“ธุรกิจคนเหงา” ในจีนกำลังทำกำไรมากกว่าร้านชานมและที่สำคัญคือ “สนามนี้” ยังไม่แน่นขนัดเท่าไหร่…ยามค่ำคืนในย่านอวี๋หยวนลู่ของเซี่ยงไฮ้ ณ ร้านเกมแห่งหนึ่งที่มีชื่อเก๋ๆ ว่า “พันธมิตรคนเหงา” หลี่หราน โปรแกรมเมอร์ชาวจีนวัย 32 ปี กำลังนั่งอยู่คนเดียวในห้องส่วนตัว เบื้องหน้าเขาคือโปรเจคเตอร์ที่ฉายภาพตัวละครเสมือน ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนโทนเสียงพูดตามสีหน้าของเขาได้แบบเรียลไทม์ ทั้งหมดนี้คือบริการ “เกมสวมบทบาทเพื่อไขปริศนาแบบเล่นคนเดียว” (ปกติมักเล่นเป็นกลุ่ม) ที่มีค่าบริการ 299 หยวน (ราว 1,375 บาท) ซึ่งสูงกว่าปกติถึง 3 เท่า
ในประเทศจีนปี 2025 มีผู้บริโภคจำนวนถึง 280 ล้านคน ที่เต็มใจ “จ่ายเพื่อความเหงา” คนกลุ่มนี้ขับเคลื่อนตลาดที่มีขนาดเกิน 6.3 ล้านล้านหยวนต่อปี มีอัตราการเติบโตมากกว่าตลาดแม่และเด็กถึง 2.5 เท่า ขณะที่ร้านชานมยังดิ้นรนกับกำไรเพียง 15% อยู่นั้น ธุรกิจจาก “จากความเหงา” กลับกำลังเดินหน้ากวาดผลกำไรอย่างเงียบๆ
หากเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อของเมืองใหญ่ๆ ในจีนในเวลาเกือบตีสอง คุณจะเห็นเค้กโฮมเมดขนาดพอดีคน ราคาชิ้นละ 99 หยวน (ราว 455 บาท) และชุดเบียร์ “คนเดียวเมาเบาๆ” ในราคา 199 หยวน (ราว 915 บาท)
ข้อมูลจาก Tmall Supermarket ระบุว่า หม้อหุงข้าวมินิขนาด 0.6 ลิตร มียอดขายเพิ่มขึ้น 200% ในรอบ 3 ปี ขณะที่เครื่องปรุงแบบ “คนเดียวในหนึ่งมื้อ” มีปริมาณการจัดส่งในแต่ละเดือนสูงมาก เบื้องหลังสินค้าทั้งหมดนี้คือหลักการค้าขายอันชาญฉลาด…ที่พบว่า คนโสดยินดีจ่ายเพิ่ม 47% เพื่อสินค้าที่ออกแบบมา “พอดีสำหรับคนเดียว”
-
ธุรกิจสัตว์เลี้ยงและบริการแก้เหงามาแรง
สถาบันรับฝากสัตว์เลี้ยงในหางโจวเสนอบริการ “บำบัดจิตใจสัตว์เลี้ยง” คิดค่าบริการต่อครั้งมากกว่า 1,000 หยวน (ราว 4,600 บาท) ทำรายได้ต่อปีทะลุหลักร้อยล้านหยวน
ในเซินเจิ้น อุตสาหกรรมงานศพสำหรับสัตว์เลี้ยงมียอดเงินหมุนเวียนต่อปีทะลุ 1 พันล้านหยวน การทำจี้จากขนหรือกระดูกสัตว์เลี้ยงมีราคาชิ้นละเกือบ 1,000 หยวน
ในเขตสวีฮุ่ยของเซี่ยงไฮ้มี “ห้องสมุดไร้เสียง” เปิดตลอด 24 ชั่วโมง คิดค่าบริการ ชั่วโมงละ 150 หยวน (ราว 690 บาท) โดยมีให้เพียงความเงียบและกาแฟพิเศษหนึ่งแก้ว
ผู้บริหารสถานที่บอกว่า “ลูกค้า 80% มาใช้บริการอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง พวกเขาไม่ได้ซื้อกาแฟ แต่กำลังซื้อช่วงเวลาที่สามารถหลบหนีจากความจริง”
