JD ทุ่ม 1.85 หมื่นล้านหยวน เสนอซื้อซูเปอร์มาร์เก็ตเยอรมัน

แชร์บทความ

JD ทุ่ม 1.85 หมื่นล้านหยวน เสนอซื้อซูเปอร์มาร์เก็ตเยอรมัน

วันที่ 24 ก.ค. บริษัทค้าปลีกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของเยอรมนี Ceconomy ออกแถลงการณ์ว่ากำลังเจรจากับ JD.com เกี่ยวกับการเข้าซื้อกิจการ โดยรายงานของสื่อจีนระบุว่าหลิวเฉียงตงยื่นข้อเสนอให้ Ceconomy อย่างจริงจัง โดยพิจารณาเสนอซื้อหุ้นในราคาหุ้นละ 4.6 ยูโร ซึ่งสูงกว่าราคาปิดของวันที่ 23 ถึง 22.7%

ในช่วงเวลาเดียวกัน มีข่าวว่า JD.com ได้ลงนามในข้อตกลงเพื่อซื้อกิจการซูเปอร์มาร์เก็ต Kaibo (佳宝) ในฮ่องกงด้วยมูลค่าประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 1.65 หมื่นล้านบาท) อย่างไรก็ตาม JD ชี้แจงกับสื่อว่า “มูลค่าการซื้อขายจริงไม่สูงขนาดนั้น”

จางอี้ ซีอีโอของบริษัท  iiMedia Consulting ให้ความเห็นกับผู้สื่อข่าวว่า “เมื่อจำนวนผู้ใช้อีคอมเมิร์ซในประเทศแตะจุดสูงสุด JD จำเป็นต้องเร่งกลยุทธ์ระดับโลกเพื่อขยายตลาดให้มากขึ้น” หากทั้งสองดีลนี้เดินหน้าเต็มที่ หลิวเฉียงตงอาจต้องจ่ายเงินมากกว่า 2 หมื่นล้านหยวน (ราว 9.03 หมื่นล้านบาท) ในการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ 

  • ยื่นข้อเสนอราคาสูง

บริษัท Ceconomy ที่หลิวเฉียงตงให้ความสนใจคือหนึ่งในผู้นำค้าปลีกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของยุโร โดยเชี่ยวชาญการขายสินค้า 3C (คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ ฯลฯ) มีแบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อดังอย่าง MediaMarkt และ Saturn ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 2 พันล้านยูโร (ราว 7.51 หมื่นล้านบาท) บริษัทมีฐานใหญ่อยู่ในเยอรมนี ดำเนินธุรกิจในฝรั่งเศส สเปน และโปรตุเกส รวมกว่า 1,000 สาขา

ข้อมูลจากเว็บไซต์บริษัท ระบุว่าบริษัทมีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคกว่า 2.2 พันล้านครั้งต่อปี และมีลูกค้าประจำมากกว่า 43 ล้านคน Ceconomy ยังเปิดพื้นที่เช่าให้แบรนด์ต่าง ๆ เช่น Haier เข้ามาจัดแสดงสินค้าในห้างของตนเอง

ที่สำคัญ Ceconomy ยังมีความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ภายใต้แบรนด์ PEAQ, KOENIC, OK และ ISY ซึ่งเน้นสินค้า “ราคาคุ้มค่า มีกำไรดี”

ผลประกอบการในช่วงตุลาคม 2024 – มีนาคม 2025 รายได้อยู่ที่ 1.28 หมื่นล้านยูโร โตขึ้น 4% กำไร (ก่อนดอกเบี้ยและภาษี) อยู่ที่ 290 ล้านยูโร

หากหลิวเฉียงตงต้องการซื้อกิจการนี้ เขาต้องเจรจากับบรรดา “ตระกูลคนรวยรุ่นเก่า” ของยุโรปหลายตระกูล ได้แก่

  • ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ตระกูล Kellerhals ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง Media Markt ปัจจุบันถือหุ้น 27.9% แถมภรรยาผู้ก่อตั้ง เคยติดอันดับเศรษฐีฟอร์บส์ปี 2018 ด้วยทรัพย์สิน 1.2 พันล้านดอลลาร์

  • ผู้ถือหุ้นอันดับ 2 คือ Haniel กลุ่มบริษัทตระกูลเก่าแก่จากเยอรมนี มีประวัติยาวนานกว่า 260 ปี

  • ผู้ถือหุ้นอันดับ 3 คือ Meridian Stiftung ที่มีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับตระกูลผู้ก่อตั้งห้าง Metro

ด้วยราคาที่หลิวเฉียงตงเสนอ ทำให้ Ceconomy มีมูลค่าประเมินใหม่ที่ 2.2 พันล้านยูโร (ราว 8.26 หมื่นล้านบาท) สูงกว่าราคาตลาด แต่การจะให้กลุ่มทุนยุโรปเก่าแก่เหล่านี้ยินยอมขายนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแหล่งข่าวกล่าวว่าผู้ถือหุ้นรายใหญ่บางราย ยังลังเลใจในการขายหุ้นให้ JD ซึ่งอาจทำให้ดีลล่ม

ด้าน Ceconomy เองก็ระบุในแถลงการณ์ว่า “ยังไม่มีการลงนามใดๆ กับ JD และยังไม่แน่ว่าจะมีการเสนอซื้อกิจการอย่างเป็นทางการ”

