
ชาวจีนอาจใส่เสื้อขนเป็ดหนาเตอะ พร้อมถุงมือถุงเท้าครบชุดในหน้าหนาว แต่เมื่อถึงฤดูร้อน เราก็จะได้เห็นแฟชั่นเสื้อผ้าน้อยชิ้นหรือเสื้อผ้าเบาบางที่ช่วยระบายความร้อนได้ดี แต่รู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้ว เทรนด์การแต่งตัวด้วยอาภรณ์สุดเบาบางของชาวจีนนั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ดังที่เคยมีบันทึกเรื่องเล่าในสมัยราชวงศ์ถัง (ปี ค.ศ.618-907) ว่าพ่อค้าชาวอาหรับรายหนึ่งรู้สึกประหลาดใจมากที่สามารถมองเห็นไฝบนหน้าอกของเจ้าหน้าที่ชาวจีนได้ แม้เขาจะสวมเสื้อผ้าหนาถึงห้าชั้น เล่ามาถึงขนาดนี้คงอยากรู้แล้วใช่ไหมว่า เครื่องแต่งกายยามคิมหันต์ของบรรพบุรุษชาวจีนจะเป็นอย่างไร
1.เสื้อคลุมซา (纱袍)

เสื้อคลุมซาเป็นชุดคลุมผ้าไหมแบบโปร่งบาง ถูกค้นพบในสุสานราชวงศ์ฮั่นหมายเลข 1 ณ แหล่งขุดค้นสุสานหม่าหวังตุย (马王堆) ในเมืองฉางซา มณฑลหูหนาน เมื่อปี ค.ศ.1972
ชุดคลุมซาถือได้ว่าเป็นชุดที่มีความเก่าแก่ที่สุด อีกทั้งยังงดงามและบางที่สุดในโลก จนถูกเปรียบว่าบางเหมือนปีกจั๊กจั่นหรือบางดุจควันควัน เสื้อคลุมชนิดนี้มีน้ำหนักเพียง 49 กรัม แถมเมื่อถอดแขนเสื้อและปกออกแล้ว จะมีน้ำหนักเพียง 25 กรัม นอกจากนี้ยังสามารถพับเก็บลงในกล่องไม้ขีดได้ ชุดคลุมผ้าไหมชนิดนี้สะท้อนให้เห็นถึงเทคนิคการทอผ้าไหมและการผลิตผ้าชั้นสูงในสมัยราชวงศ์ฮั่นตอนต้น
2.เสื้อคลุมหลัว (罗袍)

ชุดคลุมหลัว (ผ้าไหมที่นุ่มและบาง) เป็นชุดคลุมสีน้ำเงินที่เหมาะกับสภาพอากาศชื้นทางตอนใต้ของจีน เนื่องจากเนื้อผ้าของชุดคลุมหลัวจะมีรูที่ใหญ่กว่าชุดคลุมซา ทำให้มีน้ำหนักเบาและระบายอากาศได้ดี โดยตั้งแต่ราชวงศ์ฮั่น (206 ปีก่อนคริสต์ศักราชถึงปี ค.ศ. 220) จนถึงราชวงศ์ถัง (ปี ค.ศ.618-907) และราชวงศ์ซ่ง (ปี ค.ศ.960-1279) ชุดคลุมหลัวถูกใช้เป็นเครื่องแต่งกายของชนชั้นสูงอย่างกว้างขวาง และมีเพียงขุนนางระดับ 5 หรือสูงกว่าเท่านั้น ที่จะได้รับอนุญาตให้สวมชุดคลุมจากผ้าชนิดนี้ได้
3.ชุดคลุมเก๋อ (葛衣)

แม้ว่าชุดคลุมผ้าไหมอย่างซาและหลัวจะมีมูลค่าสูงและหรูหราสำหรับคนทั่วไป แต่ว่ากันว่ามีผู้นำชนเผ่าคนหนึ่ง ได้ค้นพบวิธีการใช้เส้นใยจากพืชมาผลิตเสื้อผ้า ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตเสื้อผ้าฤดูร้อนได้อย่างมาก “เก๋อ” หรือที่รู้จักกันในชื่อ คุดซู (kudzu) หรือต้นรากสาคูของจีน (Chinese arrowroot) เป็นการนำเส้นใยธรรมชาติมาทำเป็นผ้าในช่วงยุคแรกของจีน เมื่อถึงเดือนหกตามปฎิทินจันทรคติ ผู้คนมักจะเปลี่ยนมาสวมชุดคลุมเก๋อ
4.เสื้อม๋า (麻服)

