อดีตครูจีนปั้นแบรนด์สบู่ ‘สมุนไพรพันปี’ ยอดขายเกือบร้อยล้านต่อปี

แชร์บทความ

JTN Businesss 1 2026 05 12T174101.918

อดีตครูจีนปั้นแบรนด์สบู่ ‘สมุนไพรพันปี’ ยอดขายเกือบร้อยล้านต่อปี

ภายในร้าน SunJia MuRong (孙佳沐容) ในศูนย์การค้าแห่งหนึ่งของนครเซี่ยงไฮ้ กลิ่นสมุนไพรและน้ำผึ้งอบอวลไปทั่ว ขณะที่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผมจากสูตรโบราณ เช่น มาสก์นมแพะ น้ำมันบำรุงผิว และครีมสมุนไพร กำลังได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ โดยมุมที่คึกคักที่สุดคือโซนรีฟิล ลูกค้านำขวดมาเติมแชมพูสมุนไพรที่เคี่ยวจากสมุนไพรจีน 18 ชนิดนาน 8 วัน ในราคาจับต้องได้

เบื้องหลังแบรนด์นี้คือ ซุนเจียฮุ่ย อดีตครูสอนภาษาจีนระดับประถมเจนวายที่นำ “จ่าวโต้ว” หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวจากสมุนไพรแบบโบราณ ซึ่งสืบทอดในครอบครัวมา 4 รุ่น มาต่อยอดจากตำราแพทย์จีนโบราณ พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เส้นผม และเครื่องสำอางกว่า 50 รายการ ปัจจุบันแบรนด์มีผู้ติดตามออนไลน์ราว 5 แสนคน และยอดขายต่อปีมากกว่า 20 ล้านหยวน (ราว 95.4 ล้านบาท) เรื่องราวของเธอจึงกลายเป็นตัวอย่างน่าสนใจว่า จะทำอย่างไรให้มรดกภูมิปัญญาโบราณไม่เพียงแค่ “อยู่รอด” แต่ยังเติบโตในโลกธุรกิจยุคใหม่ได้

ทำให้ภูมิปัญญา “ถูกนำมาใช้” 

หนึ่งในปัญหาของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจีน คือการขาดผู้สืบทอดหรือถูกมองเป็นเพียงสิ่งอนุรักษ์ ซุนเจียฮุ่ยมองว่าทางออกคือการแยก “ภูมิปัญญา” ออกจาก “สินค้า” โดยองค์ความรู้ยังคงเป็นมรดกวัฒนธรรม แต่สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่เข้าถึงผู้บริโภคได้

เธอนำจ่าวโต้วซึ่งสืบทอดในครอบครัว 4 รุ่น กลับมาพัฒนาใหม่ หลังลูกสาวมีปัญหาผิวแพ้ และพบว่าสูตรสมุนไพรดั้งเดิมช่วยได้จริง จนได้รับความสนใจจากพ่อแม่จำนวนมากบนโลกออนไลน์

ในปี 2023 เธอตั้งแบรนด์ SunJia MuRong จากชื่อตัวเองและลูกสาว พร้อมพัฒนาสินค้าดูแลผิวและเส้นผมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง เช่น ครีมสมุนไพรและแชมพูลดผมร่วง ในราคาจับต้องได้ จนกลายเป็นสินค้าขายดีและมีลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำต่อเนื่อง

ซุนเจียฮุ่ยยังต่อยอดแบรนด์ผ่านกิจกรรมเวิร์กช็อปให้ลูกค้าได้ลองทำ จ่าวโต้วด้วยตัวเอง โดยผู้เข้าร่วมจะได้บดสมุนไพรผสมน้ำผึ้งและปั้นตามสูตรโบราณ ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง ก่อนนำผลงานกลับบ้าน สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ และทำให้ลูกค้าให้รู้จักแบรนด์มากขึ้น

อีกระดับหนึ่งคือสินค้าพรีเมียมที่ร่วมพัฒนากับช่างฝีมือมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การนำงานแกะสลักน้ำเต้าแบบเซี่ยงไฮ้มาผสานกับลูกหอมสมุนไพรของแบรนด์ จนกลายเป็นสินค้ารุ่นพิเศษมูลค่าสูง 

ซุนเจียฮุ่ยมองว่าแนวทางนี้ช่วยรักษาคุณค่าของงานฝีมือดั้งเดิม พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้แบรนด์ไปพร้อมกัน หัวใจสำคัญคือการทำให้มรดกภูมิปัญญาเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวัน ตอบโจทย์ผู้คน และสร้างมูลค่าได้จริง ไม่ใช่เพียง “ของเก่าที่ควรค่าแก่อนุรักษ์” 

