
เรื่องโดยปริวัฒน์ จันทร
วันที่ ๕ เดือน ๕ ตามปฏิทินจันทรคติของจีนเป็น วันเทศกาลตวนอู่ (端午节) คำว่า “ตวน” แปลว่า เริ่มต้น แรกสุด “อู่” พ้องเสียงกับคำว่าอู่ (五) ที่แปลว่าห้า (ปีนี้ตรงกับพฤหัสบดีที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๖) ดังนั้น “ตวนอู่” จึงหมายถึงวัน ๕ แรก คือวัน ๕ ค่ำเดือน ๕ ชาวจีนแต้จิ๋วเรียกว่าโหงวเหว่ยโจ่ย (五月节) หมายถึง “งานเทศกาลเดือน ๕” หรือเทศกาลขนมจ้าง (บะจ่าง) ที่เราคุ้นเคยกัน
ประวัติของเทศกาลนี้มีมาตั้งแต่สมัยจ้านกว๋อ (สงครามเจ็ดรัฐ) ทางการจีนยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมระดับชาติ เป็นวันกวีแห่งชาติ (ซือเหรินเจี๋ย-诗人节) วันแข่งเรือมังกร (หลงโจวเจี๋ย-龙舟节) และเป็นวันหยุดราชการประจำปี
ในค.ศ.๒๐๐๙ องค์การยูเนสโกได้ประกาศรับรอง “วันเทศกาลตวนอู่” เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของโลก เพื่อระลึกยกย่องถึงความซื่อสัตย์สุจริตของข้าราชการอันเป็นแก่นแท้ของงานเทศกาลนี้
🟢 ตำนานเทศกาล
ที่มาของตำนานเทศกาลตวนอู่มีแตกต่างกันในหลายสำนวน แต่ที่ได้รับความเชื่อถือยอมรับมากที่สุดทั่วประเทศคือ เป็นการรำลึกถึงกวีผู้รักชาติ-ชวีหยวน
ชวีหยวน (屈原) (ปี ๓๔๓-๒๗๘ ก่อนคริสตกาล) เป็นชาวรัฐฉู่ (楚国) ปัจจุบันอยู่ในมณฑลหูเป่ย์ ภาคกลางของจีน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองจิงโจว (荆州) มีชีวิตอยู่ในช่วงกลางค่อนปลายในยุคจ้านกว๋อ สมัยนั้นรัฐฉู่ที่เคยเข้มแข็งที่สุดในบรรดาเจ็ดรัฐ ครั้นพอมาถึงสมัยฉู่ฮว๋ายหวาง (楚怀王) การเมืองอ่อนแอ บ้านเมืองระส่ำระสาย เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่รัฐฉินกำลังเข้มแข็งขึ้นทุกขณะและมีนโยบายรุกรานต่างรัฐ
ชวีหยวนเกิดในตระกูลหมี่ (羋) ที่สูงศักดิ์ได้รับการศึกษาอย่างดี รอบรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในทุกแขนง ชวีหยวนเสนอนโยบายภายในให้ปฏิรูปการปกครอง ขจัดพวกนายทาสที่กดขี่และเหล่าขุนนางที่มีอิทธิพล ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของคนยากจน ส่งเสริมให้คนดีมีความสามารถมีโอกาสเข้ามารับใช้บ้านเมือง
ต่อกิจการภายนอกรัฐ ชวีหยวนเสนอให้ใช้นโยบายทำสนธิสัญญารวม ๖ รัฐต่อต้านรัฐฉิน ฉินเจาเซียงหวาง (秦昭襄王) ผู้ครองรัฐฉินเวลานั้น เป็นผู้นำที่ชาญฉลาดและทะเยอทะยาน ทำนุบำรุงรัฐฉินจนเข้มแข็งมั่งคั่ง จนสามารถซื้อตัวขุนนางต่าง ๆ ในรัฐฉู่ ให้คัดค้านนโยบายของชวีหยวน จนในที่สุดฉู่ฮว๋ายหวางล้มเลิกสนธิสัญญารวม ๖ รัฐ ไปทำสนธิสัญญากับรัฐฉิน พร้อมทั้งได้ปลดชวีหยวนลงเป็นขุนนางชั้นผู้น้อย

