เกิดกรณีอื้อฉาวในญี่ปุ่น เมื่อ หวังลี่คุน นักศึกษาปริญญาโทชาวจีนจากมหาวิทยาลัยเกียวโต ถูกจับกุมข้อหาโกงข้อสอบ TOEIC ที่จัดสอบในโตเกียวเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยพยายามใช้บัตรนักศึกษาคนอื่นเข้าห้องสอบ พร้อมซ่อนไมโครโฟนจิ๋วในหน้ากากเพื่อส่งคำตอบออกไปยังผู้ร่วมขบวนการ
หลังสอบสวน พบว่ามีผู้สมัครสอบสัณชาติจีนที่ศึกษาอยู่ในญี่ปุ่นกว่า 803 คนที่ใช้ที่อยู่เดียวกันหรือคล้ายกันกับหวัง ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้เพื่อให้สมาชิกในขบวนการได้สอบในห้องเดียวกัน ตำรวจยังพบว่ามีผู้เข้าสอบอย่างน้อย 77 รายที่ได้รับคำตอบผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากหวัง
เมื่อเรื่องแดง ทางผู้จัดสอบ TOEIC ในญี่ปุ่นตัดสินใจยกเลิกผลสอบย้อนหลังทั้งหมดของนักศึกษาทั้ง 803 คน และห้ามเข้าสอบอีกเป็นเวลา 5 ปี ส่งผลให้อนาคตของนักเรียนหลายรายสั่นคลอน และอาจเผชิญความเสี่ยงถูกส่งตัวกลับประเทศ
กลุ่มโกงสอบเหล่านี้มีเครือข่ายโฆษณาอย่างเปิดเผยในโซเชียลมีเดียจีน อ้างรับประกันคะแนนสูง การันตีคะแนน 800 ขึ้นไป หรือ “รับทำข้อสอบ TOEIC, สมัครมหาวิทยาลัย, จบการศึกษา ค่าบริการการว่าจ้างสอบแทนหนึ่งครั้งมีราคาตั้งแต่ 400,000 ถึง 2,000,000 เยน (ราว 88,522-442,574 บาท) บางแพ็คเกจถึงขั้นเสนอ “จบการศึกษาแบบครบวงจร” แน่นอนว่าผู้ที่ยอมจ่ายก็มีอยู่ไม่น้อย
ในประเทศจีน การรับจ้างสอบแทนถือเป็นอาชญากรรม โดยมีบทบัญญัติในกฎหมายอาญาอย่างชัดเจน และมีโทษจำคุก แต่ยังมีนักเรียนจีนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่า “ญี่ปุ่นค่อนข้างผ่อนปรน” บวกกับช่องว่างทางภาษาและระบบการศึกษา ทำให้เข้าใจผิดว่า “โอกาสถูกจับมีน้อย และผลกระทบก็ไม่ร้ายแรง”
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วงการศึกษาญี่ปุ่นมีข่าวเกี่ยวกับนักศึกษาต่างชาติที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกงสอบหรือการรับจ้างสอบแทนออกมาอย่างต่อเนื่อง
สถิติของสถานีโทรทัศน์ TBS ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา มีคดีทุจริตลักษณะนี้เกิดขึ้นมากกว่า 15 คดี โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับนักศึกษาจีนและเวียดนาม
เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่เพียงทำลายความยุติธรรมของระบบการสอบเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อภาพลักษณ์ของชาวต่างชาติในญี่ปุ่นโดยรวมในทางลบอีกด้วย


