้ยนกงเจ้าผู้ครองแคว้นจิ้นหลงเสน่ห์เมียน้อยชื่อหลีจี ต้องการให้บุตรของนางขึ้นเป็นรัชทายาท บุตรชายคนที่ ๑ ๒ และ ๓ ของเมียหลวงจึงต้องหนีเอาตัวรอด กลายเป็นเจ้าชายพเนจร เจ้าชายคนที่ ๒ ชื่อ ฉงเอ่อร์ (重耳) หนีหัวซุกหัวซุนเพื่อไปขอความช่วยเหลือยังแคว้นอื่น ๆ มีครั้งหนึ่งฉงเอ่อร์อดข้าวจนเป็นลม เจี้ยจื่อทุย-อำมาตย์ผู้ซื่อสัตย์ไม่รู้จะไปหาอาหารจากที่ใด จึงยอมเฉือนเนื้อจากต้นขาของตนเองหนึ่งชิ้น จัดการย่างให้สุก แล้วให้ฉงเอ่อร์ทานบอกว่าเป็นเนื้อกระต่ายป่า ฉงเอ่อร์จึงรอดจากการอดตาย ผ่านไป ๑๙ ปี บุญพาวาสนาส่ง ฉงเอ่อร์ได้เป็นใหญ่ กลับมาครองแคว้นจิ้นของบิดา มีนามว่าจิ้นเหวินกง ได้ตอบแทนคุณผู้เคยจงรักภักดีต่อพระองค์อย่างถ้วนทั่ว แต่กลับลืมชื่อเจี้ยจื่อทุยไป ทว่าเจี้ยจื่อทุยไม่ได้น้อยเนื้อต่ำใจ กลับไปอยู่ดูแลมารดาบนภูเขา กระทั่งเมื่อมีผู้ทักท้วงจิ้นเหวินกงจึงจำได้ รับสั่งให้คนไปติดตามตัวเจี้ยจื่อทุยมาเข้าเฝ้า

เหตุการณ์เผาไม้บนเขาเหมียนซาน

จิ้นเหวินกงให้คนไปตามเจี้ยจื่อทุย แต่ด้วยภูเขาเหมียนซานมีความกว้างใหญ่มาก จึงตามหาไม่พบเวลานั้นจิ้นเหวินกงจึงให้จุดไฟเผาไม้บนเขาไว้สามทาง เหลือทางลงเขาไว้ทางเดียว โดยคิดว่าเจี้ยจื่อทุยต้องพามารดาลงมาจากเขาทางนั้นแน่ (เป็นที่น่าแปลกใจยิ่งนักว่า ในเพลานั้นทำไมจิ้นเหวินกงจึงคิดทำเช่นนี้ได้??!!) ไฟโหมลุกไหม้ป่าอยู่สามวัน ก็ไม่มีวี่แววของเจี้ยจื่อทุย พอเพลิงสงบทหารจึงได้ออกค้นหา ก็พบศพของเจี้ยจื่อทุยกับมารดาถูกไฟครอกตายอยู่ใกล้กับซากต้นหลิวขนาดใหญ่ ยังพบชายเสื้อของเจี้ยจื่อทุย เขียนจดหมายลาตายถึงจิ้นเหวินกงด้วยโลหิต โดยเฉพาะคำว่า “ชิงหมิง” (清明) หรือ “เชงเม้ง” เพื่อเตือนสติจิ้นเหวินกงให้ “สะอาดและโปร่งใส” “เข้าใจอะไรถูกอะไรควร” และเป็นที่มาของคำว่า “เชงเม้ง” ถ้อยคำนี้มีว่า (割肉奉君尽丹心,但愿主公常清明。)เฉือนเนื้อถวายไท้ด้วยใจภักดิ์ เพียงหวังภูวไนยรักสัตย์ซื่อคุณธรรม

การเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่หน้าสุสาน
ภาพวาดเจี้ยจื่อทุยกับมารดา

