เมื่อวันที่ 28 เม.ย. บริษัทค้าปลีกขนมรายใหญ่ Mingming is Very Busy (鸣鸣很忙) จากมณฑลหูหนาน ยื่นไฟลิ่งเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงอย่างเป็นทางการ โดยในปี 2024 บริษัทฯ มียอดขายหน้าร้าน (GMV) ทะลุ 5.55 หมื่นล้านหยวน (ราว 2.51 แสนล้านบาท) และทำยอดคำสั่งซื้อได้กว่า 1.6 พันล้านรายการ ครองอันดับ 1 ในกลุ่มค้าปลีกขนมและเครื่องดื่มของจีน
เบื้องหลังความสำเร็จนี้ คือสองหนุ่ม Gen Y ที่เกิดหลังปี 1985 อย่าง “เยี่ยนโจว” และ “จ้าวติ้ง” ที่ต่างคนต่างเริ่มจากศูนย์ โดยเยี่ยนโจวเปิดร้านขนมชื่อ BUSY FOR YOU (零食很忙) ในฉางซา เมื่อปี 2017 ขณะที่จ้าวติ้งเปิดร้าน Zhao Yiming Snacks (赵一鸣零食) ในเจียงซี ปี 2019 สองแบรนด์เคยเป็นคู่แข่งกันในตลาดทางตอนใต้ของจีน แต่ในปี 2023 ตัดสินใจจับมือควบรวมกิจการเป็น Mingming is Very Busy พร้อมทุ่มงบกว่า 1 พันล้านหยวน (ราว 4.6 พันล้านบาท) เพื่อบุกตลาดภาคเหนืออย่างจริงจัง
ระหว่างปี 2022-2024 รายได้ของบริษัทเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จาก 4.286 พันล้านหยวน (ราว 1.3 หมื่นล้านบาท) สู่ 1.029 หมื่นล้านหยวน (ราว 4.65 หมื่นล้านบาท) ก่อนที่จะทะยานสู่ 3.934 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.77 แสนล้านบาท) ในปี 2024 พร้อมขยายร้านได้กว่า 14,394 สาขาทั่วประเทศ จุดแข็งของแบรนด์คือระบบคัดเลือกสินค้าแบบมืออาชีพ มีทีมเลือกสินค้าถึง 187 คน และระบบ “เลือกขนมด้วยกัน” ที่ให้พนักงานและร้านค้าโหวตสินค้าผ่านแอปฯ
กลยุทธ์ของ Mingming is Very Busy คือ “ปิดล้อมเมืองใหญ่จากชนบท” เริ่มบุกจากเมืองเล็กแล้วค่อยขยายไปยังย่านฮิตในเมืองใหญ่ นอกจากนี้ยังมีระบบดิจิทัลครบวงจร ตั้งแต่สั่งซื้อสินค้า คลังสินค้า ขนส่ง จนถึงระบบควบคุมร้านค้าแบบอัจฉริยะ
จ้าวติ้งมองว่า วงการขนมจีนเข้าสู่ยุค 3.0 แล้ว นั่นคือ “ของดี + ราคาดี” และต้องมีแบรนด์ของตัวเอง แบรนด์จึงเปิดตัวสินค้า “ฉลากแดง” ที่เน้นของราคาถูก เช่น ชาอู่หลง 600ml ขวดละแค่ 1.9 หยวน (ไม่ถึง 10 บาท) และสินค้า “ฉลากทอง” ที่เน้นวัตถุดิบคุณภาพระดับพรีเมียม และยังเตรียมปั้นแบรนด์ย่อยไว้ตอบโจทย์ตลาดเฉพาะกลุ่มอีกด้วย
กลยุทธ์หลักของแบรนด์คือ “กำไรบาง แต่ขายได้เยอะ” โดยคงอัตรากำไรไว้ราว 7.5% และยอดใช้จ่ายต่อบิลประมาณ 35 หยวน (ราว 161 บาท) Mingming is Very Busy ร่วมมือกับแบรนด์สินค้าอาหารดังๆ มากกว่า 50 ราย ใช้คลังสินค้ากว่า 36 แห่ง และระบบโลจิสติกส์ 24 ชั่วโมงที่ทำให้สินค้าหมุนเวียนเร็วมาก แค่ 11.6 วันต่อรอบเท่านั้น
25% ของสินค้าที่วางขายคือสินค้าสั่งผลิตพิเศษตามรสชาติท้องถิ่นและพฤติกรรมการกินในแต่ละพื้นที่ กลายเป็นกลยุทธ์เด็ดที่ผสมผสาน “ความไว้ใจในแบรนด์” กับ “ราคาที่จับต้องได้” ได้อย่างลงตัว
รายได้กว่า 99.5% ของบริษัทฯ มาจากการขายของจริง ไม่ได้พึ่งเงินจากผู้ซื้อแฟรนไชส์ โดยเฉลี่ยแล้วแต่ละแฟรนไชส์ที่ร่วมเป็นพันธมิตรมีหน้าร้านเกือบ 2 สาขา แสดงให้เห็นว่าระบบแฟรนไชส์ของแบรนด์นี้อยู่ได้จริง และขยายต่อได้
ปัจจุบัน Mingming is Very Busy มีสาขาครอบคลุม 28 มณฑล 1,224 เมือง โดย 58% อยู่ในเมืองระดับอำเภอหรือตำบล มีสมาชิกที่ลงทะเบียนกว่า 120 ล้านคน เป้าหมายต่อไปของ Mingming is Very Busy คือพัฒนาสินค้า สร้างแบรนด์ของตัวเอง ยกระดับซัพพลายเชน และพัฒนาระบบดิจิทัลให้ล้ำกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน


