ภาพเทพฝูซีหนี่ว์วาจากสุสานอัสตาน่า ภาพวาดชายหญิงคู่แรกของจีน

แชร์บทความ

      September 2023 แนวนอน 13 6 1

เรื่องและภาพโดย ปริวัฒน์ จันทร

หนึ่งในภาพที่บอกเล่าได้ถึงอารยธรรมจีนโบราณหลายเรื่องที่หลายคนอาจเคยผ่านตากันมาบ้าง คือภาพของชายหญิงคู่หนึ่ง ด้านบนเป็นมนุษย์ด้านล่างเป็นงูเลื้อยพันกันเป็นร่างเดียว (人首蛇身) รูปนี้ข้างขวาเป็นผู้ชาย มีชื่อว่า ฝูซี (伏羲 Fuxi)  ข้างซ้ายเป็นผู้หญิงมีชื่อว่า หนี่ว์วา (女娲 Nvwa)  (รูปฝูซีอยู่ทางซ้ายมือของหนี่ว์วา ตามคติของชาวจีน ซ้ายใหญ่กว่าขวา) จึงเรียกภาพวาดสุดคลาสสิกทางวัฒนธรรมจีนนี้ว่า “ภาพเทพฝูซีหนี่ว์วา (伏羲女娲图) ชายหญิงคู่แรกของชาวจีน

ตำนานเทพฝูซี-หนี่ว์วา

เทพฝูซี-ถือเป็นหนึ่งในสามกษัตริย์-ซานหวง (三皇) ของอารยธรรมจีนโบราณ (คู่กับเสินหนง (神农) และหวงตี้ (黄帝)) ตามตำนานปรัมปราเล่าขานกันว่า ในยุคดึกดำบรรพ์ฝูซีถือกำเนิดในแคว้นหัวชวีซื่อ (华胥氏) วันหนึ่งมารดาได้มาเดินเล่นในสระเหลยเจ๋ออันแสนงดงาม แล้วจู่ ๆ นางก็เห็นว่าบนพื้นดินข้างหน้ามีรอยเท้าใหญ่ปรากฎอยู่ ด้วยความตื่นเต้นระคนสนใจใคร่รู้จึงเดินเข้าไปใกล้ ๆ แล้วนำเท้าแหย่ลงไปในรอยเท้าใหญ่นั้น ฉับพลันนั้นนางสั่นสะท้านไปทั้งร่างและตั้งครรภ์ให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่งในเวลาต่อมามีนามว่า “ฝูซี” ผู้เป็นบุตรของเทพอสุนีเจ้าแห่งสายฟ้าผู้มีร่างกายท่อนบนเป็นมนุษย์ท่อนล่างเป็นมังกร ในเวลาต่อมา ฝูซีผู้ฉลาดปราดเปรื่องมีพละกำลังกายาอันเข้มแข็งได้คิดค้นแผนภูมิปา-กว้า (โป้ยข่วย) ขึ้น เป็นผู้ริเริ่มให้มนุษย์รู้จักปั่นไฟจากการสังเกตเห็นสายฟ้าผ่าลงต้นไม้จนเกิดไฟลุกไหม้ สอนให้ถักแหจับปลา ทำนา ทอผ้าทำเครื่องนุ่งห่ม กำหนดฤดูกาล คิดระบบแซ่ของชาวจีนขึ้นเป็นครั้งแรก รวมทั้งยังถือเป็นบรรพชนของมังกรอีกด้วย ฯลฯ

1.ภาพวาดเทพฝูซี สมบัติของพิพิธภัณฑ์กู้กง กรุงปักกิ่ง

เทพหนี่ว์วา-ตามตำนานเล่าว่า เป็นนางฟ้ามีส่วนบนเป็นมนุษย์ ส่วนล่างเป็นงูเช่นกัน เดินทางลงมายังโลกในยุคที่ยังไม่มีมนุษย์อยู่อาศัย นางเห็นว่าโลกนี้ช่างแสนงดงามด้วยธรรมชาติทว่ากลับเงียบเหงาเสียเหลือเกิน จึงควักดินขึ้นมาปั้นเป็นมนุษย์ตัวเล็ก ๆ แล้วเป่าลมฉับพลันตุ๊กตาดินก็มีชีวิตขึ้นมา หลังจากสร้างมนุษย์แล้ว นางยังเห็นว่าถ้ามนุษย์ต้องอยู่ตัวคนเดียวก็จะเปลี่ยวเหงา จึงเป็นแม่สื่อชักนำชายหญิงที่เธอปั้นขึ้นให้มาแต่งงานกัน มีระบบสืบพันธุ์ทำให้มนุษย์ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ต่อมาเมื่อโลกเกิดภัยพิบัติเทพวารีกับเทพอัคคีได้สู้รบกันจนเสาค้ำฟ้าดินหักโค่น ฟ้าซีกหนึ่งถล่มลงมา ท้องฟ้าขาดเป็นรู เกิดภัยพิบัติแก่มนุษย์บนโลกนานัปการ เทพหนี่ว์วาจึงนำหินห้าสีจากก้นแม่น้ำมาบดเป็นกาวขึ้นไปอุดแผ่นฟ้าที่เป็นรู นางเหินฟ้าขึ้นไปหลายรอบ อีกทั้งยังสั่งให้เต่ายักษ์ใช้เท้าทั้งสี่ค้ำยันท้องฟ้าไว้ จากนั้นมามนุษย์จึงพ้นจากภัยพิบัติระลึกถึงพระคุณจึงสร้างรูปเทพหนี่ว์วาอุดฟ้า (女娲补天) ไว้บูชา

ภาพเทพฝูซีหนี่ว์วาในสุสานอัสตาน่า

2.ภาพวาดเทพฝูซีหนี่ว์วาร้อยรัด จากสุสานอัสตาน่า
ภาพวาดเทพฝูซีหนี่ว์วาร้อยรัด จากสุสานอัสตาน่า

ภาพนี้มีประวัติว่าวาดขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง ถูกขุดค้นพบภายในหมู่สุสานใต้ดินอัสตาน่า (阿斯塔那古墓群) หมายเลข ๔๐ ในเขตเมืองโบราณเกาชาง (高昌古城) (ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์เมืองถูหลู่ฟาน เขตปกครองตนเองซินเจียงเหวยหวูเอ่อร์บนเส้นทางสายแพรไหม) ถือเป็นภาพวาดเทพฝูซีหนี่ว์วาที่สวยงามและสมบูรณ์แบบที่สุดภาพหนึ่งของจีน มีอายุมาแล้วราวหนึ่งพันสองร้อยห้าสิบปี (สันนิษฐานว่ามีอายุในสมัยจักรพรรดิถังไต้จง ค.ศ.๗๗๘) ตามตำนานกล่าวว่าฝูซีกับหนี่ว์วาเป็นพี่น้องกัน ต่อมาได้แต่งงานกันและให้กำเนิดมนุษย์ขึ้น ในมือของฝูซีถือไม้ฉากหรือจวี้ (矩) ใช้วัดความยาว วัดที่ดินทำนา จวี้ยังเปรียบเสมือนการทำตัวให้มีบรรทัดฐาน จิตใจมีความซื่อตรง ในมือของหนี่ว์วาถือของปลายแหลมสองแฉกหรือวงเวียนเรียกว่ากุย (规) วงเวียนใช้วาดวงกลม มีความยืดหยุ่น ไม่มีเหลี่ยมคม กุยจวี้ (规矩) สองคำรวมกัน หมายถึง มารยาท ระเบียบแบบแผนของการใช้ชีวิตและมารยาททางสังคม

ด้านบนระหว่างเทพฝูซีหนี่ว์วา มีภาพวาดดวงอาทิตย์ ตรงกลางมีนก (หรืออีกา) สามขา (三足鸟) เป็นสัตว์ในตำนานที่สามารถอาศัยอยู่บนดวงอาทิตย์ได้ เปรียบเสมือนธาตุหยาง เราจึงมักจะเห็นภาพวาดนกสามขาอยู่บนดวงอาทิตย์ในงานศิลปะจีนโบราณ ด้านล่างมีรูปดวงจันทร์ เปรียบเสมือนธาตุหยิน บนดวงจันทร์จะเห็นรูปคางคกหรือฉานฉู (蟾蜍) ในสมัยจ้านกว๋อ ฉิน ฮั่น ถัง มีความเชื่อเรื่องการมองเห็นบนดวงจันทร์ว่าเหมือนมีตัวคางคกอยู่ (ก่อนจะมาเป็นกระต่ายหยก (玉兔) ในภายหลัง) ด้านล่างซ้ายเป็นหมู่ดวงดาราเจ็ดดวง อันเป็นดวงดาวประจำทิศทั้งสี่ ทิศละเจ็ดดวง รวมเป็นยี่สิบแปดดวง โดยเฉพาะหมู่ดาวกระบวยใหญ่หรือเป๋ยโต่ว (北斗) ทางทิศเหนือ มีเทพเป๋ยโต่วซิงจวิน (北斗星君 (ปักเต้าแชกุง)) ดูแลบัญชีการตายของมนุษย์ และหมู่ดาวกระบวยใต้หรือหนานโต่ว มีเทพหนานโต่วซิงจวิน (南斗星君 (หน่ำเต้าแชกุง)) ดูแลบัญชีการเกิดของมนุษย์ ถือเป็นสองหมู่ดาวที่มีอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของชาวจีนมาตั้งแต่อดีต

ภาพเทพฝูซีหนี่ว์วาร้อยรัดกันนี้ จึงเป็นภาพวาดสัญลักษณ์สำคัญทางวัฒนธรรมจีนที่มียาวนานหลายพันปี ซ่อนปริศนาสอนใจ ได้ปรากฏเป็นภาพวาดในสุสานโบราณสุดคลาสสิกที่มีอายุตั้งแต่ครั้งราชวงศ์ถังให้เราได้ศึกษามาตราบจนปัจจุบัน

เรื่องราวและภาพประกอบนี้เป็นส่วนหนึ่งในหนังสือ Silkroad เส้นทางสายแพรไหมในจีน : จากซีอานสู่คาราโครัม” โดยผู้เขียน จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์สารคดี ซึ่งจะเปิดพรีออเดอร์ในเดือนตุลาคม ๒๕๖๖ นี้ครับ

Tag ยอดนิยม

แชร์บทความ

Related Articles