  • รุกหนักตลาดฮ่องกง

ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ การเข้าซื้อกิจการในฮ่องกงของ JD ก็กำลังคืบหน้า มีรายงานว่า JD ได้ลงนามในข้อตกลงซื้อกิจการ ซูเปอร์มาร์เก็ต Kaibo (佳宝) ตั้งแต่ 4 เดือนก่อน โดยช่วงเวลานั้น หลิวเฉียงตงยังปรากฏตัวที่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง เพื่อดูงานโครงการ AI ซึ่งเขาอาจมีส่วนโดยตรงในการเจรจาซื้อกิจการ

Kaibo ก่อตั้งในปี 1991 มี 90 สาขาในฮ่องกง มีพนักงานกว่า 1,000 คน จำหน่ายสินค้าอาหารสด เนื้อสัตว์แช่แข็ง อาหารแห้ง ผักผลไม้ ฯลฯ

อย่างไรก็ดี ชาวฮ่องกรายหนึ่งกล่าวว่า “Kaibo ไม่ใช่ซูเปอร์มาร์เก็ตกระแสหลักในฮ่องกง ผู้คนยังนิยมไปซื้อของที่ ParknShop และ Wellcome มากกว่า” อีกทั้งในช่วงหลัง ผู้บริโภคจากฮ่องกงนิยมเดินทางไปจับจ่ายในเซินเจิ้น “ห้างใหญ่ ๆ อย่าง MixC Bay Area ในเซินเจิ้น วันหยุดเต็มไปด้วยคนฮ่องกง ทั้งครอบครัวมาเดิน ช้อปปิ้ง ใส่รองเท้าแตะ ลากกระเป๋าเดินทาง” คำบอกเล่าของชาวเซินเจิ้นรายหนึ่ง

JD ตั้งเป้าใช้ความได้เปรียบด้านซัพพลายเชนเพื่อปรับปรุงร้าน Kaibo และตอบสนองผู้บริโภคฮ่องกงให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ JD ยังจะได้รับทรัพย์สินและอสังหาริมทรัพย์ของ Kaibo ซึ่งผู้ก่อตั้ง “หลินเสี่ยวอี้” ได้ลงทุนซื้อไว้จำนวนมาก ใช้เป็นที่เปิดร้านเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน

ในความเป็นจริง JD ได้เริ่มลงทุนในฮ่องกงตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว โดยในกันยายน 2024 JD ประกาศลงทุนรอบแรกในฮ่องกง 1.5 พันล้านหยวน (ราว 6.78 พันล้านบาท) ต่อมาในเดือนมีนาคม 2025 ก็เปิดบริการ “คืนส่วนต่างหากแพงกว่า” ในฮ่องกง

  • เร่งเครื่องลุยต่างประเทศ

หลิวเฉียงตงเคยสงสัยในตัวเองว่าภาษาอังกฤษของตัวเขาเองยังไม่ดีเลย แล้วจะทำ JD ให้เป็นบริษัทระดับนานาชาติได้อย่างไร…แต่ตอนนี้ ท่าทีของเขาเปลี่ยนไปแล้ว โดยในเดือนมิถุนายนเขาประกาศชัดว่า “การขยายตัวสู่ต่างประเทศ คือกลยุทธ์หลักในอนาคต” จากนั้นในเดือนกรกฎาคมก็มีข่าวการเจรจาซื้อกิจการถึงสองรายใหญ่

หลิวเฉียงตงมองว่าทีมงานคือหัวใจของธุรกิจระหว่างประเทศ โดยมีผู้บริหารระดับสูง 17 คน หลายคนมีประสบการณ์ใช้ชีวิตและทำงานต่างประเทศ

ส่วนกลยุทธ์ของเขาก็ชัดเจน ดังที่เคยพูดไว้ว่า “ทุกธุรกิจของ JD ล้วนหมุนรอบซัพพลายเชน” เขายอมรับว่า โมเดลธุรกิจของ JD นั้น “ช้า หนัก และเหนื่อย” และต้องวางรากฐานหลายปีก่อนจะทำกำไรได้ ปัจจุบัน JD ใช้เวลา 3 ปีสร้างโครงสร้างพื้นฐานในยุโรป และตั้งเป้าเปิดให้บริการได้ภายในสิ้นปี 2025

“เป้าหมายของผมคือสร้าง ‘อีคอมเมิร์ซในท้องถิ่น’ โดยใช้ทีมงานในท้องถิ่น” หลิวกล่าวพร้อมเผยว่าขณะนี้ JD มีพนักงานในต่างประเทศมากกว่า 2,000 คนแล้ว

หลิวเฉียงตงยังชื่นชมแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าจีนว่าคุณภาพดีกว่าฝั่งตะวันตกและมีนวัตกรรมสูง และตนยังวางแผนพาแบรนด์จีน 1,000 ราย ไปบุกตลาดโลก

จางอี้ ให้ความเห็นว่าJD ได้เปรียบด้านซัพพลายเชน ทั้งในด้านกำลังซื้อ เช่นความร่วมมือกับ COFCO, Yihai Kerry และระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ จวบจนสิ้นปี 2024 JD มีคลังสินค้าทั่วโลกมากกว่า 100 แห่ง พื้นที่จัดการรวมกว่า 1 ล้าน ตร.ม. และครอบคลุม 19 ประเทศและภูมิภาค

ด้าน หลี่เฉิงตง นักวิเคราะห์ชาวจีนระบุว่า แม้ JD ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการรุกตลาดต่างประเทศ แต่ถ้าหลิวเฉียงตงสามารถปิดดีลทั้งสองนี้ได้สำเร็จ JD จะได้ฐานที่มั่นสำคัญในต่างแดน และมีเวทีใหญ่ให้เขาแสดงฝีมือแน่นอน

 

Tag ยอดนิยม

แชร์บทความ

Related Articles