สหรัฐฯ ประกาศนโยบายภาษีใหม่เว้นภาษีสินค้ากลุ่มอุปกรณ์ชิป ทำให้บริษัท Zhongji Innolight จากจีนโล่งใจ หลังเติบโตอย่างรวดเร็วจนรายได้ปี 2024 พุ่งเกิน 2 หมื่นล้านหยวน บริษัทขยายฐานผลิตในไทยตั้งแต่ปี 2019 รองรับความต้องการ AI และรถยนต์อัจฉริยะ แม้ยังเผชิญความไม่แน่นอนจากนโยบายต่างประเทศ แต่ก็ต้องระวังการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ความผันผวนของนโยบายสหรัฐฯ เปลี่ยนเร็วยิ่งกว่าสภาพอากาศ ล่าสุด 12 เม.ย.ที่ผ่านมา สหรัฐฯ เผยนโยบายภาษีใหม่ แต่ยังเว้นกลุ่มสินค้า “อุปกรณ์ชิป” อย่างคอมพิวเตอร์ มือถือ โมดูลแสง และอุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ไม่ต้องเสียภาษีรอบนี้ ทำให้บริษัทผู้ผลิตอย่าง Zhongji Innolight (中际旭创) โล่งอกไปตามๆ กัน
บริษัทจากเมืองเยียนไถที่ก่อตั้งโดย “หวังเหว่ยซิว” และลูกชาย “หวังเสี่ยวตง” คู่นี้ เริ่มต้นจากธุรกิจอุปกรณ์พันขดลวด แต่ตัดสินใจเดิมพันครั้งใหญ่ด้วยการซื้อกิจการ InnoLight Technology Corporation (旭创科技) ในปี 2016 จนกลายมาเป็นผู้นำด้านโมดูลแสงระดับโลกในปัจจุบัน
หลังจากการเติบโตอย่างรวดเร็ว รายได้ปี 2024 พุ่งแตะ 2.39 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.1 แสนล้านบาท) กำไรสุทธิ 5.17 พันล้านหยวน (ราว 2.38 หมื่นล้านบาท) โดดเด่นเหนือบริษัท A-shares ส่วนใหญ่
หลังรับมือวิกฤตภาษีรอบนี้ได้ทัน และขยายฐานการผลิตมายังประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2019 เพื่อผลิต 400G และ 800G โมดูล รองรับความต้องการจากตลาดปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหลีกเลี่ยงผลกระทบจากภาษีสหรัฐฯ กลับยิ่งตอกย้ำวิสัยทัศน์การขยายกำลังผลิตสู่สากลของพ่อ-ลูกคู่นี้
ด้วยอานิสงส์จาก AI และความต้องการแบนด์วิธหรือปริมาณการรับส่งข้อมูลสูง โมดูลแสงของ Zhongji Innolight จึงกลายเป็นชิ้นส่วนสำคัญในศูนย์ข้อมูลของ Google และ Amazon โรงงานในไทยจึงกลายเป็น “หมากตัดเกม” สำคัญ ที่ช่วยให้บริษัทสามารถส่งออกได้อย่างราบรื่นในเวลาที่การเมืองระหว่างประเทศเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ขณะเดียวกัน บริษัทยังรุกตลาดยานยนต์อัจฉริยะ ด้วยการเข้าซื้อกิจการในจีนที่มีลูกค้าเป็นค่ายรถรายใหญ่ทั้ง BYD (比亚迪) ,SAIC Motor (上汽集团) ,GAC Group (广汽集团) และ Great Wall Motor (长城汽车) ถือเป็นอีกก้าวสู่ตลาดระดับ “ล้านล้าน” ของโลก
อย่างไรก็ตาม พวกเขายังต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากนโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะเมื่อทรัมป์อาจหวนคืนสู่เวทีอีกครั้ง ความท้าทายจึงยังไม่จบ แต่ “รอดแล้ววันนี้ ยังต้องรอดต่อไป”


