
South China Morning Post รายงานเมื่อวันที่ 6 ก.ค. ว่าจีนสั่งห้ามหน่วยงานภาครัฐของจีนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์วงเงินสูงจากยุโรป เพื่อตอบโต้มาตรการกีดกันจีนของอียูที่เพิ่งประกาศเมื่อเดือนมิถุนายน โดยกระทรวงการคลังของจีนประกาศว่า รัฐบาลจะเริ่มใช้มาตรการควบคุมการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์บางรายการที่นำเข้าจากสหภาพยุโรป
ด้านกระทรวงพาณิชย์จีน กล่าวเพิ่มเติมว่าเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศมาตรการห้ามไม่ให้บริษัทจีนเข้าร่วมในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในภาคเครื่องมือแพทย์ โดยยังคงสร้างกำแพงการค้ากีดกันจีนแม้จีนจะแสดงความจริงใจหลายครั้ง จีนจึงจำเป็นต้องตอบโต้ด้วยมาตรการที่เท่าเทียมกัน เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของบริษัทจีนและสร้างสภาพแวดล้อมการค้าที่ยุติธรรม
-
มาตรการของจีนเจาะจงผู้ผลิตยุโรป
ประกาศของกระทรวงการคลังจีน ระบุว่าในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ หากวงเงินงบประมาณเกิน 45 ล้านหยวน (ประมาณ 204 ล้านบาท) และจำเป็นต้องจัดซื้อเครื่องมือแพทย์จากต่างประเทศ ผู้จัดซื้อจะต้อง ตัดสิทธิ์บริษัทในสหภาพยุโรป (ยกเว้นบริษัทจากอียูที่ผลิตในจีน) จากการเข้าร่วมประมู และหากบริษัทที่เข้าร่วมไม่ได้มาจากอียู แต่เสนอสินค้าที่นำเข้าจากอียู สัดส่วนของเครื่องมือแพทย์จากอียูต้องไม่เกิน 50% ของมูลค่าสัญญา อย่างไรก็ตาม ก็ยังเปิดช่องว่าหากมีเพียงสินค้าจากอียูเท่านั้นที่ตอบโจทย์ทางเทคนิค ก็สามารถจัดซื้อได้ตามปกติ
-
ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยุโรป
ผู้ประกอบการในวงการเครื่องมือแพทย์จีนให้สัมภาษณ์กับ Global Times ว่า มาตรการนี้มุ่งเป้าเฉพาะสินค้าระดับสูงจากยุโรป ซึ่งกระทบต่อบริษัทอย่าง Siemens และ Philips โดยตรง ขณะที่ผู้ผลิตจีน เช่น United Imaging (联影) และ Neusoft Medical (东软医疗) เริ่มเข้ามาแทนที่ในตลาดภาพวินิจฉัยอย่าง CT และ MRI มากขึ้น
จากรายการสินค้าที่ได้รับผลกระทบ มีทั้งอุปกรณ์ทั่วไปและอุปกรณ์ขนาดใหญ่ เช่น เครื่องเอกซเรย์ เครื่อง MRI ฯลฯ รวมทั้งหมด 50 รายการ
-
ประเทศนอกอียูพร้อมเสียบแทน
จีนยืนยันว่ามาตรการนี้ไม่กระทบบริษัทยุโรปที่มีฐานการผลิตในจีน และไม่ได้ปิดตลาดเครื่องมือแพทย์จากทุกประเทศ
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เครื่องมือบางอย่าง เช่น หัวใจเทียม, อุปกรณ์หมุนเวียนโลหิตภายนอกร่างกาย, อุปกรณ์ฝังหรือแทรกแซง แม้ยุโรปจะยังได้เปรียบด้านเทคโนโลยี แต่มีราคาแพง และสินค้าจากประเทศอื่นนอกอียูก็สามารถเข้ามาแทนที่ได้ในตลาดจีน
-
จีนมั่นใจในศักยภาพอุตสาหกรรมในประเทศ
ปี 2024 มูลค่านำเข้าเครื่องมือแพทย์ของจีนอยู่ที่ 3.58 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.25 ล้านล้านบาท) ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 4.7 ซึ่งเป็นผลจากการที่จีนลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศอย่างต่อเนื่อง จนสามารถผลิตได้เองในหลายประเภท โดยเครื่องมือแพทย์ระดับ 5 ล้านหยวน (ราว 22.71 ล้นาบาทป สัดส่วนการใช้ของจีนอยู่ที่ 60-80% ส่วนเครื่องมือแพทย์ระดับ 10 ล้านหยวน (ราว 45.41 ล้านบาท) ขึ้นไป สัดส่วนการใช้อยู่ที่ 30-50% ถึงแม้จะไม่ได้นำเข้าเลย จีนก็ยังสามารถจัดหาสินค้ากลุ่มนี้ได้ครึ่งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม เครื่องมือชั้นสูงบางประเภท เช่น PET-CT, หุ่นยนต์ผ่าตัดรุ่นที่ 4, อุปกรณ์รังสีบำบัดระดับสูง ยังต้องพึ่งการนำเข้า
-
จีนเตรียม “แซงทางโค้ง” ใน 2-3 ปีข้างหน้า
ผู้เชี่ยวชาญด้านโรงพยาบาลจีนระบุว่า หากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้รับการใช้จริงอย่างแพร่หลาย จีนจะสามารถพัฒนาเครื่องมือแพทย์แบบใหม่ที่ข้ามขั้นจากของเดิม แทนที่จะไล่ตามแบบดั้งเดิม
ตลาดเครื่องมือแพทย์ระดับสูงของจีนในยุค “แผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะ 5 ปีฉบับที่ 15” อาจโตแตะระดับ 2.27 ล้านล้านหยวน (ราว 10.31 ล้านล้านบาท) คิดเป็น 28% ของตลาดโลก นอกจากนี้สินค้าในประเทศจะเริ่มส่งไปขายในต่างประเทศมากขึ้น และการจัดซื้อจัดจ้างแบบรวมศูนย์ (central procurement) จะช่วยผลักดันสินค้าการแพทย์แบรนด์จีนให้เข้าสู่โรงพยาบาลมากขึ้น
- สรุป
จีนตอบโต้ยุโรปด้วยมาตรการจำกัดการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์จากอียู โดยมุ่งเน้นเฉพาะการจัดซื้อของรัฐบาลที่มีวงเงินสูง เครื่องมือจากบริษัทที่ผลิตในจีนจะไม่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ผู้ผลิตยุโรปจะได้รับผลโดยตรง โดยเฉพาะในหมวด MRI, CT ในขณะที่จีนก็กำลังมุ่งลดการพึ่งพาการนำเข้าและเร่งพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง เพื่อแข่งขันในตลาดโลก


