‘เราไม่ใช่ Pop Mart สาขาสอง’ ถอดรหัสความสำเร็จ ‘52TOYS’ ในตลาดไทย

แชร์บทความ

52TOYS

ร้าน #52TOYS สาขาที่ 7 ในประเทศไทย เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา ณ ห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ กรุงเทพฯ โดยมีลูกค้าวัย Gen Z ในชุดนักเรียนหลั่งไหลเข้ามาในร้านตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เพื่อร่วมกิจกรรมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดอย่าง #NOOK “OOTD” Series และ #CiCiLu “Ocean Messenger” Series โดยเฉพาะอย่างยิ่งของเล่นคอลเลกชันชินจัง “Crayon Shin Chan Daily” ที่ถูกซื้อไปอย่างรวดเร็วในอัตรา 3 ชิ้นต่อนาที

ความสำเร็จนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นภาพสะท้อนการเติบโตอย่างร้อนแรงของ 52TOYS ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่าในปี 2024 ธุรกิจของ 52TOYS ในประเทศไทยเติบโตขึ้นกว่า 300% และรายได้รวมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พุ่งสูงถึง 220% นอกจากนี้ IP ตัวละคร “Panda” ที่ทำท่าพนมมือไหว้ ได้กลายเป็นที่รู้จักของกลุ่มวัยรุ่นไทยอายุ 18-25 ปี กว่าครึ่ง จนกลายเป็นไอเท็มสำคัญในการเข้าสังคมไปแล้ว

ปรากฏการณ์ความคลั่งไคล้นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ Pop-up store ที่ Central World ซึ่งมีคนแน่นจนต้องจำกัดจำนวนคนเข้า ไปจนถึงงาน Thailand Toy Expo ที่ของเล่นรุ่นลิมิเต็ดอย่าง NOOK ขายหมดภายในครึ่งชั่วโมง ความสำเร็จของคอลเลกชัน “Crayon Shin Chan Daily” ที่สร้างยอดขายรวม (GMV) ได้ถึง 600 ล้านหยวนระหว่างปี 2022-2024 ก็เป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ถึงความนิยมนี้ 

.

640 4

ถอดรหัสความสำเร็จของ 52TOYS ในประเทศไทย

52TOYS ประสบความสำเร็จในการเจาะตลาดและครองใจคนรุ่นใหม่ในไทย ด้วย 3 กลยุทธ์หลักที่ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว

  1. สร้างสายใยทางวัฒนธรรมด้วย Localization

ประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่มีผู้บริโภค Gen Z หนาแน่นที่สุด (กว่า 20 ล้านคน) ได้กลายเป็นสนามทดสอบกลยุทธ์ Localization ที่ดีที่สุดของแบรนด์ และความสำเร็จของ “Panda สวัสดี” คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด 52TOYS ได้นำแพนด้าซึ่งเป็นสมบัติของชาติจีน มาผสมผสานกับเอกลักษณ์ความเป็นไทยอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นท่าพนมมือไหว้, เสื้อผ้าที่มีลวดลายผ้าไหมไทย, การใช้โทนสีทองซึ่งเป็นสีมงคลของไทย ทำให้เกิดเสียงตอบรับและสร้างความผูกพันทางวัฒนธรรมกับผู้บริโภคในท้องถิ่นได้อย่างยอดเยี่ยม

นอกจากนี้ แบรนด์ยังออกคอลเลกชันพิเศษที่เชื่อมโยงกับเทศกาลสำคัญ เช่น รุ่นลิมิเต็ดสำหรับเทศกาลสงกรานต์ที่แพนด้าสวมชุดไทย ถือปืนฉีดน้ำและพวงมาลัย ส่งผลให้แพนด้ารุ่นนี้สร้างสถิติยอดขายถล่มทลายบนแพลตฟอร์ม Shopee ไทยทันทีที่เปิดตัว

ในสิงคโปร์ แบรนด์ได้เปิดตัวคอลเลกชัน “Lion City Guardian” ที่ผสมผสานสัญลักษณ์ของเมืองอย่างเมอร์ไลออนและโรงแรม Marina Bay Sands เข้ากับองค์ประกอบของหุ่นยนต์จักรกล 

52TOYS ไม่ได้หยุดอยู่แค่การออกแบบผลิตภัณฑ์ แต่ยังนำวัฒนธรรมจีนมาเผยแพร่ โดยร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์ซานซี จัดแสดงโบราณวัตถุจำลองและผลิตภัณฑ์ที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องสัมฤทธิ์ของจีนที่ร้านในประเทศไทย เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสกับเสน่ห์ของวัฒนธรรมจีนดั้งเดิม

เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือระบบการทำงานที่แข็งแกร่ง ทั้ง โมเดล IP Factory ที่ผลิตสินค้ารวดเร็ว เพราะมีทีมดีไซเนอร์เกือบ 100 คน สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ได้มากกว่า 500 รายการต่อปี Culture Fusion Lab ที่ใช้ AI ช่วยออกแบบให้เข้ากับแต่ละตลาด และซัพพลายเชนที่ยืดหยุ่น ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนการผลิตตามความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็ว

  1. เปลี่ยนหน้าร้านให้เป็นพื้นที่แสดงตัวตนของแบรนด์

52TOYS ยึดปรัชญา “ผลิตภัณฑ์ต้องมาก่อนแบรนด์” โดยเริ่มจากการสร้างการรับรู้ผ่านตัวแทนจำหน่าย ก่อนจะเปิดร้านค้าของตัวเองในปี 2021 การเปิดสาขาแรกที่ The Emsphere ในปี 2023 ประสบความสำเร็จอย่างสูง จากนั้นจึงขยายสาขาไปยังทำเลสำคัญทั่วกรุงเทพฯ โดยใช้หน้าร้านเป็นพื้นที่จัดแสดงความคิดสร้างสรรค์ ควบคู่ไปกับการจัด กิจกรรม Pop-up เพื่อสร้างกระแสและความรู้สึกพิเศษให้กับสินค้า ทำให้ของเล่นกลายเป็น “สัญลักษณ์ทางสังคม” ของคนรุ่นใหม่

ความสำเร็จของเครือข่ายออฟไลน์นี้เกิดจากระบบที่ทำงานร่วมกันอย่างดีระหว่าง “ร้านค้าที่ได้รับอนุญาต” (Authorized Store) และ “เครือข่ายตัวแทนจำหน่าย” ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเส้นเลือดฝอยที่นำสินค้าไปสู่ร้านค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ตในพื้นที่ต่างๆ ทำให้แบรนด์สามารถรักษามาตรฐานและตัวตนได้ในทุกจุดจำหน่าย

 

ข้อมูลทางการเงินระหว่างปี 2022-2024 ชี้ว่ารายได้จากร้านค้าที่บริหารโดยแบรนด์โดยตรง เพิ่มขึ้นจาก 146 ล้านหยวน (ราว 662 ล้านบาท) เป็น 195 ล้านหยวน (ราว 885 ล้านบาท) และรายได้จากตัวแทนจำหน่าย (Distributor) เพิ่มขึ้นจาก 309 ล้านหยวน (ราว 1.4 พันล้านบาท) เป็น 421 ล้านหยวน (ราว 1.91 พันล้านบาท)

  1. กลยุทธ์ออนไลน์ที่แตกต่างในแต่ละแพลตฟอร์ม

แบรนด์มองว่าโลกออนไลน์คือ “สนามเด็กเล่นดิจิทัล” และได้วางกลยุทธ์เฉพาะสำหรับแต่ละช่องทาง ดังนี้

  • Shopee: เป็นประตูบานแรกสู่ตลาดออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 52TOYS ได้สร้างร้านค้าอย่างเป็นระบบ ปัจจุบันมีผู้ติดตามใน Shopee ไทยกว่า 230,000 คน และมีสินค้ากว่า 300 รายการ แบรนด์ใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ต่างๆ เช่น Shopee Video เพื่อนำเสนอรายละเอียดสินค้า และใช้แคมเปญส่งเสริมการขายอย่าง 12.12 ซึ่งทำให้ยอดขายพุ่งสูงกว่าวันปกติถึง 8 เท่า
  • Lazada:  ใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างออกไป โดยเน้นการสร้างการรับรู้ผ่านการซื้อโฆษณาบนหน้าแรก และใช้คูปองส่วนลดเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ ทำให้มีผู้ติดตามกว่า 70,000 คน และคะแนนความพึงพอใจจากผู้ซื้อสูงถึง 99%
  • TikTok: เป็นศูนย์กลางคอนเทนต์ไวรัลที่สร้างการรับรู้ในวงกว้าง เช่น วิดีโอแนะนำสินค้าใหม่ของ IP “Sleep” ที่มียอดวิวกว่า 220,000 ครั้ง และวิดีโอที่แฟนคลับถ่ายมาสคอต NOOK โดยบังเอิญ มียอดวิวสูงถึง 560,000 ครั้ง
  • YouTube: เน้นการทำคอนเทนต์เชิงลึก โดยร่วมมือกับยูทูบเบอร์สายของเล่นชื่อดัง เช่น ToyStation ในเวียดนาม ทำวิดีโอรีวิวสินค้าจักรกลนานกว่า 30 นาที ซึ่งแสดงให้เห็นทุกรายละเอียดของการแปลงร่าง ส่งผลให้ยอดขายของสินค้าดังกล่าวในสัปดาห์นั้นเพิ่มขึ้นถึง 555%

บทสรุป

ความสำเร็จของ 52TOYS มาจากการมีผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งเป็นรากฐาน ผสานกับกลยุทธ์การปรับตัวให้เข้ากับท้องถิ่น และการตลาดที่ครอบคลุมทุกช่องทาง ดังที่ผู้ก่อตั้งได้กล่าวไว้ว่า “เราไม่ได้อยากเป็น Pop Mart ที่สอง แต่เราต้องการเป็นที่หนึ่งในวงการของเล่นสะสม” ซึ่งนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวร้านของเล่นสัญชาติจีนในเวทีโลกเท่านั้น

640 5 640 6

Tag ยอดนิยม

แชร์บทความ

Related Articles