จิ้นเหวินกงอ่านหนังสือโลหิตของเจี้ยจื่อทุยฉบับนี้ด้วยความโศกสลดยิ่งนัก สั่งการให้ฝังศพสองแม่ลูกของสมเกียรติ ณ ภูเขาเหมียนซาน แล้วให้เปลี่ยนชื่อภูเขาจากเหมียนซานเป็นเจี้ยซาน พร้อมสร้างอารามไว้อาลัยให้เจี้ยจื่อทุย กำหนดให้วันที่เจี้ยจื่อทุยถูกไฟครอกตายเป็นวันห้ามจุดไฟ ให้ทานอาหารอย่างเย็น ๆ 只吃冷食 พอครบสามปี จิ้นเหวินกงและข้าราชบริพารต่างพากันไปเซ่นไหว้หลุมศพของเจี้ยจื่อทุย ก็พบว่าซากต้นหลิวที่ถูกไฟไหม้กลับแตกหน่อแตกตาออกมาใหม่ จิ้นเหวินกงจึงตั้งชื่อต้นหลิวนี้ว่า ชิงหมิงหลิ่ว (清明柳) หรือต้นหลิวเชงเม้ง พร้อมรับสั่งให้ปวงประชาหลังวันหานสือ (寒食节) (รับประทานของเย็น) เป็นวันชิงหมิง (เชงเม้ง) เพื่อเซ่นไหว้ดวงวิญญาณของเจี้ยจื่อทุยกับมารดา

รูปปั้นเจี้ยจื่อทุยที่เหมียนซาน

ภายหลังในสมัยราชวงศ์ฮั่นและถัง วันหานสือกับชิงหมิงได้รวมเป็นวันเดียว และให้ชาวบ้านเซ่นไหว้บรรพบุรุษของครอบครัว ปัจจุบันชาวบ้านธรรมดาอาจลืมเลือนเรื่องราวของท่านเจี้ยจื่อทุย แต่ยังคงสืบสานประเพณีวันเซ่นไหว้บรรพบุรุษ-จี้จู่ (祭祖) ทำความสะอาดกวาดสุสาน-ส่าวมู่ (扫墓) และเผากระดาษเงินกระดาษทอง-กว้าจื่อ (挂纸) (หรือก๊วยจั้ว ในสำเนียงแต้จิ๋ว) เพื่อความกตัญญูรู้คุณต่อบรรพชนและความเป็นสิริมงคลแก่อนุชนรุ่นหลัง

รูปปั้นเจี้ยจื่อทุยกับมารดาที่ภูเขาเหมียนซาน

ทุกวันนี้ บนโตรกผาอันสูงชันของเทือกเขาเหมียนซานหรือเจี้ยซาน ยังปรากฎสถานที่สำคัญหลายแห่งท่ามกลางภูมิทัศน์อันยิ่งใหญ่ตระการตา เช่น อารามต้าหลัวกง (大罗宫) ตำหนักเซียนที่อยู่ชั้นสูงสุดตามความเชื่อของศาสนาเต๋า สร้างแนบภูผาชันของเหมียนซาน เคยเป็นที่พักของเจี้ยจื่อทุย ภายหลังมีการบูรณะก่อสร้างมาในหลายยุคสมัย และมีรูปเคารพของเจี้ยจื่อทุย วัดหยุนเฟิงแห่งผาเป้าฟู่ (云峰寺抱腹岩) มีประวัติการสร้างมาตั้งแต่ยุคสามก๊กอายุกว่า ๑,๗๐๐ ปี สร้างขึ้นไปบนหน้าผาเป้าฟู่ มีความสูง ๖๐ ม. ลึก ๕๐ ม.ยาว ๑๘๐ ม. มีตำหนักสองชั้น เป็นวัดพุทธรวมกับเต๋า ภายในมีวิหารพระไวโรจนะ ตำหนักเง็กเซียนฮ่องเต้ ตำหนักห้ามังกร ฯลฯ ภายในเก็บรักษารูปปั้นเจี้ยจื่อทุยที่ชาวบ้านนับถือมากที่สุด และยังเก็บรักษารูปมังสะกายของพระภิกษุชาวจีนฮั่นคนแรกที่บรรลุพระอรหันต์ ภายในยังเก็บรักษางานจำหลักสมัยราชวงศ์ถัง ซ่ง หยวน หมิง ไว้ได้เป็นจำนวนมาก เป็นต้น

วัดหยุนเฟิงบนภูเขาเหมียนซาน
rotated
รูปปั้นเจี้ยจื่อทุย
รูปปั้นเจี้ยจื่อทุยที่หน้าอุทยานเหมียนซาน

ที่มาของประเพณีเชงเม้งที่ชาวจีนยึดถือปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน จึงมีจุดเริ่มต้นมาจากตำนานของเจี้ยจื่อทุยและเทือกเขาเหมียนซานในมณฑลซานซี และสืบสานเรื่องราวในแต่ละยุคสมัยต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบัน…

Tag ยอดนิยม

แชร์บทความ

Related Articles