เหมาไถกุมขมับ! ‘คนรุ่นใหม่จีนไม่ดื่มเหล้าขาว’ อุตสาหกรรมสั่นคลอน
ในฐานะ “ราชาเหล้า” ที่มีราคามั่นคงที่สุด การขึ้นลงราคาของ “เฟยเทียน เหมาไถ” เหล้าขาวรุ่นดั้งเดิมของแบรนด์สุราชั้นนำของจีน “กุ้ยโจว เหมาไถ” ถูกมองว่าเป็นตัวชี้ทิศทางของทั้งอุตสาหกรรมสุราขาวจีน
วันที่ 12 ธ.ค. ราคาขายส่งอ้างอิงของเหมาไถเฟยเทียนปี 2025 (ขวดเดี่ยว) ร่วงต่ำกว่า 1,499 หยวน (ราว 6,745 บาท) ต่อขวด เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2013 ภายใต้สภาวะตลาดปกติ สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ทั้งวงการ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของเหมาไถ ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ในงานเลี้ยงรับรองการประชุมผู้ถือหุ้นของกุ้ยโจวเหมาไถ แขกในงานไม่ได้รับเสิร์ฟเหล้าเหมาไถเหมือนทุกปี แต่ถูกแทนที่ด้วยน้ำผลไม้บลูเบอร์รีอย่าง Umeet (悠蜜) จากบริษัทย่อยในเครือ นับเป็นภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และยิ่งตอกย้ำความกังวลต่อทิศทางอุตสาหกรรม
ความผันผวนของราคาเหมาไถ โดยเฉพาะเฟยเทียน เหมาไถ ได้จุดกระแสความสนใจของสังคมต่อ “เหล้ากลิ่นซอส” และต่อทั้งอุตสาหกรรมสุราขาวจีน ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปยังเมืองเหมาไถ เพื่อสำรวจผลกระทบของ “ช่วงขาลง” ของอุตสาหกรรมที่มีต่อ “เมืองสุราอันดับ 1 ของจีน”
ถนนที่เงียบเชียบ
วันที่ 12 ธ.ค. 2025 ตลาดสุราขาวได้รับข่าวใหญ่ว่าเหมาไถเฟยเทียนปี 2025 ดีกรี 53 องศา ขนาด 500 มล. (กล่องเดิม) มีราคาขายส่งลดลงเหลือ 1,495 หยวน ต่อขวด ส่วนขวดเดี่ยวราคาต่ำถึง 1,485 หยวน (ราว 6,683 บาท) ทั้งสองแบบหลุดต่ำกว่าราคาแนะนำทางการที่ 1,499 หยวน (ราว 6,746 บาท)
การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลโดยตรงถึงผู้ผลิตเหล้ารายอื่นในอำเภอเหมาไถ โดยหลัวเหยียนเซิน ผู้บริหารบริษัทสุรา Dasunbao (大山堡酒业) กล่าวว่าถ้าเหมาไถยังขายไม่ดี แล้วเหล้าขาวแบรนด์อื่นจะดีได้อย่างไร เขาระบุด้วยว่ายอดขายปีนี้ลดลงเกือบครึ่งและตัดสินใจไม่ทำ “เซี่ยซา”(下沙) หรือขั้นตอนใส่วัตถุดิบรอบแรก ซึ่งเป็นหัวใจของการผลิตเหล้ากลิ่นซอส
ปลายเดือนตุลาคมปีนี้ เหลียงเซี่ยนปิน เจ้าของบริษัทสุราอีกแห่งก็ประกาศหยุดการผลิตชั่วคราว เพราะเหล้าค้างสต๊อก เงินทุนหมุนเวียนติดขัด เขายังเผยว่าสต๊อกเหล้าที่เก็บไว้มีเกือบ 500 ตัน และจำเป็นต้องหยุดผลิต
ถนนอิ๋งปิน ซึ่งเป็นเส้นทางหลักจากตัวเมืองเหรินหวยสู่อำเภอเหมาไถ และร้านค้าสองข้างทางส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเหล้า จึงเป็นที่รู้จักในชื่อ “ถนนสุราขาว” แต่ในวันนี้กลับเงียบเหงา ร้านค้าหลายแห่งปิดตัว เจ้าของตึกติดป้ายให้เช่า แต่แทบไม่มีคนสนใจ แม้จะลดราคาจากหลักหมื่นหยวนเหลือเพียงไม่กี่พันหยวน
คนรุ่นใหม่ไม่ดื่มเหล้าขาว
หลัวเหยียนเซินซึ่งอยู่ในวงการนี้มากว่า 40 ปี ยอมรับว่า สิ่งที่ทำให้เขาอ่านเกมไม่ออก ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจ เพราะการขึ้นลงของอุตสาหกรรมเป็นเรื่องปกติ และเหล้าเก็บได้นานหากดูแลดี แต่ความท้าทายใหม่คือคนรุ่นใหม่จีนไม่นิยมดื่มเหล้าขาว ผู้บริโภคหลักคือคนวัยกลางคน เด็กรุ่นใหม่ดื่มเบียร์หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ทางออกที่เขามองเห็นมีเพียงอย่างเดียวคือทำเหล้าให้มีคุณภาพ เพื่อรอ “โอกาสทอง” ครั้งใหม่ที่จะพัดผ่านมา
