
หลังจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (National Bureau of Statistics of China) เผยแพร่ข้อมูลประชากรระดับประเทศ ล่าสุดของ 31 มณฑลของจีนทยอยประกาศข้อมูลประชากรประจำปี 2025 ทำให้ภาพรวมการเคลื่อนย้ายประชากรระหว่างมณฑลมีความชัดเจนมากขึ้น โดยปี 2025 ยังเป็นปีที่มีการสำรวจประชากรขนาดย่อ จึงทำให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือมากกว่าปีก่อน
จากการเปรียบเทียบข้อมูลประชากรปี 2025 กับปี 2024 พบว่า มี 14 มณฑล ที่มีประชากรย้ายเข้าสุทธิ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ มณฑลที่จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นจากทั้งการย้ายถิ่นและการเพิ่มตามธรรมชาติ และมณฑลที่แม้ยังคงมีประชากรย้ายเข้าสุทธิ แต่จำนวนประชากรโดยรวมกลับลดลง เนื่องจากจำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่าจำนวนการเกิดใหม่จากการเข้าสู่สังคมสูงวัย
นักประชากรศาสตร์มองว่า ทิศทางการย้ายถิ่นระหว่างมณฑลสะท้อนศักยภาพทางเศรษฐกิจและการพัฒนาของแต่ละพื้นที่ แต่ภายใต้แนวโน้มจำนวนประชากรจีนที่ลดลง การย้ายถิ่นเป็นเพียงการโยกย้ายประชากรจากพื้นที่หนึ่งไปสู่อีกพื้นที่หนึ่ง ดังนั้น การเพิ่มอัตราการเกิดจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีนในระยะยาว
ข้อมูลระบุว่า มี 7 มณฑล ที่ทั้งจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นและมีประชากรย้ายเข้าสุทธิ ได้แก่ กวางตุ้ง เจ้อเจียง ซินเจียง ไห่หนาน นครเซี่ยงไฮ้ เขตปกครองตนเองซีจ้าง และเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย โดยกวางตุ้งยังคงเป็นมณฑลที่มีประชากรมากที่สุดของจีน ขณะที่เจ้อเจียงยังรักษาการเติบโตของประชากรไว้ได้จากการย้ายถิ่นเข้าสุทธิ แม้อัตราการเกิดจะลดลง
นครเซี่ยงไฮ้เป็นนครระดับเทศบาลเพียงแห่งเดียวที่มีประชากรเพิ่มขึ้น โดยอาศัยการดึงดูดบัณฑิตจบใหม่และบุคลากรทักษะสูง ส่วนซินเจียง ไห่หนาน ซีจ้างและหนิงเซี่ยมีประชากรย้ายเข้าเพิ่มขึ้นจากนโยบายภาครัฐและการพัฒนาอุตสาหกรรมเฉพาะทาง
ซินเจียงมีประชากรย้ายเข้าสุทธิ 91,000 คน ส่วนไห่หนาน 60,000 คน จากแรงหนุนของอุตสาหกรรมและนโยบายพัฒนา ขณะที่ซีจ้างและหนิงเซี่ยก็มีประชากรย้ายเข้าเพิ่มขึ้นเช่นกัน
อีก 7 มณฑล ได้แก่ เจียงซู นครฉงชิ่ง เหลียวหนิง หูเป่ย์ ฝูเจี้ยน นครเทียนจิน และเหอเป่ย์ แม้จำนวนประชากรโดยรวมจะลดลง แต่ยังคงมีประชากรย้ายเข้าสุทธิ โดยสาเหตุที่ประชากรลดลงมาจากจำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่าจำนวนการเกิดใหม่ ไม่ใช่การสูญเสียศักยภาพทางเศรษฐกิจ
เหลียวหนิงเป็นมณฑลเดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนที่มีประชากรย้ายเข้าสุทธิในปี 2025 จากการฟื้นตัวของภาคการผลิตและการย้ายกลับของแรงงานในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม จำนวนมณฑลที่มีอัตราการเพิ่มของประชากรตามธรรมชาติเป็นบวก ลดลงจาก 11 มณฑลในปี 2024 เหลือเพียง 7 มณฑลในปี 2025
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า อัตราการเกิดของจีนยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง หากไม่สามารถเพิ่มอัตราการเกิดให้อยู่ในระดับทดแทนประชากรได้ ทุกมณฑลอาจเผชิญภาวะประชากรลดลงในอนาคต ปัจจุบันมีเพียง ซีจ้าง ซินเจียง หนิงเซี่ย ชิงไห่ กุ้ยโจว ไห่หนาน และกวางตุ้ง ที่จำนวนการเกิดยังมากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิต
ผู้เชี่ยวชาญยังมองว่า ความเชื่อที่ว่า “ยิ่งเศรษฐกิจพัฒนา อัตราการเกิดยิ่งลดลง” ไม่ใช่เรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ปัญหาสำคัญคือ การสนับสนุนด้านการมีบุตรไม่ได้เพิ่มขึ้นตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ หากภาครัฐเพิ่มมาตรการส่งเสริมการมีบุตรอย่างเพียงพอ ก็มีโอกาสช่วยกระตุ้นอัตราการเกิดได้
ในปี 2025 มี 16 มณฑล ที่มีประชากรย้ายออกสุทธิ ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในภาคกลาง ภาคตะวันตกเฉียงใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน โดยเหอหนาน กว่างซี เจียงซี หูหนาน และอันฮุย เป็น 5 พื้นที่ที่มีประชากรย้ายออกมากที่สุด โดยมีประชากรย้ายออกสุทธิมากกว่า 1.7 แสนคนต่อปี
