
แม้ในประวัติศาสตร์โลกเรื่องราวความรักของหญิงและชายจะครองกระแสหลัก แต่หลักฐานของความรักระหว่างเพศเดียวกันซึ่งมักเป็นสิ่งต้องห้ามในสมัยโบราณ ก็มีให้พบเห็นได้ในบันทึกประวัติศาสตร์จีน เช่น คำว่า ‘ตุ้ยสือ’ (对食) คำศัพท์ที่ปรากฎขึ้นจากกลุ่มนางในสมัยราชวงศ์ฮั่น (202 ปีก่อนคริสต์ศักราช–ปี 220) มีความหมายถึงความรักเชิงชู้สาวระหว่างนางในด้วยกัน คำนี้หากแปลตรงตัวจะสื่อถึง ‘การกินเป็นคู่’ ซึ่งมีนัยยะสื่อถึงการ “กินกันเอง” หรือ “การร่วมเพศระหว่างหญิงกับหญิง”
คำว่า ‘ตุ้ยสือ’ (ตุ้ยแปลว่า ‘เผชิญหน้า’ และสือ แปลว่า ‘กิน’) มักถูกใช้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างข้ารับใช้หญิงในพระราชวัง ซึ่งในบางคู่รักจะมีหญิงหนึ่งคนแต่งกายเป็นชาย อีกคนแต่งกายเป็นหญิง ทั้งสองอยู่กินด้วยกัน โดยเรียกกันและกันว่าสามีภรรยา

ในช่วงศตวรรษที่ 2 ถึง 3 ขุนนางในยุคสามก๊กผู้มีนามว่า อิงเช่า (Ying Shao) เคยนิยามความรักระหว่างหญิงสองคนเอาไว้ว่าเป็นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นตอนมีหญิงในวังสองคนอยู่กินกันฉันสามีภริยา ซึ่งจะเกิดขึ้นในหมู่ข้าทาสบริวารและเหล่านางในของจักรพรรดิ เช่น ช่วงการครองราชย์ของจักรพรรดิฮั่นเฉิง (33-7 ปีก่อนคริสต์ศักราช) ก็เกิดเรื่องราวความสัมพันธ์เชิงชู้สาวอันลือลั่นระหว่างสาวใช้สองคนชื่อว่าเต้าฝาง (Dao Fang) กับเฉากง (Cao Gong)

นอกจากนี้ บันทึกต้งเสวียนจื่อ (Dongxuanzi) หรือหนังสือโป๊จีนสมัยโบราณ ซึ่งว่ากันว่าถูกเขียนขึ้นช่วงศตวรรษที่ 5 นั้นก็มีการวาดภาพตัวอย่างการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงสองคนเอาไว้ด้วย ซึ่งเผยให้เห็นหนึ่งในกระบวนท่าที่เรียกว่า ‘ระบำคู่หงส์สีน้ำเงินตัวเมีย’ (The Paired Dance of the Female Blue Phoenixes) ซึ่งเป็นการมีเพศสัมพันธ์กันในท่าตีฉิ่ง หรือการที่อวัยวะเพศหญิงทั้งสองฝ่ายมากระทบหรือเสียดสีกัน

ต่อมา ในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง (ปี 1368-1912) มีภาพวาดอีโรติกรูปพ่อค้าแอบขายเซ็กซ์ทอย หรือ ของเล่นทางเพศให้กับเหล่าสาวใช้ในราชสำนัก ทำให้พวกนางสามารถทำกิจกรรมทางเพศร่วมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งบุรุษ
ทั้งยังมีการบันทึกเรื่องราวของเหล่าฮองเฮาที่ถูกจักรพรรดิลงโทษ หลังพบว่าไปหลับนอนกับสาวใช้ในวัง แม้ว่าเขาเองก็เลี้ยงสนมชายอยู่เช่นกัน

นอกจากนี้ ในสมัยราชวงศ์ถัง (ปี 617-907) ยังมีบันทึกความสัมพันธ์ระหว่างแม่ชีชาวพุทธและนักพรตหญิงลัทธิเต๋าเอาไว้ด้วย อย่างไรก็ดี ต่อมาคำว่าตุ้ยสือ ก็ยังสื่อถึงความรักเชิงชู้สาวระหว่างขุนนางกับนางในด้วยเช่นกัน
สำหรับครอบครัวที่มีสามีภรรยาหลายคนในยุคโบราณ พฤติกรรมหญิงรักหญิงกล่าวได้ว่าเป็นสิ่งยากจะห้ามได้ และบางครั้งก็สามารถยอมรับได้ หรือกระทั่งได้รับการสนับสนุน เห็นได้จากตำราสอนเรื่องเพศสัมพันธ์ในยุคถังเล่มหนึ่ง ที่นอกจากจะให้คำแนะนำสำหรับบุรุษที่อยากเพลิดเพลินกับสตรีสองคนในคราเดียวแล้ว ยังช่วยสอนให้สตรีสองคนเสพสมไปกับการสัมผัสอวัยวะเพศของกันและกันด้วย
(อ้างอิง: https://en.m.wikipedia.org/wiki/History_of_lesbianism


