กรุงปักกิ่งนำระบบจราจรอัจฉริยะมาใช้ในโครงการ “Dual Intelligence Program” ซึ่งเป็นโครงการบูรณาการเทคโนโลยี AI กับการบริหารจัดการเมืองและระบบคมนาคม ระบบนี้เริ่มใช้แล้วในเขตไห่เตี้ยน กรุงปักกิ่ง
ด้วยการควบคุมโดย AI ทำให้สัญญาณไฟจราจรสามารถปรับอัตโนมัติ จากเดิมที่ไฟเขียว ไฟแดงทำงานตามรอบเวลาที่กำหนดไว้ ปัจจุบันระบบสามารถปรับระยะเวลาไฟเขียวให้สอดคล้องกับสภาพการจราจรจริง โดยจะขยายเวลาไฟเขียวออกไปอีก 1–15 วินาทีเมื่อพบว่า มีรถสะสมจำนวนมาก และลดระยะเวลาไฟเขียวลงเมื่อการจราจรคล่องตัว
Zhou Shiguang ผู้ขับขี่ กล่าวว่า เมื่อก่อนช่วงเวลาเร่งด่วนหลังเลิกงาน ต้องรอสัญญาณไฟเขียว 2-3 รอบ จึงจะผ่านสี่แยกเหว่ยกงชุนได้ แต่เมื่อมีการนำระบบสัญญาณไฟอัจฉริยะมาใช้ เขาสามารถผ่านแยกนี้โดยรอสัญญาณไฟรอบเดียว
ระบบสัญญาณไฟอัจฉริยะถูกนำมาใช้งานแล้ว 19 แยก ในเขตไห่เตี้ยน โดยเฉพาะในบริเวณซื่อเต้าโข่ว มีการติดตั้งระบบ 13 แยก ทำให้ความเร็วเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 21% ขณะที่ดัชนีความแออัดของการจราจรลดลงเกือบ 19%
Zhao Tianmi เจ้าหน้าที่ คณะกรรมการบริหารเมืองวิทยาศาสตร์จงกวนชุน อธิบายว่า ระบบนี้ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น การสร้างแบบจำลอง 3 มิติ Spatial Intelligence และเทคโนโลยี Digital Twin โดยสร้างแบบจำลองดิจิทัลของผู้ใช้ถนนทุกประเภท ทั้งยานพาหนะและคนเดินเท้า จากนั้นใช้กล้อง AI ตรวจจับสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ ก่อนนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ AI เพื่อวิเคราะห์และคำนวณอย่างแม่นยำ
ระบบนี้ ยังมีเทคโนโลยีเชื่อมต่อภาพจากกล้องหลายตัว (Multi-camera Splicing Technology) สามารถติดตามรถคันเดียวกันได้ตลอดเส้นทาง ช่วยให้การวินิจฉัยพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎหมายมีความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น
Li Guang รองหัวหน้าหน่วยบริหารจัดการจราจรเขตไห่เตี้ยน สำนักงานบริหารจราจร สำนักความมั่นคงสาธารณะเทศบาลกรุงปักกิ่ง กล่าวว่า ในอนาคตจะพัฒนาระบบ 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาโมเดล AI การขยายขนาดการใช้งาน การควบคุมการจราจรแบบประสานหลายเส้นทาง และการบริหารจัดการดูแลระบบด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ
โครงการ “Dual Intelligence Program” เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2020 มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการการพัฒนาเมืองกับระบบคมนาคมอัจฉริยะ ทำให้กรุงปักกิ่งให้เป็นต้นแบบสำคัญของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในอนาคตของจีนและของโลก
คลิปข่าวจากภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีน (CMG)


