
บริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ เริ่มหันมาใช้โมเดล AI แบบโอเพนซอร์สจากจีนมากขึ้น หลังต้นทุนการใช้งานโมเดล AI ชั้นนำของสหรัฐฯ สูงขึ้นต่อเนื่อง โดย Coinbase แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีของสหรัฐฯ ได้ตั้งค่าให้ GLM 5.2 ของ Z.ai (智谱) สตาร์ตอัปด้าน AI ของจีนและ Kimi K2.7 ของ Moonshot (月之暗面) ผู้พัฒนาแชตบอต AI เป็นโมเดลเริ่มต้นสำหรับวิศวกรทุกคนผ่านระบบภายในองค์กร
ไบรอัน อาร์มสตรอง (Brian Armstrong) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Coinbase เปิดเผยว่า การเปลี่ยนมาใช้โมเดลโอเพนซอร์สจากจีนช่วยลดค่าใช้จ่ายด้าน AI ได้เกือบ 50% แม้ปริมาณการใช้งานจะยังเติบโตต่อเนื่องพร้อมระบุว่าองค์กรอื่นก็สามารถนำแนวทางนี้ไปประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน
ไบรอัน อาร์มสตรองระบุเพิ่มเติมว่าวิศวกรกว่า 91% ไม่เคยใช้งาน AI จนถึงโควตาที่กำหนด ดังนั้นบริษัทจึงลดต้นทุนด้วยการเปลี่ยนโมเดลเริ่มต้นสำหรับงานทั่วไป เช่น การตรวจสอบโค้ดและสรุปเอกสาร ไม่ใช่การปรับลดโควต้าการใช้งานของพนักงาน โดย GLM 5.2 ของ Z.ai ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในโมเดลโอเพนซอร์สที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะทำผลงานใกล้เคียงโมเดลชั้นนำของ OpenAI และ Anthropic แต่มีต้นทุนการใช้งานต่ำกว่าหลายเท่า
นอกจาก GLM แล้ว โมเดล Kimi ของ Moonshot ก็ได้รับความนิยมในต่างประเทศเช่นกัน โดย Coinbase เลือกใช้ Kimi K2.7 Code เป็นโมเดลสำหรับงานเขียนโค้ด ขณะที่มูลค่าบริษัท Moonshot เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากกระแสความนิยมในตลาดโลก
Coinbase ไม่ใช่บริษัทเดียวที่เลือกใช้โมเดลจีน โดย Airbnb ก็เปลี่ยนมาใช้ Qwen ของ Alibaba ส่วน Lindy ใช้ DeepSeek V4 ขณะที่ Snowflake ประเมินว่า GLM 5.2 ให้ประสิทธิภาพใกล้เคียง Claude แต่มีต้นทุนต่ำกว่ามาก
รายงานของคณะกรรมาธิการทบทวนเศรษฐกิจและความมั่นคงสหรัฐฯ (USCC) ระบุว่า สตาร์ตอัป AI ในสหรัฐฯ ราว 80% ใช้งานโมเดลโอเพนซอร์สจากจีน ขณะที่ Qwen ของ Alibaba มียอดดาวน์โหลดสะสมกว่า 700 ล้านครั้ง และเป็นหนึ่งในโมเดลโอเพนซอร์สที่ได้รับความนิยมสูงสุดของโลก
แม้ความขัดแย้งด้าน AI ระหว่างจีนและสหรัฐฯ จะยังดำเนินต่อไป และแม้ Z.ai ถูกสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำตั้งแต่ปี 2025 แต่โมเดล AI จากจีนยังคงได้รับการนำไปใช้งานในภาคธุรกิจของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง
แต่โมเดล AI จากจีนก็ยังเผชิญข้อกังวลด้านความปลอดภัยและการแข่งขันทางเทคโนโลยี โดย Coinbase ยืนยันว่าได้ติดตั้งโมเดลไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทเอง เพื่อไม่ให้ข้อมูลถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ในจีน
นักวิเคราะห์มองว่า การที่บริษัทจำนวนมากหันมาใช้โมเดลโอเพนซอร์สราคาถูกจากจีน กำลังกดดันผู้พัฒนา AI ชั้นนำของสหรัฐฯ อย่าง Anthropic ซึ่งพึ่งพารายได้จากลูกค้าองค์กรเป็นหลัก
โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) สถาบันการเงินชั้นนำของสหรัฐฯ คาดว่าปริมาณการใช้งาน AI ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นอีก 24 เท่าภายในปี 2030 ส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องมองหาโมเดลที่มีต้นทุนต่ำและคุ้มค่ามากขึ้น ด้วยเหตุนี้ โมเดล AI โอเพนซอร์สจากจีนที่มีประสิทธิภาพสูงและต้นทุนต่ำจึงกลายเป็นอีกทางเลือกสำคัญ โดยปัจจัยในการเลือกใช้งานขององค์กรไม่ได้อยู่ที่ประเด็นทางการเมือง แต่เป็นเรื่องของ ต้นทุน ประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่นในการนำระบบไปใช้งานมากกว่า


