
ผู้สมัครกว่า 4,000 คน แต่อัตรารับไม่ถึง 1% ทำให้ “สถาบันบาร์บีคิวเย่ว์หยาง” (Yueyang Barbecue Institute) ในมณฑลหูหนาน กลายเป็นที่จับตาตั้งแต่เปิดตัว หลักสูตรระยะสั้นเพียง 1 เดือนของที่นี่ไม่ได้สอนแค่การย่างเนื้อให้อร่อย แต่ยังมุ่งปั้นทั้ง “เชฟบาร์บีคิว” และ “เจ้าของร้าน” ที่พร้อมต่อยอดสู่ธุรกิจได้จริง
เมืองเย่ว์หยางถือเป็นหนึ่งในเมืองขึ้นชื่อเรื่องเซาเข่าหรือบาร์บีคิวสไตล์จีน ที่นี่มีร้านปิ้งย่างราว 3,000 แห่งและเชฟจำนวนมากที่มีฝีมือเฉพาะตัว ด้วยเหตุนี้ Yueyang Open University จึงร่วมมือกับสมาคมบาร์บีคิวท้องถิ่น เปิดสถาบันเฉพาะทางด้านการทำอาหารปิ้งย่างขึ้น โดยนักเรียนรุ่นแรกจำนวน 30 คนเพิ่งจบหลักสูตรไปไม่นาน
ก่อนหน้านี้ มีข้อมูลแพร่สะพัดบนโลกออนไลน์ว่าเรียนที่สถาบันบาร์บีคิวเย่ว์หยางเพียง 1 เดือน ก็สามารถได้รับวุฒิระดับอนุปริญญาหรือปริญญาตรีได้ แต่ทางสถาบันยืนยันว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน พร้อมอธิบายว่า หลักสูตรของสถาบันใช้ระบบ “ทักษะ” ควบคู่ “การศึกษา” โดยคอร์สฝึกทักษะระยะเวลา 30 วัน จะสอนตั้งแต่เทคนิคการปิ้งย่างไปจนถึงการบริหารร้าน ส่วนผู้ที่ต้องการวุฒิการศึกษาที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ยังต้องสมัครเรียนในหลักสูตรของมหาวิทยาลัยเพิ่มเติม
หนึ่งในเป้าหมายของการเปิดสถาบันแห่งนี้ คือการเปลี่ยนภาพจำของคนทำอาชีพปิ้งย่างที่มักถูกมองว่าเป็นงานใช้ฝีมือแต่ไร้เส้นทางเติบโต พร้อมเปิดทางเลือกอาชีพที่หลากหลายมากขึ้น โดยนักเรียนรุ่นแรกจำนวน 30 คน กว่า 90% เดินทางมาจากต่างเมือง มีทั้งเชฟโรงแรม คนทำงานรุ่นใหม่ที่จบมหาวิทยาลัย ไปจนถึงผู้ที่ไม่เคยจับตะหลิวมาก่อน แต่ต้องการเริ่มต้นเส้นทางในวงการอาหาร
แนวคิดของสถาบันคือการเชื่อมโยงการเรียนเข้ากับภาคธุรกิจ เพื่อช่วยให้ผู้ที่อยากเริ่มต้นอาชีพสามารถนำทักษะไปต่อยอดเป็นธุรกิจได้จริง หลักสูตรยังครอบคลุมการบริหารร้าน การคำนวณต้นทุน จิตวิทยาผู้บริโภค ไปจนถึงการทำคอนเทนต์วิดีโอสั้นเพื่อโปรโมตร้าน ผลักดันการทำร้่นที่มีมาตรฐานมากขึ้น ตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมวัตถุดิบไปจนถึงสัดส่วนเครื่องปรุงที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน บางอย่างละเอียดถึงระดับกรัม
อย่างไรก็ตาม เสน่ห์ของเซาเข่าจีนยังคงต้องการฝีมือเฉพาะตัวด้วย เพราะจังหวะการโรยเครื่องปรุงหรือการควบคุมไฟยังต้องอาศัยประสบการณ์และรสมือของแต่ละคนที่แตกต่างกัน
สำหรับนักเรียนรุ่นแรก ส่วนใหญ่มีแผนกลับไปพัฒนาธุรกิจในบ้านเกิด โดยนำเทคนิคบาร์บีคิวแบบเย่ว์หยางไปผสมกับรสชาติท้องถิ่น ขณะที่บางคนที่ไม่มีพื้นฐานมาก่อน เลือกเริ่มจากแผงเล็กๆ ตามตลาดกลางคืน เพื่อสะสมประสบการณ์ก่อนขยับสู่การเปิดร้านของตัวเอง นอกจากนี้ ยังมีบางส่วนสมัครเรียนต่อในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องของมหาวิทยาลัยเปิด เพื่อพัฒนาทักษะและต่อยอดอาชีพในระยะยาว
สถาบันฯ ยังร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นเปิดอบรมทักษะระยะสั้นสำหรับผู้พิการ เพื่อเพิ่มโอกาสด้านอาชีพและรายได้ พร้อมเดินหน้าต่อยอดการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมท้องถิ่นกับการสร้างอาชีพอย่างเป็นรูปธรรม