พลังอินเทอร์เน็ต ฟื้นชีพานฝีมือยุคเก่า

ซุนเจียฮุ่ยใช้แนวคิดแบบดิจิทัลสร้างแบรนด์ จุดเริ่มต้นของ SunJia MuRong มาจากคลิปบน Douyin ในปี 2020 เมื่ออดีตครูสอนภาษาจีนระดับประถมพูดคุยกับลูกสาววัย 2 ขวบถึงคำถามเชิงปรัชญาอย่าง “หนูมาจากไหน” จนกลายเป็นไวรัลและมีผู้ติดตามเพิ่มกว่า 1 แสนคนในชั่วข้ามคืน

จากกิจการเล็กๆ ในบ้านสู่แบรนด์เต็มรูปแบบ เธอยังคงสร้างคอนเทนต์และไลฟ์สดขายสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีลูกสาวร่วมปรากฏตัวอยู่เสมอ อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการเปิดเผยสูตรจากตำราโบราณบนโลกออนไลน์เพื่อขยายการรับรู้แบรนด์ ขณะที่เทคนิคการหมักสมุนไพร ซึ่งเป็นเคล็ดลับที่สืบทอดกันในครอบครัวและจดสิทธิบัตรแล้ว ยังคงเป็นจุดแข็งที่เลียนแบบได้ยาก

หลังใช้เวลากว่า 3 ปีปรับโมเดลธุรกิจ ซุนเจียฮุ่ยเลือกลดจำนวนสินค้าและมุ่งเน้นเฉพาะสินค้าขายดี โดยมีทีมพัฒนาหลักเพียง 6 คน แต่ใช้เครือข่ายอินฟลูเอนเซอร์และผู้ขายออนไลน์กว่า 3,000 คนช่วยไลฟ์และโปรโมตสินค้า ผ่านระบบแบ่งค่าคอมมิชชัน ขณะที่ร้านมีการไลฟ์สดขายสินค้าตั้งแต่เช้าจนดึก เพื่อสร้างเครือข่ายการตลาดบนโลกออนไลน์ด้วยต้นทุนที่ไม่สูงมาก

ปัจจุบัน SunJia MuRong มีทั้งหน้าร้านในศูนย์การค้าและจุดจำหน่ายย่อยในหลายพื้นที่ พร้อมแผนขยายสาขาเพิ่มเติม ส่วนโรงงานผลิตตั้งอยู่ในมณฑลเจียงซี มีคนงานท้องถิ่นกว่า 20 คนช่วยกันผลิตจ่าวโต้วแบบแฮนด์เมดในห้องปลอดเชื้อได้วันละ 1 แสนชิ้น ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ภูมิปัญญาโบราณสามารถเติบโตในระบบธุรกิจสมัยใหม่ได้

สร้างเครือข่ายภูมิปัญญา ให้ทุกฝ่ายเติบโตไปด้วยกัน

ซุนเจียฮุ่ยมุ่งสร้าง “เครือข่ายมรดกภูมิปัญญา” เพื่อช่วยช่างฝีมือที่มีทักษะแต่ขาดตลาดรองรับ ปัจจุบันร้านของเธอรวบรวมผลงานมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้เกือบ 20 ประเภท

แนวทางสำคัญคือโมเดล “งานสั่งทำ+ลิขสิทธิ์” โดยช่างฝีมือยังคงผลิตงานแฮนด์เมดระดับพรีเมียมเพื่อรักษาคุณค่าทางศิลปะ ขณะที่ลวดลายหรือรูปแบบงานสามารถนำไปต่อยอดเป็นสินค้าที่เข้าถึงง่ายขึ้น เช่น งานตัดกระดาษเซี่ยงไฮ้ที่ถูกพัฒนาเป็นที่คั่นหนังสือในชุดของขวัญ หรือโคมกระต่ายแบบดั้งเดิมที่ยกระดับวัสดุจนกลายเป็นสินค้าพรีเมียม ซุนเจียฮุ่ยมักร่วมลงทุนและทำตลาดร่วมกับช่างฝีมือ เพื่อแบ่งปันผลกำไรและช่วยให้งานดั้งเดิมมีพื้นที่ในตลาดยุคใหม่

ซุนเจียฮุ่ยยังเปิดโครงการอบรม “วิทยากรเผยแพร่มรดกภูมิปัญญา” ให้แม่บ้านเต็มเวลากว่า 50 คน นำความรู้ไปจัดกิจกรรมในชุมชนและองค์กรต่างๆ จนบางคนมีรายได้มากกว่าเดือนละ 10,000 หยวน (ราว 47,700 บาท) เธอยังพัฒนาหนังสือภาพและกิจกรรมสำหรับเด็ก เพื่อปลูกฝังความเข้าใจเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นสำหรับเยาวชน

แบรนด์ SunJia MuRong ยังได้รับความสนใจในงานมหกรรมนำเข้านานาชาติจีน และชุดของขวัญสมุนไพรสำหรับเด็กได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งใน Shanghai Gifts ประจำปี 2025 อีกด้วย

Tag ยอดนิยม

แชร์บทความ

Related Articles