ตีสามในเซี่ยงไฮ้ จอมือถือเรืองแสงจาง ๆ นักออกแบบวัย 27 ปีแซ่หลิน กำลังระบายความอัดอั้นใจให้ “แฟนหนุ่ม AI” ฟัง โปรแกรมแฟนเสมือนเช่นนี้ใช้โมเดล GPT-3.5 และมีราคาเพียง 9.9 หยวน (ราว 45 บาท) โดยและมีอัตราการต่ออายุแบบรายปีสูงถึง 42%
บริษัทของเล่นเอไอ “SuperBuddy” (超级玩伴) นำเสนอตุ๊กตาเอไอขนฟู ที่คอยอยู่เป็นเพื่อน ผู้ใช้จ่ายเงินรายเดือน 199 หยวน (ราว 915 บาท) เพื่อให้ตุ๊กตาเรียนรู้วิธีอ้อนใหม่ๆ และส่งเสียงอวยพรวันคริสต์มาสให้แบบอัตโนมัติ สินค้าและบริการเหล่านี้ ล้วนมุ่งไปที่เป้าหมายเดียวกันนั่นคือการมอบ “ความรู้สึกได้รับการอยู่เป็นเพื่อน” แก่ผู้ที่ใช้ชีวิตเพียงลำพัง
-
หาเงินจริงจากโลกเสมือน
ช่วงดึกๆ ในแพลตฟอร์ม Tantan (探探) แอปหาคู่สัญชาติจีน “ของขวัญดาวปรารถนา” มีสัดส่วนการซื้อขายถึง 65% แพลตฟอร์ม Soul มียอดบทสนทนาเกิน 200 ล้านครั้งต่อวัน
แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Bilibili มียอดบริจาคให้ VTuber ตอนกลางคืน สูงขึ้นจากช่วงกลางวันถึง 300%
สิ่งที่ผู้คนซื้อนั้นไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือ “หลักฐานว่ามีใครบางคนอยู่ตรงนั้นกับเรา” คนในวงการคนหนึ่งพูดแบบตรงๆ ว่า “สิ่งที่เราขายไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือความรู้สึกปลอดภัย ที่มีคนตอบแชตคุณตอนตีสอง”
แนวคิดการเปลี่ยนอารมณ์ให้เป็นสินค้า ปรากฏชัดในธุรกิจ Blind Box ข้อมูลจาก Pop Mart ระบุว่า ผู้บริโภคได้รับ โดพามีนสูงสุดทันทีเมื่อซื้อกล่องสุ่ม ให้ความรู้สึกเหมือนเสร็จสิ้นพิธีกรรมบางอย่าง
ใน Taobao ชุดน้ำมันหอมระเหยที่มีชื่อสวยๆ ว่า “ห้องหนังสือยามฝนพรำ” สนนราคา 599 หยวน (ราว 2,755 บาท) ซึ่งจำลองกลิ่นกระดาษ ไม้จันทน์ และฝนตก มียอดขายต่อเดือนเกิน 100,000 ชุด ลูกค้าคนหนึ่งรีวิวว่า “ได้กลิ่นนี้แล้วเหมือนกลับไปยังบ่ายวันเสาร์สมัยเรียนหนังสือ ที่กำลังนั่งอ่านหนังสือคนเดียว”
แม้การพัฒนาแอปแฟนเสมือนอาจใช้ทุนเริ่มต้นสูงถึงหลักล้านหยวน แต่เมื่อผู้ใช้งานทะลุ 100,000 คนต้นทุนเฉลี่ยก็ลดลงใกล้ศูนย์
แพลตฟอร์ม AI เพื่อการสนทนาแห่งหนึ่งในเซินเจิ้น มียอดสนทนาวันละ 200 ล้านครั้ง แต่ใช้ต้นทุนคลาวด์เพียง 6,000 หยวน (ราว 27,600 บาท) ต่อวัน บทสนทนาในยามดึกของผู้ใช้ที่ผ่านการลบข้อมูลส่วนตัวแล้ว จะถูกขายต่อให้สถาบันให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาเพื่อนำไปใช้ฝึก AI โดยแต่ละคลิปเสียงสร้างมูลค่าเพิ่มถึง 0.5 หยวน
