ในขณะที่บางคนยังสนุกกับการดูคอนเสิร์ตไอดอลหนุ่มหล่อหน้าใส คนรุ่นใหม่ในจีนจำนวนหนึ่งกลับเลือกที่จะพากัน “ขึ้นเขาไปไหว้หลุมศพของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์อย่างจริงจัง
หลายคนเรียกเทรนด์นี้ว่า “การสนับสนุนไอดอลใต้ดิน” ซึ่งไม่ได้หมายถึงนักร้องอินดี้ แต่หมายถึงบุคคลที่ล่วงลับไปแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นกวีในสมัยราชวงศ์ถังอย่างหลี่ไป๋ ตู้ฝู่ หรือกุนซือในตำนานสามก๊กอย่าง เล่าปี่ ขงเบ้ง แม่ทัพฮั่วชวี่ปิ้งในสมัยฮั่น หรือ ฮ่องเต้ซ่งฮุยจง พวกเขาล้วนเรียกบุคคลเหล่านี้ว่า “ไอดอล” ทุกคนมีแฟนคลับยุคใหม่ที่ยังคงติดตามสนับสนุน และจัดกิจกรรมรำลึกอย่างเอาจริงเอาจัง แม้กาลเวลาจะผ่านพ้นมาหลายร้อยหรือเป็นหลักพันปี
ของที่วัยรุ่นจีนเหล่านี้นำไปเซ่นไหว้ไม่ได้มีแค่ของแบบจีนโบราณ แต่ยังมีของสมัยใหม่ด้วยอย่าง บัตรสะสม นมหมี ชานมไข่มุก หรือกระทั่งป้ายไฟแบบงานแฟนมีต
เสน่ห์อันลุ่มลึกของเทรนด์นี้คือ ความรักของแฟนคลับไม่ได้มาจากรูปลักษณ์ภายนอก เพราะไอดอลเหล่านี้ไม่มีรูปลักษณ์หลงเหลืออยู่แล้ว พวกเขารักในจิตวิญญาณ ตัวตน และผลงานที่ถูกทิ้งไว้ต่างหาก
ในมุมหนึ่ง เทรนด์ “ขึ้นเขาไหว้หลุมศพไอดอลใต้ดิน” นี้อาจดูแปลก แต่เมื่อมองลึกลงไป มันคือการเชื่อมโยงกับอดีต การเสพงานวรรณกรรม ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมในรูปแบบที่สดใหม่ มีชีวิตชีวา และมีส่วนร่วมมากขึ้น
แฟนคลับจะนำดอกไม้ ของเซ่นไหว้ และสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับไอดอลมาวาง เช่น เหล้าชนิดต่างๆ หน้าหลุมศพของหลี่ไป๋ เพราะทุกคนรู้ว่าเขาชอบดื่มสุรา, ยาแก้ปวดหลายยี่ห้อที่นำไปวางหน้าหลุมศพของโจโฉ หรือแม้แต่ยารักษาริดสีดวงที่ถูกวางหน้าหลุมของจางจวีเจิ้ง ขุนนางผู้ยิ่งใหญ่แห่งาชวงศ์หมิง ที่เสียชีวิตจากโรคนี้ในวัยชรา
ปัญหาคือไม่ใช่ทุกหลุมศพจะหาได้ง่าย เพราะที่ฝังบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์หลายคนยังไม่ทราบตำแหน่งแน่ชัด แฟนคลับบางกลุ่มจึงสร้าง “หลุมศพจำลอง” ขึ้นเอง และยังมีการตั้งป้ายว่าเป็น “ศูนย์รวมแฟนคลับ” เพื่อให้ทุกคนมีจุดรวมตัวแสดงความรักที่มีต่อไอดอลในบรรพกาล
ความคลั่งรักและความเคารพศรัทธาไม่ได้จบแค่การเซ่นไหว้ แฟนๆ ยังลงทุนศึกษาประวัติศาสตร์ ศิลปะ วรรณกรรม เพียงเพื่อที่จะเข้าใจไอดอลของตัวเองให้ลึกซึ้ง บางคนถึงกับเลือกเรียนโบราณคดี เพราะอยากเข้าใจประวัติและความคิดความอ่านของบุคคลนั้นให้มากขึ้น ถือเป็นวิถีการศึกษาประวัติศาสตร์ในรูปแบบใหม่ ที่ผสานเข้ากับวัฒนธรรมสมัยใหม่ของคนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว


