รายได้ปีละ 8 ล้านบาท! เหล่าหัวกะทิจีนหัน ‘ขายประกันในฮ่องกง’

แชร์บทความ

มาแรงในหมู่คนรุ่ 1 1“เดี๋ยวนี้เด็กจบจากมหาวิทยาลัยระดับท็อปอย่างม.ชิงหัว-ปักกิ่ง 9 ใน 10 ผันตัวไปขายประกันในฮ่องกงเพราะอะไรกัน ก็เพราะมันทำเงินไง” คำพูดตรงไปตรงมาของศาสตราจารย์หลางเสียนผิง อดีตอาจารย์ด้านการเงินจากมหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง (The Chinese University of Hong Kong) กลายเป็นประเด็นร้อน หลังออกมาตั้งข้อสังเกตว่า วงการประกันในฮ่องกงคือ “กับดักที่ออกแบบมาอย่างแยบยล”

เขาชี้ว่ามีคนทำรายได้แตะปีละ 2 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 8.6 ล้านบาท) และเงินนั้นก็มาจากเบี้ยประกันของลูกค้านั่นเอง พร้อมตั้งคำถามว่า “ถ้าไม่ฟันจากลูกค้า แล้วเงินค่าคอมฯ จะมาจากไหนกัน”

อย่างไรก็ดี หลังรัฐบาลฮ่องกงเปิดตัว “โครงการ Top Talent Pass Scheme” (高才通) และผ่อนปรนเกณฑ์สำหรับโควต้าใน “โครงการผู้มีความสามารถ” เมื่อปี 2023 ก็เกิดกระแสการหลั่งไหลของคนรุ่นใหม่ที่มีการศึกษาสูงจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้าสู่ฮ่องกง โดยเฉพาะในภาคการเงิน และภาคประกันกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยม เพราะตอบโจทย์เรื่องการต่อวีซ่าและมีโอกาสทำรายได้ดี

ทั้งนี้ ฮ่องกงแบ่งผู้สมัครโครงการ Top Talent Pass Scheme ออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

  • ประเภท A สำหรับผู้ที่มีรายได้รวมทั้งปีไม่ต่ำกว่า 2.5 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 10.75 ล้านบาท) หรือสกุลเงินต่างประเทศที่มีมูลค่าเทียบเท่า ในปีที่ยื่นขอ
  • ประเภท B สำหรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัย 100 อันดับแรกของโลก และมีประสบการณ์ทำงานอย่างน้อย 3 ปี ภายใน 5 ปีก่อนยื่นใบสมัคร
  • ประเภท C สำหรับผู้ที่จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยระดับท็อป 100 ของโลก ภายใน 5 ปี ก่อนสมัคร มีประสบการณ์ทำงานน้อยกว่า 3 ปี

ข้อมูลของกรมแรงงานและสวัสดิการฮ่องกงระบุว่า จนถึงต้นปี 2025 มีผู้สมัครโครงการ Top Talent Pass Scheme แล้วกว่า 116,000 ราย และมากกว่า 92,000 รายได้รับอนุมัติ โดยรายได้เฉลี่ยของผู้ผ่านโครงการนี้หลังได้งานในฮ่องกงอยู่ที่ราว 50,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 215,000) ต่อเดือน โดย 10% มีรายได้ต่อเดือนมากกว่า 200,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 860,000 บาท)  สูงกว่าค่ามัธยฐานของรายได้จากการจ้างงานต่อเดือนของคนในพื้นที่ ซึ่งอยู่ที่ 20,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 82,000 บาท)

ความเสี่ยงในวงการประกัน

แต่ใช่ว่าทุกคนจะไปได้สวย “มีทั้งคนที่รุ่งแบบติดจรวด กับคนที่ไม่เคยปิดยอดได้เลย” หลี่ซี ตัวแทนประกันที่มีประสบการณ์ในฮ่องกงกว่า 10 ปีเผยว่า กลุ่ม Top Talent Pass Scheme มีผลงานแตกต่างกันมาก คนที่ถือวีซ่าประเภท A มักเป็นผู้บริหารเดิม มีคอนเนคชันดี ทำยอดถึง COT ซึ่งเบี้ยแรกปีละ 4.5 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 19.35 ล้านบาท) ภายในไม่กี่เดือน ขณะที่กลุ่ม C ที่เป็นนักศึกษาจบใหม่มักเริ่มต้นลำบาก

อย่างไรก็ตาม เธอมองว่าพวกเขาคือ “คนกลุ่มใหม่” ที่มีวินัยสูง มีทักษะการสื่อสารดี และเข้าใจภาพรวมของธุรกิจมากกว่าเด็กจบใหม่จากมหาวิทยาลัยฮ่องกงบางส่วน

ขายประกันค่าคอมฯ สูงจริงไหม

กรณีที่ศาสตราจารย์หลางระบุว่า ตัวแทนประกันได้รับเบี้ยประกันปีแรกไปเต็มๆ โดยไม่เข้าบริษัทนั้น ถูกผู้มีประสบการณ์โต้กลับว่า เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะโครงสร้างคอมมิชชันขึ้นกับผลิตภัณฑ์ เช่น ประกันแบบชำระเงินครั้งเดียวได้คอมฯ ราว 3-5% ขณะที่ประกันระยะยาวให้คอมฯ สูงกว่า อีกทั้งบริษัทประกันยังต้องแบกรับต้นทุนอื่น ๆ เช่น ทีมบริการหลังการขาย ระบบไอที หรือค่าใช้จ่ายภายใน

ส่วนเหตุผลที่ตัวแทนจำนวนมากหันมาทำตลาดประกันฮ่องกง ก็เพราะอัตราผลตอบแทนสูงกว่าแผ่นดินใหญ่ และผลิตภัณฑ์ยังให้ดอกเบี้ยถึง 6% ขณะที่จีนลดอัตราดอกเบี้ยลงต่อเนื่อง

อนาคตของวงการประกันฮ่องกงกำลังเปลี่ยน

เพื่อความยุติธรรมแก่ลูกค้า สำนักงานกำกับดูแลประกันภัยฮ่องกงได้เริ่มต้นการปฏิรูปโครงสร้างค่าตอบแทน โดยเตรียมวางเพดานคอมมิชชันปีแรก เช่นเดียวกับที่สิงคโปร์และมาเลเซียดำเนินการไปแล้ว

ที่มา https://baijiahao.baidu.com/s?id=1837230240164362367

Tag ยอดนิยม

แชร์บทความ

Related Articles