ขณะที่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่พยายามปรับตัว บางรายเริ่มสร้างแบรนด์ทำเหล้าตามสั่ง และหันไปขายออนไลน์ ถึงขั้นไลฟ์ขายทั้งวันทั้งคืน แต่ความจริงยังโหดร้าย บางไลฟ์มีผู้ชมเพียง 3 คนเท่านั้น
อุตสาหกรรมเข้าสู่ “ช่วงขาลง”
รายงานวิจัยตลาดสุราขาวจีนช่วงกลางปี 2025 ที่เผยแพร่โดยสมาคมอุตสาหกรรมสุราจีน ระบุว่า 59.7% ของบริษัทสุรามีกำไรลดลง ขณะที่50.9% ของบริษัทสุรามียอดขายหดตัว สาเหตุหลักมาจากจำนวนลูกค้าและมูลค่าการใช้จ่ายต่อครั้งที่ลดลง
ระยะเวลาหมุนเวียนสต๊อกเฉลี่ยสูงถึง 900 วัน บริษัทสุรากว่า 60% ประสบปัญหาภาวะราคาผันผวน (ราคาขายต่ำกว่าต้นทุนหรือราคาหน้าโรงงาน) โดยช่วงราคาที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดคือ 800-1,500 หยวน (ราว 3,600-6,750 บาท)
ผลประกอบการไตรมาส 3 ของอุตสาหกรรมเหล้าขาวยังเลวร้ายที่สุดในรอบ 10 ปี ในบรรดาบริษัทสุรายักษ์ใหญ่ 5 แห่ง มีเพียง กุ้ยโจว เหมาไถ และ เฝินจิ่ว (汾酒) ที่ยังพอประคองตัวได้ ส่วนบริษัทอื่น ๆ ต่างเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก
เป็นการปรับตัวตามวัฏจักร หรือปัญหาเชิงระบบ
หลี่เจี๋ย ผู้ให้บริการด้านอุตสาหกรรมสุรากลิ่นซอสแบบครบวงจรในเมืองเหรินหวยมองว่า แม้ยอดขายปีนี้ชะลอตัว แต่ถือเป็นช่วงคัดกรองครั้งใหญ่ หลังเงินทุนที่หวังกำไรเร็วเคยหลั่งไหลเข้ามาในช่วงตลาดพีค ส่งผลให้สินค้าคุณภาพต่ำปะปนและกระทบชื่อเสียงอุตสาหกรรม
แต่นักวิเคราะห์บางส่วนเห็นต่าง มองว่าวิกฤตรอบนี้อาจไม่ใช่แค่การปรับฐานตามวัฏจักร แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เมื่อสุราขาวค่อย ๆ สูญเสียบทบาทในงานราชการและธุรกิจ รวมถึงคุณสมบัติการเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภควัยหนุ่มสาวเปลี่ยนไป โดยเฉพาะการดื่มในบ้านที่สุราดีกรีสูงได้รับความนิยมน้อยลง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดีกรีต่ำ เช่น เบียร์ เติบโตสวนทางอย่างชัดเจน
หลี่เจี๋ยระบุว่า ผู้ประกอบการในเมืองเหมาไถบางรายกำลังเพิ่มมูลค่าสุราด้วยการเชื่อมโยงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เช่น เหิงชางเส้าฟาง (衡昌烧坊) ที่พัฒนาโรงกลั่นไวน์พร้อมมีโรงแรมและพิพิธภัณฑ์ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลกุ้ยโจวที่ผลักดันการเปลี่ยนจากขายเหล้าสู่การขายวิถีชีวิต
ด้านผู้ผลิตรายใหญ่ เฝินจิ่ว (汾酒) ระบุว่า การบริโภคสุรากำลังเปลี่ยนจากการดื่มตามหน้าที่ ไปสู่การดื่มเพื่อความสุขของตนเองและผู้อื่น ซึ่งกลายเป็นโจทย์ใหม่ของอุตสาหกรรมในระยะยาว
วันที่ 18 ธ.ค. ในการประชุมตัวแทนจำหน่ายครั้งที่ 29 ของบริษัทเหล้าขาวอย่างอู่เหลียงเย่ (五粮液) มีการประกาศว่า บริษัทจะเร่งบุกตลาดวัยรุ่น ตลาดเหล้าเก่า และตลาดต่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบ
วันที่ 28 พ.ย. กุ้ยโจวเหมาไถประกาศแต่งตั้ง เฉินหัว เป็นประธานกรรมการบริษัท การเปลี่ยนผู้นำครั้งนี้นับเป็นการเปลี่ยนหัวเรือใหญ่ครั้งที่ 5 ในรอบ 7 ปีของเหมาไถ เฉินหัวซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งกล่าวว่าการทำเหล้าเป็นอุตสาหกรรมที่เร่งไม่ได้ ต้องละทิ้งใจร้อน เหมาไถยึดมั่นในแนวคิดระยะยาว ไม่เพียงเพื่อรับประกันคุณภาพ แต่เพื่อฝ่าฟันวัฏจักร และสร้างความเชื่อมั่นอย่างยั่งยืน