ในบรรดาผ้าที่ใช้สำหรับเสื้อผ้าฤดูร้อนในสมัยโบราณ ชุดคลุมเก๋อมีชื่อเสียงในด้านคุณภาพและราคาที่สามารถเข้าถึงได้ แต่ก็ยังมีเสื้อที่ทำจากไม้ล้มลุกอย่าง “ต้นปอกระเจา” ที่มีคุณภาพและราคาที่คุ้มค่ากว่าอย่างเสื้อม๋า ซึ่งคำว่า “ม๋า” นี้ยังหมายรวมถึงกัญชง ลินิน ป่านรามี ด้วย นอกจากนี้ “ม๋า” ยังใช้เรียกแทนวัสดุเหล่านี้แบบรวมๆ เมื่อไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นวัสดุชนิดใด
ในสมัยราชวงศ์ฮั่น พืชประเภทม๋าถูกปลูกเป็นจำนวนมาก ทำให้เสื้อหมามีราคาไม่แพง และถูกถักทอด้วยเทคโนโลยีการทอที่ก้าวหน้าในสมัยนั้นอย่างประณีต รวมถึงยังระบายอากาศได้ดีและย้อมสีง่าย “ม๋า” จึงกลายเป็นวัสดุที่นิยมใช้ทำเสื้อผ้าหน้าร้อนอย่างมาก
5.ชุดคลุมไม้ไผ่ (竹衣)

ในสมัยโบราณ ผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะเป็นวัสดุที่มีประสิทธิภาพในการรักษาความเย็นในช่วงฤดูร้อน เสื่อไม้ไผ่และหมอนไม้ไผ่ให้ความสบายได้อย่างไม่น่าเชื่อ คนทั่วไปยังใช้แท่งไม้ไผ่ขนาดเล็กมาทำเสื้อผ้าที่มีลักษณะคล้ายตาข่าย ใช้ป้องกันเหงื่อ
ประวัติความเป็นมาของเสื้อผ้าจากไม้ไผ่ต้องนับย้อนไปในสมัยราชวงศ์ถัง ที่ปรากฎชุดคลุมที่ทำจากไม้ไผ่ โดยเป็นผ้าที่ทอจากเส้นไม้ไผ่เรียวยาว ในยุคหลังของราชวงศ์ชิง (ปี ค.ศ.1636-1912) เสื้อผ้าที่ทำจากไม้ไผ่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางและยังถูกนำมาถวายเป็นเครื่องบรรณาการให้กับราชวงศ์ชิงอีกด้วย
6.เสื้อเหลี่ยงตัง (两裆)

เป็นชุดแบบเสื้อกั๊กที่ชายจีนโบราณนิยมสวมใส่ ถือกำเนิดขึ้นในช่วงราชวงศ์เหนือ-ใต้ (ปี ค.ศ. 420-581) โดยทั่วไปจะมีอยู่สองชิ้น ชิ้นหนึ่งไว้สำหรับปิดหน้าอก และอีกชิ้นหนึ่งไว้สำหรับปิดด้านหลัง โดยที่บริเวณไหล่จะเชื่อมต่อกันด้วยสายรัด จึงเป็นชุดที่เหมาะกับคนที่ทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน
สมัยราชวงศ์ฮั่น เหลี่ยงตังมักถูกนำมาใช้เป็นชุดชั้นใน ที่หญิงสาวชาวจีนมักสวมใส่กัน ต่อมาในสมัยราชวงศ์เว่ยและจิน เหลี่ยงตังไม่ได้ถูกจำกัดว่าเป็นชุดของผู้ชายหรือหญิง สามารถสวมใส่ออกนอกบ้านได้ เลยกลายเป็นชุดลำลองอีกประเภทหนึ่ง
(อ้างอิง: 1.https://www.chinadaily.com.cn/a/202307/18/WS64b64c5ca31035260b817190_1.html
2.https://www.zsbeike.com/cd/46241323.html
3.https://baike.baidu.com/item/%E7%B2%97%E9%BA%BB%E5%B8%83/10833564?fr=ge_ala