เหอหนาน มีประชากรย้ายออกสุทธิสูงสุดของประเทศที่ 2.03 แสนคน เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจยังพึ่งพาเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมหนัก ขณะที่ตำแหน่งงานรายได้สูงยังมีจำกัด ส่งผลให้แรงงานวัยหนุ่มสาวจำนวนมากย้ายไปทำงานในเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียงและสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี
กว่างซี เจียงซี หูหนาน และอันฮุย ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียงและสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี ยังคงมีแรงงานย้ายไปทำงานในเมืองชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง โดย กว่างซี มีประชากรย้ายออกสุทธิ 1.95 แสนคน ขณะที่เจียงซีและหูหนานมีประชากรย้ายออกสุทธิ 1.91 แสนคน และ 1.86 แสนคน ตามลำดับ ส่วนอันฮุยมีประชากรย้ายออกสุทธิ 1.76 แสนคน แม้เมืองเอกของแต่ละมณฑลจะยังดึงดูดบุคลากรทักษะสูงได้ แต่ยังไม่สามารถหยุดการไหลออกของแรงงานได้
ส่วน เสฉวน มีประชากรย้ายออกสุทธิ 1.09 แสนคน ตามมาด้วยซานซีที่ 1.06 แสนคน และกานซู่ที่ 97,000 คน โดยแรงงานส่วนใหญ่ยังคงย้ายไปทำงานในเมืองเศรษฐกิจสำคัญ ขณะที่ ส่านซี มีประชากรย้ายออกสุทธิ 70,000 คน และเปลี่ยนจากมณฑลที่มีประชากรย้ายเข้าสุทธิในปี 2024 มาเป็นประชากรย้ายออกสุทธิในปี 2025
กุ้ยโจว และ ชิงไห่ แม้จำนวนการเกิดยังมากกว่าการเสียชีวิต โดยมีประชากรเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ 49,000 คน และ 4,000 คน แต่แรงงานวัยหนุ่มสาวจำนวนมากย้ายออกไปทำงานต่างถิ่น ส่งผลให้จำนวนประชากรโดยรวมยังคงลดลง ส่วนจี๋หลิน มองโกเลียใน ซานตง ปักกิ่งและยูนนาน มีประชากรย้ายออกในระดับต่ำ โดยปักกิ่งมีประชากรย้ายออกสุทธิ 16,000 คน ซึ่งเป็นผลจากนโยบายกระจายบทบาทเมืองหลวงและการควบคุมจำนวนประชากร มากกว่าปัจจัยด้านการจ้างงาน
นอกจากพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีและสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียงแล้ว ซินเจียง ซีจ้าง ไห่หนาน และหนิงเซี่ย ยังสามารถดึงดูดประชากรย้ายเข้าได้อย่างต่อเนื่อง จากนโยบายสนับสนุนของภาครัฐ การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาอุตสาหกรรมที่สร้างงานจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม นักวิชาการเห็นว่า การย้ายถิ่นระหว่างมณฑลเป็นเพียงการกระจายแรงงาน ไม่ได้ช่วยเพิ่มจำนวนประชากรของประเทศในระยะยาว ดังนั้น การยกระดับอัตราการเกิดจึงเป็นทางออกที่ยั่งยืน แม้จะต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล และทำให้หลายพื้นที่ยังคงเลือกใช้นโยบายดึงดูดแรงงานเป็นหลัก
นักวิชาการด้านประชากรมองว่า ในระยะยาว จีนควรให้ความสำคัญกับการยกระดับอัตราการเกิดควบคู่กับการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านทะเบียนบ้าน และพัฒนาบริการสาธารณะ เช่น การศึกษา สาธารณสุข และที่อยู่อาศัย เพื่อรองรับประชากรที่ย้ายถิ่นและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรแรงงาน
พร้อมเสนอให้ภาครัฐปรับจุดเน้นของนโยบายจากการดึงดูดบุคลากรมาเป็นการส่งเสริมการมีบุตร เนื่องจากเมื่อหลายมณฑลเข้าสู่ภาวะประชากรติดลบ การพึ่งพาการย้ายถิ่นเพื่อชดเชยจำนวนประชากรที่ลดลงจะไม่ใช่ทางออกอีกต่อไป และการรับมือกับสังคมประชากรลดลงจะเป็นความท้าทายร่วมของทุกภูมิภาคในจีน
นักวิชาการมองว่า หลายพื้นที่ของจีนเริ่มตระหนักว่าประชากรเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ แต่การแข่งขันดึงดูดประชากรอาจดำเนินต่อไปได้อีกไม่นาน เนื่องจากจำนวนประชากรที่สามารถย้ายถิ่นมีแนวโน้มลดลง จึงควรปรับนโยบายมาเป็นการเพิ่มการสนับสนุนการมีบุตร พร้อมเสนอให้เพิ่มมาตรการลดภาระของครอบครัว เช่น สิทธิประโยชน์ทางภาษี การขยายสิทธิ์ลาเลี้ยงดูบุตร การเพิ่มศูนย์รับเลี้ยงเด็ก และลดการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงในที่ทำงาน โดยชี้ว่าการดึงดูดแรงงานจากพื้นที่อื่นเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากต้องการรับมือกับแนวโน้มประชากรลดลงในระยะยาว


