สื่อมะกันเผยมุมมองผู้ค้าอี้อู ต่อกำแพงภาษีสหรัฐฯ

แชร์บทความ

สำนักข่าวจากสหรัฐลงพื้นที่บุกตลาดค้าส่ง”อี้อู” ศูนย์กลางสินค้าการจำหน่ายสินค้าจากจีนสู่คนทั่วโลก พบว่าผู้ขายไม่กังวลใจหลังสหรัฐจ่อขึ้นภาษีนำเข้า พร้อมมุ่งขยายกิจการต่อไป

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2025 สำนักข่าวเอ็นพีอาร์ (National Public Radio) ของสหรัฐฯ เผยแพร่บทความชื่อ “เมืองการค้าในจีนมองภาษีสหรัฐฯ อย่างไร” ในบทความระบุว่าเกือบทุกร้านค้าและครัวเรือนในสหรัฐฯ มีสินค้าที่ผลิตจากจีน แต่ทางผู้สื่อข่าวเองก็ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เยี่ยมชม “ศูนย์การค้าระหว่างประเทศอี้อู (义乌国际商贸城, Yiwu International Trade City)” ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ที่รวบรวมสินค้าจากโรงงานทั่วเมืองอี้อูและบริเวณใกล้เคียงก่อนส่งต่อไป “ทั่วโลก” ไม่ว่าจะเป็นกิ๊บติดผม ของเล่นพลาสติก หรือเครื่องครัว 

หวังหนานเจ้าของร้านค้าส่งร้านหนึ่งในตลาดอี้อู ร้านของเธอจำหน่ายสินค้าโลหะทุกชนิด เช่น พลั่ว เลื่อย หรือเครื่องวัดระดับน้ำ เธอกล่าวว่า “ฉันมาที่อี้อูตั้งแต่ปี 2000 ตอนนั้นได้เจอสินค้ามากมายที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เลยไม่อยากไปจากที่นี่อีกเลย” 

เดิมทีเธอทำงานในวงการการพิมพ์ ต่อมาญาติเริ่มทำสินค้าโลหะ เธอจึงผันตัวมาเป็นผู้ค้าส่ง และในปัจจุบันเธอมีลูกค้าที่มาจากหลากหลายประเทศ ขณะที่ให้สัมภาษณ์ นักข่าวยังเห็นชายชาวเซเนกัล 2 คนเดินเข้ามาสั่งของ โดยสินค้าที่สั่งจะถูกส่งไปยังบริษัทแห่งหนึ่งในชานเมืองนิวยอร์ก

หวังหนาน ตั้งใจจะส่งต่อกิจการให้ลูกสาววัย 25 ปี ซึ่งเดินทางไปยังรัฐเทกซัสและรัฐอื่นๆ ในสหรัฐฯ อยู่บ่อยครั้งเพื่อเข้าร่วมงานแสดงสินค้าหรือพบลูกค้าใหม่ ๆ เธอกล่าวว่า “ที่อี้อูผู้หญิงคือกำลังหลักที่ขับเคลื่อนธุรกิจ”

แม้ว่าสหรัฐฯ จะเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน แต่หวังหนาน ยังมองเห็นโอกาสในตลาดอเมริกา เธอกล่าวว่า “ลูกค้าชาวอเมริกันยังต้องการเครื่องมือและยอมจ่ายแพงขึ้นได้บ้าง” เป้าหมายของเธอจึงไม่ใช่การลดราคา แต่คือการปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ให้ดูดีและคุ้มค่า

นีโคลจาง และสามีเปิดร้านขายกิ๊บติดผมและกิ๊บหนีบผมตั้งแต่ปี 2011 ปัจจุบันพวกเขามีทั้งโรงงานผลิตและคลังเก็บสินค้าเป็นของตัวเอง เธอเล่าว่าลูกค้าชาวอเมริกันบางรายขอให้เธอช่วยออกค่าภาษีนำเข้าอีกครึ่งหนึ่ง เธอกำลังเจรจาอยู่โดยเสนอว่า “อาจยอมแบ่งกำไรสัก 2% หรือ 3% เพื่อช่วยลูกค้าแบกรับภาษี”

ทีมข่าวยังได้เดินทางไปเยี่ยมโรงงานแห่งหนึ่งใกล้อี้อู และพบกับเจ้าของวัย 33 ปีชื่อว่า เจิงหาวเมื่อปีที่แล้ว เขาเริ่มต้นจากการซื้อเครื่องพิมพ์ 3 มิติ 20 เครื่องเพื่อผลิตของเล่นพลาสติก และนำรายได้ไปลงทุนเพิ่ม จนปัจจุบันมีเครื่องพิมพ์ถึง 4,000 เครื่อง ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันไม่หยุด เขากล่าวว่า “ตอนนี้ผมมีเป้าหมายในชีวิตแล้ว ผมอยากขยายธุรกิจในสายนี้ให้มากขึ้น”

ผลิตภัณฑ์ของเจิงหาว ก็ส่งออกไปทั่วโลกเช่นกัน รวมถึงสหรัฐฯ ด้วย โดยมีลูกค้าบางรายขอให้เขาช่วยออกภาษีนำเข้าเพิ่ม เขาตอบตกลง และกล่าวว่า “ต้นทุนสูงขึ้น ผมก็แค่ขึ้นราคาตาม ไม่มีอะไรน่ากังวล”สิ่งที่เราเห็นคือพ่อค้าแม่ค้าวัยหนุ่มสาวเหล่านี้คือตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ในจีนที่กำลังมุ่งมั่นสร้างธุรกิจอย่างจริงจังในระบบเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

Tag ยอดนิยม

แชร์บทความ

Related Articles