Nvidia จับมือ Unitree เปิดตัวหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นใหม่ พร้อม ‘สมอง AI’ อัจฉริยะ

แชร์บทความ

JTN Businesss 1 2026 06 04T171008.387

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. เจนเซน หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของ Nvidia ยักษ์ใหญ่ด้านชิป AI ของสหรัฐฯ ประกาศว่า Nvidia ได้ร่วมมือกับ Unitree Robotics (宇树科技) ผู้พัฒนาหุ่นยนต์ชั้นนำของจีนเปิดตัว H2+ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ต้นแบบรุ่นใหม่ หรือที่รู้จักในชื่อ Isaac GR00T System เพื่อเร่งการพัฒนาและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ทั่วโลก

ระบบดังกล่าวจะเปิดให้สถาบันอุดมศึกษาและองค์กรวิจัยใช้งาน เช่น มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) และสถาบันเทคโนโลยีแห่งสหพันธ์สวิสในซูริก (ETH Zurich) โดย Unitree Robotics เป็นผู้พัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่น H2 สูงประมาณ 1.8 เมตร ขณะที่ Nvidia จัดหาแพลตฟอร์มประมวลผล AI โมเดลพื้นฐานสำหรับหุ่นยนต์ และระบบจำลองการทำงาน ส่วนมือกล 5 นิ้วผลิตโดยบริษัท Sharpa บริษัทพัฒนาหุ่นยนต์และมือกลอัจฉริยะจากสิงคโปร์

เจนเซน หวง ระบุว่า ระบบดังกล่าวได้รับการผสานการทำงานอย่างสมบูรณ์แล้ว โดยตัวหุ่นยนต์มีจุดอิสระในการเคลื่อนไหว 31 จุด ส่วนมือกลแต่ละข้างมี 25 จุด ตัวเครื่องสูงประมาณ 1.8 เมตร และหนักราว 68 กิโลกรัม พร้อมกล่าวติดตลกว่า “มีส่วนสูงและน้ำหนักใกล้เคียงกับตัวผม”

ในระบบนี้ Nvidia เป็นผู้จัดหาทั้งพลังประมวลผลและระบบ AI ให้กับหุ่นยนต์ โดย Jetson AGX Thor T5000 ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการประมวลผลข้อมูล ขณะที่ Isaac GR00T โมเดล AI สำหรับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ทำหน้าที่เสมือนสมองช่วยให้หุ่นยนต์สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ ใช้เหตุผล และตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด

เจนเซน หวงระบุว่า ระบบดังกล่าวได้รวมซอฟต์แวร์ ระบบสร้างและจำลองข้อมูล รวมถึงสภาพแวดล้อมการทำงานของ Nvidia ไว้ในชุดเดียว เพื่อช่วยให้นักวิจัยและสถาบันการศึกษาพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องสร้างระบบทดสอบที่ซับซ้อนด้วยตนเอง

เขากล่าวว่า ระบบนี้เปรียบเสมือนต้นแบบที่เปิดให้นักพัฒนาและสถาบันวิจัยนำไปต่อยอดได้ พร้อมชี้ว่า “ข้อมูล” ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของหุ่นยนต์อัจฉริยะและปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ เนื่องจากการฝึก AI ต้องอาศัยข้อมูลจากมุมมองของหุ่นยนต์เอง ขณะที่ข้อมูลส่วนใหญ่ในปัจจุบันยังเป็นมุมมองบุคคลที่สาม

นอกจาก H2+ แล้ว Nvidia ยังเปิดตัว Cosmos 3 โมเดลพื้นฐานสำหรับการจำลองโลก ซึ่งถูกยกให้เป็นเทคโนโลยีแนวหน้าด้านปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพที่สามารถเข้าใจโลกกายภาพได้ทั้งจากมุมมองบุคคลที่หนึ่งและบุคคลที่สาม

ก่อนหน้านี้เจนเซน หวงเคยคาดการณ์ว่า ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพอาจเติบโตเป็นตลาดมูลค่าหลายสิบล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าธุรกิจหุ่นยนต์จะขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 5 ปีข้างหน้า

ด้านนักวิเคราะห์จากมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) ธนาคารเพื่อการลงทุนระดับโลก ระบุว่ายอดจำหน่ายหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในจีนปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% แตะราว 28,000 ตัว ซึ่งสูงที่สุดในโลก และมีแนวโน้มก้าวขึ้นเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่ช่วยหนุนภาคการผลิตและการส่งออกของจีนในอนาคต

Tag ยอดนิยม

แชร์บทความ

Related Articles