
เรื่องและภาพ ปริวัฒน์ จันทร



มาถึงมณฑลซานตง ต้องรู้จักชื่อเสียงของนครจี่หนาน
จี่หนาน 济南 Ji-nan เป็นเมืองเอกของมณฑลซานตง มีขนาดพื้นที่ ๑๐,๒๔๔ ตร.ม. มีประชากรประมาณ ๙.๕ ล้านคน (ปี ๒๐๒๔) ตั้งอยู่บนแอ่งอารยธรรมหลงซาน 龙山文化 สมัยยุคหินใหม่ ในสมัยชุนชิว–จ้านกว๋อเป็นที่ตั้งของรัฐฉี เป็นศูนย์กลางทางการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษา และวัฒนธรรมของมณฑลซานตง
จี่หนานมีชัยภูมิที่ตั้งเมืองที่จัดว่าสุดยอดเมืองหนึ่งของจีน กล่าวคือ
๑. ทิศเหนือผินหน้าสู่แม่น้ำหวงเหอ มาตุธารสายเลือดมังกรที่ไหลผ่านทางตอนเหนือของจี่หนาน อันเป็นเมืองใหญ่สุดท้ายที่หวงเหอไหลผ่าน ก่อนทอดตัวผ่านเมืองตงอิ๋งลงสู่ปากอ่าวโป๋ไห่ทางตะวันออก
๒. ทิศใต้อิงภูเขาไท่ซาน ขุนภูศักดิ์สิทธิ์อันดับหนึ่งของแดนมังกร
๓. จี่หนานได้รับสมญานามว่า “นครน้ำพุ หรือ 泉城 เฉวียนเฉิง” อันเนื่องมาจากทางด้านธรณีวิทยาพื้นที่ของจี่หนานเป็นชั้นหินปูนมีลำธารไหลใต้ดิน กล่าวขานกันว่า ในอดีตทุกชายคาบ้านเรือนในเขตเมืองเก่าจะมีบ่อน้ำพุใสสะอาดของตนเอง ดังคำกล่าวที่ว่า “ทุกบ้านน้ำพุใส ทุกเรือนมีต้นหยางลู่สวย 家家泉水,户户垂杨。บ่อน้ำพุของจี่หนานมีชื่อเสียงมากว่า ๒,๕๐๐ ปี มีชื่อเสียง ๗๒ บ่อ
สถานที่น่าสนใจในนครจี่หนานที่ต้องไม่พลาดไปชม ได้แก่




๑. เชียนฝอซาน ภูพระสหัสพุทธ
ถือเป็นภูเขาประจำเมืองของนครจี่หนานเดิมมีชื่อว่าลี่ซาน历山มีความสูงประมาณ ๒๘๐ เมตร เชื่อถือกันมาว่า บริเวณนี้พระเจ้าซุ่นตี้ได้มาทำนาจนมีชื่อเรียกว่า “แปลงนาของพระเจ้าซุ่นตี้ 舜帝耕田” อันเป็นที่มาของ ๑ ใน ๒๔ กตัญญู 二十四孝ของจีน ต่อมาในสมัยราชวงศ์สุยและถังได้มีการแกะสลักพระพุทธรูปขึ้นเป็นจำนวนมาก บนเขาเป็นที่ตั้งของวัดซิ่งกว๋อ 兴国禅寺มีถ้ำพระสหัสพุทธ วิหารพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์กวนอิม ศาลเจ้าพระเจ้าซุ่นตี้ ฯลฯ ในวันที่อากาศแจ่มใสยังจะเห็นทัศนียภาพของทะเลสาบต้าหมิงและแม่น้ำหวงเหออันสวยงามจากจุดชมวิวบนยอดเชียนฝอซาน



๒. จี่หนาน เมืองแห่งน้ำพุของจีน
บ่อน้ำพุที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ อุทยานบ่อน้ำพุเป้าทู่ 趵突泉ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของนครจี่หนาน เป็นบ่อน้ำพุอันดับหนึ่งในจำนวน ๗๒ บ่อและถือเป็นอันดับ ๕ ในแดนมังกร มีปริมาณการไหล ๑,๖๐๐ ลิตร/วินาที บางครั้งน้ำจะพุ่งขึ้นมาสูงถึง ๑.๕ เมตร มีหลายตาน้ำและมีเสียงพุ่งอันดัง นับเป็นน้ำพุที่มีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง จึงได้รับสมญานามว่า “เป้าทู่” หมายถึง “กระโดดโลดเต้น”