ธุรกิจที่สร้างความเหงา พร้อมขายการเยียวยา
เมื่อไฟออฟฟิศยังสว่างถึงเที่ยงคืน เมื่อรถไฟฟ้าขบวนสุดท้ายจบเสียงบทสนทนา ท่ามกลางเมืองใหญ่ ผู้คนเริ่มแยก “ความเหงา” ออกมาเป็นสินค้า ที่วัดได้ บรรจุได้ และกอปปี้ได้
ผู้ให้บริการจัดงานศพสัตว์เลี้ยง แปลงพิธีอำลาให้กลายเป็นบริการที่มีมูลค่าอารมณ์ ช่างซ่อมของเก่าแปลงความทรงจำให้เป็นรายได้หลักหมื่นหยวนต่อเดือน แม้แต่ “บริการเลี้ยงต้นไม้แทน” ก็มี เพราะคนอยู่คนเดียวบางคน ยอมจ่ายเดือนละ 500 หยวน (ราว 2,300 บาท) ดีกว่าทนรู้สึกผิดเมื่อเห็นต้นไม้ตาย
-
ต้นทุนต่ำเพราะหาเงินจากสัญชาตญาณ
นักลงทุนรายหนึ่งเขียนในรายงานว่า “ตลาดแม่และเด็กต้องใช้เวลา ‘สอน’ ผู้บริโภค แต่เศรษฐกิจแห่งความเหงา แค่ ‘ตอบสนองสัญชาตญาณ’ ก็พอ”
ที่คาดศีรษะปรับคลื่นสมอง ถ้วยน้ำโซดาผสมสาร GABA บาตรสวดมนต์อัจฉริยะ เหรียญเกียรติยศคนเหงาบนบล็อกเชน ฯลฯ สินค้าทุกชิ้นต่างบอกใบ้เหมือนกันว่า “ความเหงาไม่ใช่ข้อบกพร่อง แต่เป็นประสบการณ์หรูหราที่ควรค่าแก่การจ่ายเงิน”
หากมองย้อนไปในปี 2025 การระเบิดของเศรษฐกิจคนเหงาไม่ใช่เรื่องฉับพลัน นักเขียนญี่ปุ่น “มิอุระ โนบุรุ” ผู้เขียนหนังสือ ทฤษฎีบริโภคความเหงา เคยกล่าวไว้ว่า “ยิ่งคนเรารู้สึกเหงา ยิ่งต้องพึ่งพาการบริโภค เพื่อสร้างสายใยทางจิตใจ”
แต่ทว่าความจริงจากข้อมูลชี้ว่า 81% ของผู้บริโภคในสนามนี้ ยอมรับว่า “แม้จ่ายเงินซื้อบริการแล้ว ความเหงาก็ไม่ได้หายไปจริงๆ” เช่นเดียวกับที่หลี่หรานพูดหลังเล่นเกมจบ “NPC ตอบกลับได้อย่างฉลาดมาก แต่ตอนเดินออกจากร้าน ผมกลับรู้สึกว่างเปล่ายิ่งกว่าตอนเดินเข้ามาอีก”
เมืองใหญ่ยังคงทำงานในยามราตรี เสียง “ติ๊ง” จากไมโครเวฟในร้านสะดวกซื้อกลายเป็นคำทักทายที่อบอุ่นที่สุด กล่องอุ่นอาหารของไรเดอร์เต็มไปด้วย “หลักฐานความเหงา” ที่ถูกเข้ารหัส
เบื้องหลังงานเลี้ยงอันเงียบงันนี้ คือการประสานเสียงของผู้คนหลายร้อยล้านชีวิตที่ใช้ชีวิตลำพัง และเสียงจากเครื่องจักรแห่งทุนนิยม
สุดท้าย การเยียวยาที่แท้จริง อาจไม่ได้อยู่ในแอปหรือสินค้า แต่อยู่ในอ้อมกอดของเพื่อนเก่า หรือท้องฟ้ายามดึกที่ได้นั่งมองจากบนยอดเขา ไม่ใช่เพราะมันดูดีหรือสวยหรู หากคือความอบอุ่นจากโลกจริง