🟢 เนรเทศชวีหยวน
ชวีหยวนพยายามทำหนังสือตักเตือนฉู่หวางหลายครั้ง นอกจากจะไม่เป็นผลยังถูกเหล่าขุนนางกังฉินใส่ร้ายว่าหลงตัวเอง บังอาจหมิ่นฉู่ฮว๋ายหวาง จนในที่สุดถูกเนรเทศไปอยู่ที่มี่หลัวเจียง (汨罗江) ลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง ในสมัยฉู่ฉิ่งเซียงหวาง (พระโอรสฉู่ฮว๋ายหวาง)
ชวีหยวนเป็นผู้มีความสามารถในด้านงานเขียนและกาพย์กลอน ช่วงที่ถูกเนรเทศได้ใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชนอย่างใกล้ชิด และได้เห็นความทุกข์ยากของชาวประชา จึงได้แต่งบทกวีขึ้นมากมายที่สะท้อนสภาพสังคมและบ้านเมืองความทุกข์ยากของประชาชนในสมัยนั้น สอดแทรกทัศนะความรักชาติของตนเอง
ชวีหยวนได้ประพันธ์บทร้อยกรองขนาดยาวถึง ๓๗๓ บทมีตัวอักษรมากถึง ๒,๕๐๐ ตัว ถือเป็นบทกวีร้อยกรองขนาดยาวชิ้นแรกในประวัติศาสตร์จีน ชวีหยวนจึงได้รับการยกย่องให้เป็น “ปฐมกวีของจีน”

ชวีหยวนยังคงเฝ้าคอยว่าสักวันหนึ่ง ราชสำนักจะคิดได้และเรียกใช้ตนอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีข่าวคราว ใดๆ จากราชสำนักฉู่
ในปีที่ ๒๗๘ ก่อนคริสตกาล กองทัพรัฐฉินกรีฑาทัพบุกยึดนครอิ่งตู (郢都) เมืองหลวงของรัฐฉู่ ชวีหยวนจบบทกวีบทสุดท้ายชื่อไออิ่ง (哀郢) (กำสรวลอิ่ง) แล้วใช้ก้อนหินถ่วงตัวเองจมลงสู่แม่น้ำมี่หลัวเจียง ในวันที่ ๕ เดือน ๕ ของปีนั้น (ผ่านมาแล้ว ๒,๓๐๑ ปี)
🟢 รำลึกถึงชวีหยวน
หลังจากที่ชวีหยวนจมร่างลงสู่แม่น้ำมี่หลัวเจียงแล้ว ชาวบ้านแถบนั้นที่รักและชื่นชอบชวีหยวนได้พายเรือวนเวียนค้นหาอยู่บนแม่น้ำหลายวัน บางคนพายไปจนถึงทะเลสาบต้งถิงหู แต่ก็ไม่มีใครพบพบศพของชวีหยวน
ชาวเรือบางคนเอาข้าวเหนียวปั้นที่เตรียมมาเป็นเสบียง โยนลงไปในแม่น้ำเป็นอาหารปลา เพื่อให้ปลาเหล่านั้นกินอิ่มแล้วไม่มาทำร้ายศพของชวีหยวน มีผู้เฒ่าคนหนึ่งเทเหล้ากำมะถัน (สงหวงจิ่ว-雄黄酒) ลงไปในน้ำเพื่อให้สัตว์น้ำมึนเมา จะได้ไม่มาทำร้ายซากศพของชวีหยวน
จากนั้นมาในวันที่ ๕ เดือน ๕ ของทุกปี ชาวบ้านในบริเวณนั้นจะพร้อมใจกันรำลึกถึงชวีหยวนด้วยการพายเรือบนแม่น้ำมี่หลัวเจียง โยนข้าวเหนียวปั้น และเทเหล้าสงหวง ก่อให้เกิดเป็นงานประเพณีแข่งเรือมังกร กินขนมจ้างในวันเทศกาลตวนอู่มาจนถึงปัจจุบัน
(อนึ่ง ภาพประกอบบทความนี้ส่วนหนึ่งมาจากโครงการ U2T ของมทร.รัตนโกสินทร์ บพิตรภิมุข จักรวรรดิ เรื่องเทศกาลตวนอู่และมังกรบะจ่างตัวแรก เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๔)


