
ใครจะคิดว่า DeepSeek ที่เคยโด่งดังไปทั่วโลกเมื่อครึ่งปีก่อน ตอนนี้กลับร่วงหล่นจากจุดสูงสุดซะแล้ว จากรายงาน “อันดับมูลค่าแอปพลิเคชัน AI ประจำไตรมาส 2 ปี 2025” โดย QuestMobile ระบุว่า ยอดดาวน์โหลดเฉลี่ยต่อเดือนของ DeepSeek ร่วงลงถึง 72.2% จากระดับสูงสุดกว่า 80 ล้านครั้ง เหลือเพียง 20 ล้านครั้ง เท่านั้น
แม้โมเดลอื่นๆ จะไม่ได้เติบโตมากนัก แต่ก็ไม่มีใครร่วงหนักเท่านี้ นอกจากยอดดาวน์โหลดแล้ว ส่วนแบ่งตลาดของ DeepSeek ก็ยังลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่านี่หรือคือจุดจบหลังจากดังได้เพียงครึ่งปี
-
สาเหตุหลัก 3 ประการที่ทำให้ DeepSeek เริ่มเงียบ
1. ผู้ใช้จำนวนมากหันไปใช้ผ่านแพลตฟอร์มของบุคคลที่สาม
แม้แอปฯ ทางการจะไม่สามารถดึงผู้ใช้ให้เพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่อง แต่จำนวนการใช้งานผ่านแพลตฟอร์มอื่นๆ นั้นกลับเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล หลายคนบอกตรงกันว่าเลิกใช้แอป DeepSeek ตัวหลักไปนานแล้ว เพราะสร้างคำตอบช้าและประสิทธิภาพไม่ดีเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่นที่ต่อ API โดยตรง DeepSeek เวอร์ชันทางการกลับด้อยกว่า
2. กลยุทธ์ “โอเพ่นซอร์ส” ที่แตกต่างจากเจ้าอื่น
DeepSeek ต่างจากบริษัทพาณิชย์อื่นๆ เพราะเป็นบริษัทแรกที่เปิดให้ใช้งานโมเดลฟรีและโอเพ่นซอร์ส แม้เส้นทางนี้อาจทำให้ไม่สามารถแข่งขันในเชิงการตลาดได้เร็วเท่าคู่แข่ง แต่ก็ถือเป็นก้าวสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม AI ของจีนให้พึ่งพาตนเองได้ พร้อมหลีกเลี่ยงการถูกผูกขาดหรือโดนแบนจากต่างชาติในอนาคต ทีมของ DeepSeek, Tongyi Qianwen และ Kimi ถือเป็นหัวหอกของสายโอเพ่นซอร์สในจีน ตราบใดที่พวกเขาพัฒนาต่อเนื่องและไล่ทันทีมระดับโลก ก็ยังมีโอกาสช่วยอุตสาหกรรมนี้ในระยะยาว
“โจวหงอี้” ผู้ก่อตั้ง360 เคยแสดงความคิดเห็นไว้ว่า “เหลียงเหวินเฟิง (ผู้ก่อตั้ง DeepSeek) เป็นคนมีความฝัน เป้าหมายเขาไม่ใช่แค่ทำแอปให้ฮิต แต่ต้องการสร้าง AGI ที่แท้จริง” และถ้าทำได้สำเร็จก็คงเป็นชัยชนะในระดับอุตสาหกรรมของจีนอย่างแท้จริง
3. ประสบการณ์ผู้ใช้งานยังไม่สมบูรณ์
หลังจาก DeepSeek ดังเปรี้ยง ก็เริ่มมีเสียงวิจารณ์จากทั้งในจีนและต่างประเทศโดยเฉพาะเรื่องความเร็ว และความไม่เสถียรของเซิร์ฟเวอร์ ผู้ใช้บางคนเล่าว่า “เจอบ่อยมากว่าระบบยุ่ง ต้องรอโหลดนาน ในขณะที่เจ้าอื่นตอบไปหมดแล้ว” นอกจากนี้ ยังมีคำวิจารณ์เรื่องคำตอบที่ผิดพลาดในประเด็นวิชาการ และบทสนทนาเบี่ยงประเด็นจากคำถาม พอเจอแบบนี้บ่อยเข้า เวลามีคำถามเร่งด่วน คนก็หันไปใช้แพลตฟอร์มอื่นแทนอย่างไม่ลังเล
-
โมเดลอื่นพัฒนาเร็วขณะที่ DeepSeek ดูไม่ขยับ
ตอนนี้อุตสาหกรรม AI เริ่มเข้าสู่ภาวะ “แข่งขันภายใน” (แข่งกันเองในประเทศ) มีการอัปเดตโมเดลใหม่ๆ อยู่ตลอด ใครไม่อัปเดตก็เหมือนโดนแซงหน้า แม้ DeepSeek เองจะมีการอัปเดตเวอร์ชัน R1 ครั้งใหญ่ในเดือนพฤษภาคม แต่เมื่อเทียบกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเจ้าอื่น กลับรู้สึกว่าความดึงดูดใจยังไม่มากเท่าที่ควร
-
บทสรุป
เรื่องราวของ DeepSeek สะท้อนความจริงของวงการเทคโนโลยี ว่าการระเบิดความนิยมเพียงชั่วข้ามคืน ไม่เพียงพอจะยืนระยะในตลาดได้ อยากจะอยู่ได้นานต้องอาศัยนวัตกรรมต่อเนื่อง และความสามารถในการสร้างระบบนิเวศ ไม่ว่าจะเป็นวงการ AI, อีคอมเมิร์ซ หรือสายอื่นๆ หลักการนี้ก็ยังใช้ได้เสมอ


