ในปัจจุบัน บรรยากาศในตำบลเหมาไถที่เคยคึกคักไปด้วยผู้คนและยานพาหนะกลับเงียบสงบลงอย่างเห็นได้ชัด ถนนที่เคยเต็มไปด้วยกิจกรรม ตอนนี้กลับร้างไร้ผู้คน โรงงานผลิตเหล้าขนาดกลางและเล็กจำนวนมากถึง 70% หยุดการผลิตไปแล้ว และผู้จัดการการขายที่เคยทำงานในธุรกิจเหล้า มากกว่า 30% ได้เปลี่ยนอาชีพไปแล้ว บางคนหันไปขับรถรับจ้างออนไลน์แทน
อุตสาหกรรมเหล้าหมักในมณฑลกุ้ยโจว กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าว thecover.cn ลงพื้นที่สำรวจเขตการผลิตจุนอี้เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่าสิ่งที่เคยเป็นภาพคุ้นตาของป้ายโฆษณาเรียงรายริมทางหลวงกลับหายไป หลายป้ายไม่ได้ใช้งานแล้ว และบางป้ายก็ไม่มีโฆษณา
ในอำเภอเหมาไถเองก็เงียบเหงากว่าที่เคย ร้านเหล้าริมถนนที่เคยคึกคักก็ปิดเงียบ ไม่ค่อยมีคนแวะมาซื้อหรือสอบถามเหมือนในอดีต
เจ้าของบริษัทเหล้าชื่อดังในท้องถิ่นได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา 70% ของโรงงานในพื้นที่เหมาไถได้หยุดการผลิตลง และมากกว่า 30% ของผู้จัดการการขายได้หันไปทำงานในสาขาอื่น หลายคนเลือกที่จะทำงานเป็นคนขับรถรับจ้างออนไลน์แทน
จากข้อมูลที่ได้รับ โรงเหล้าขนาดกลางและเล็กส่วนใหญ่ในพื้นที่ โดยเฉพาะโรงงานที่มีเงินทุนไม่สูงมาก หากไม่มีคำสั่งซื้อจากโรงงานใหญ่ ก็จะไม่สามารถผลิตได้ หรือบางครั้งก็ต้องผลิตตามคำสั่งเฉพาะจากลูกค้า แต่ในปัจจุบันไม่ว่าจะโรงงานใหญ่ โรงานเล็ก รวมถึงผู้จัดจำหน่ายหลายแห่งล้วนไม่มีออเดอร์เข้ามา
การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมส่งผลกระทบต่อราคาของเหล้า ทำให้ราคาตกอย่างรวดเร็ว โดยไม่กี่ปีที่ผ่านมาเหล้าหมักคุนซา (เหล้าขาวประเภทหนึ่ง) ที่ผลิตในเมืองหวยเหรินของกุ้ยโจว จะไม่มีขายในราคาต่ำกว่า 200 หยวน (ราว 920 บาท) ต่อขวด (ครึ่งลิตร) แต่ตอนนี้ในตำบลเหมาไถเหล้าชนิดนี้ขายกันในราคาเพียง 30 หยวน (ราว 138 บาท)
ผู้สื่อขาวเห็นการขายเหล้าหมักในรูปแบบโปรโมชั่นสุดพิเศษ เช่น เฝิงเสี่ยวหนิง ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรุงเหล้าชื่อดัง ได้ออกโปรโมชั่น “99 หยวน (ราว 455 บาท) ซื้อ 1 แถม 1” โดยเขากล่าวว่าเหล้าชนิดนี้ทำมาจากข้าวฟ่างแดงเหนียวพื้นเมืองและเหล้าที่หมักหลายรอบ ผสมผสานกับเหล้าเก่าอายุ 30 ปีเพื่อสร้างรสชาติที่โดดเด่น
การปรับตัวครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับราคา หรือยอดสั่งซื้อ แต่ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่ช่วยให้โรงงานใหญ่ๆ สามารถผลิตเหล้าได้ในปริมาณมหาศาล บางแห่งผลิตได้มากถึง 20,000 ตันต่อปี โดยใช้หุ่นยนต์ช่วย ทำให้ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
โรงงานแห่งนี้สามารถใช้บ่อหมักใหม่ที่มีความจุถึง 1,000 ตัน ซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่าบ่อหมักแบบดั้งเดิมถึง 100 เท่า และสามารถหมุนเวียนการผลิตได้ตลอดทั้งปี ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและความสามารถในการผลิต โรงงานขนาดใหญ่หลายแห่งจึงมีความได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด โรงงานขนาดกลางและเล็กที่ไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงนี้ อาจต้องเผชิญกับการปิดตัวไปอย่างถาวร


