จีนเปิดตัวชิป AI สายพันธุ์ใหม่ ‘Xingguang Smart 5’ รวม 6 จุดแข็งไว้ในตัวเดียว
“ผมเชื่อว่าชิปตัวนี้จะเป็นผู้นำการปฏิวัติครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรม” เมื่อวันที่ 30 เม.ย.จางอวิ๋นตง รองหัวหน้าวิศวกรรม “โครงการชิปจีน Xingguang” และ CEO ของบริษัท Vimicro Corporation (中星微技术,) ประกาศว่า “Xingguang Smart 5” ชิป AI รุ่นใหม่ล่าสุดของบริษัท ได้รันโมเดล DeepSeek 16B ได้สำเร็จภายในห้องปฏิบัติการชิปเซนเซอร์ระดับชาติ และกลายเป็นชิปฝังตัว AI ตัวแรกที่จีนควบคุมได้อย่างเต็มรูปแบบ และสามารถรันโมเดลภาษาร่วมกับ Visual Foundation Model”ได้ในตัวเดียว
ชิปตัวนี้ใช้สถาปัตยกรรม GP-XPU แบบมัลติคอร์-เฮเทอโรจีนัส ซึ่งพัฒนาโดย Vimicro เอง และสามารถทำงานได้ดีกว่าโครงสร้างแบบ CPU+GPU ในหลายด้าน ทั้งประสิทธิภาพ ความหน่วงต่ำ ความคุ้มค่า ความปลอดภัย ฯลฯ จาง ยุ่นตง เรียกชิปนี้ว่า “นักรบหกเหลี่ยม” เพราะมีความสามารถรอบด้านในวงการชิป AI ที่มี 6 จุดแข็งหลัก ได้แก่ ประสิทธิภาพสูง ใช้พลังงานต่ำ ต้นทุนต่ำ ขนาดเล็ก ความปลอดภัยสูง และ ปรับใช้งานได้หลากหลาย
ชิป AI แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ชิป AI สำหรับคลาวด์ และชิป AI สำหรับอุปกรณ์ปลายทาง (Edge AI) โดยชิปคลาวด์มักติดตั้งในดาต้าเซ็นเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์กลาง ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ขณะที่ Edge AI ใช้งานในกล้อง, อุปกรณ์สวมใส่, บ้านอัจฉริยะ, หุ่นยนต์, โดรน ฯลฯ จาง ยุ่นตง ระบุว่า “Xingguang Smart 5” เป็นกรณีพิเศษที่ผสานพลังของทั้งสองด้านในตัวเดียว คือ มีพลังประมวลผลระดับคลาวด์ และมีความสามารถแบบเรียลไทม์เหมือน Edge AI พร้อมคุณสมบัติประหยัดพลังงาน ขนาดเล็ก และความปลอดภัยสูง ช่วยให้สามารถนำโมเดล AI ขนาดใหญ่ไปใช้แบบ Local ได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม
นับตั้งแต่ปี 2001 ที่ชิป “Xingguang No.1” ซึ่งเป็นชิปมัลติมีเดียดิจิทัลขนาดใหญ่ระดับล้านเกตตัวแรกของจีนถือกำเนิดขึ้น จนถึงปัจจุบันได้ผ่านการพัฒนา 5 รุ่นในระยะเวลากว่า 20 ปี เติ้งจงฮั่นผู้อำนวยการโครงการ “Xingguang Chinese Chip” และสมาชิกสถาบันวิศวกรรมจีน (Chinese Academy of Engineering) กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า “โครงการนี้ไม่เพียงยุติยุคไร้ชิปของจีน แต่ยังทำให้ชิปจีนก้าวออกสู่ตลาดโลก และสร้าง ‘ครั้งแรก’ ได้มากมาย”