ภายในอุทยานแห่งนี้ยังมี หอประวัติและผลงานของหลี่ชิงจ้าว 李清照 (ตั้งอยู่หน้าบ่อน้ำพุล้างหยก) กวีเอกหญิงชาวจี่หนานในสมัยราชวงศ์ซ่ง มีความสามารถในการแต่งโคลง (ฉือ) จนได้สมญานามว่า “ราชินีแห่งโคลง – 词国皇后” มีช่วงชีวิตอยู่ในระหว่างค.ศ.๑๐๘๔–๑๑๕๕อยู่ในครอบครัวนักปราชญ์บิดาเป็นศิษย์เอกของกวีเอกซูตงปัวที่บ้านเต็มไปด้วยหนังสือหลี่ชิงจ้าวได้รับการศึกษาดีแต่เยาว์วัยก่อนมีครอบครัวก็อยู่ในวงวิชาการมีชื่อเสียงนางสมรสในเมื่ออายุ๑๗ปีกับจ้าวหมิงเฉิงมีอาชีพรับราชการมีความรู้ความสามารถด้านศิลปะกวีลายฝีพู่กันจีนเป็นอย่างดี
ในค.ศ.๑๑๒๗ นครไคเฟิงเมืองหลวงของซ่งเหนือตกอยู่ใต้อำนาจของพวกจิน (กิมก๊ก) ครอบครัวของ หลี่ชิงจ้าวจำต้องหนีลงใต้ไปนครนานกิง อยู่ไปเพียงปีเดียวสามีก็ป่วยเสียชีวิต หลี่ชิงจ้าวคิดว่าตนเองเหมือนคนสิ้นไร้ไม้ตอก แต่ก็พยายามทำงานแปลจารึกที่สามีได้ทำค้างไว้
บทกวีของนางเป็นโคลงช่วงต้นเป็นเรื่องความรัก ชีวิตสดใส ภายหลังสูญเสียสามีสะท้อนออกมาเป็นบทโคลงที่แฝงไปด้วยความเศร้าและความรักชาติ สะท้อนถึงชีวิตของนางที่ต้องระหกระเหินตกระกำลำบาก หลี่ชิงจ้าวได้ลาโลกนี้ไปอย่างโดดเดี่ยวและแร้นแค้น ผลงานของนางมีทั้งสิ้น ๖ เล่ม หลงเหลือตกทอดมาถึงปัจจุบันราว ๕๐ บท หอที่ระลึกแห่งนี้จึงทรงคุณค่ายิ่งในการเชิดชูกวีหญิงชาวจี่หนานผู้นี้



ห่างกันไม่ไกลเป็นที่ตั้งบ่อน้ำพุเสือดำ– เฮย์หู่เฉวียน 黑虎泉ที่ชาวบ้านสามารถนำภาชนะมารองน้ำไปบริโภคได้ และบริเวณรายรอบตกแต่งเป็นลำธารสวนสาธารณะอันน่ารื่นรมย์ยิ่ง แล้วยังมีบ่อน้ำพุไข่มุก–เจินจูเฉวียน 珍珠泉และบ่อน้ำพุห้ามังกร–อู่หลงเฉวียน 五龙泉 รวมเรียก “สี่น้ำพุลือนามแห่งจี่หนาน”
๓, ทะเลสาบต้าหมิงกับตำนานองค์หญิงกำมะลอ


ทะเลสาบต้าหมิง大明湖เป็นทะเลสาบธรรมชาติมีต้นน้ำมาจากน้ำพุในนครจี่หนาน (ในอดีตนครจี่หนานมีตาน้ำพุมากกว่าปัจจุบันหลายเท่า) ต้าหมิงหูมีความยาว ๔.๒๕ กม. น้ำลึกเฉลี่ย ๓ ม. ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ทะเลสาบน้ำพุอันดับหนึ่งของจีน” ทิวทัศน์ของต้าหมิงหูสวยงามทุกฤดูกาล ดั่งคำกล่าวที่ว่า “สี่ด้านบัวบานงามสะพรั่ง สามมุมหลิวพลิ้วสวย”
มีเรื่องราวเล่าขานอันโด่งดังของทะเลสาบแห่งนี้ที่แฟนซีรีส์จีนจะรู้จักกันดีคือ องค์หญิงกำมะลอ–หวนจูเกอเกอ 还珠格格 ภาพยนตร์จีนซีรีส์เรื่องดังที่มีจุดตั้งต้นจากเกาะกลางทะเลสาบแห่งนี้ และสำนวนที่ว่า “ไม่เห็นงู ไม่ได้ยินเสียงกบร้อง” 青蛙不鸣,蛇踪难寻。
ทำไมจึงเป็นเช่นนี้? เรื่องนี้เล่ากันว่า เมื่อคราวที่จักรพรรดิเฉียนหลงเสด็จมาประพาสทะเลสาบแห่งนี้ พวกงูและกบต่างตื่นเต้นที่จะได้ชื่นชมพระบารมี งูก็เต้นไปมา กบก็ส่งร้องระงม แต่จักรพรรดิเฉียนหลงทรงคิดว่า เป็นการรบกวนพระทัย จึงทรงสั่งให้งูกลับถ้ำและกบเงียบเสียง เมื่อเสด็จกลับพระนครหลวงแล้ว ก็ลืมถอนคำสั่ง สัตว์ทั้งสองชนิดจึงต้องปฏิบัติตาม ตราบจนทุกวันนี้ ว่ากันว่ายังไม่มีงูและกบในทะเลสาบนี้?
ซึ่งในทางสัตววิทยาได้มีคำอธิบายว่า อุณหภูมิของน้ำในทะเลสาบแห่งนี้ ไม่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของสัตว์ทั้งสองชนิด หรืออาจเป็นเพราะบนทะเลสาบแห่งนี้มีนกน้ำเป็นจำนวนมาก?? และว่ากันว่าทะเลสาบต้าหมิงยังมีความพิเศษอีกอย่างหนึ่งก็คือ 久旱不涸,久雨不涨。หมายถึงแล้งนานน้ำก็ไม่แห้ง ฝนนานน้ำก็ไม่ท่วม

ในทะเลสาบต้าหมิงมี ๖ เกาะ ที่สำคัญคือเกาะหูซิน บนเกาะมีสวน ศาลเจ้า และศาลาแปดเหลี่ยมมีชื่อว่า “ศาลาลี่เซี่ย” 历下亭 มีประวัติการสร้างในสมัยจักรพรรดิคังซี ป้ายหน้าศาลามีลายฝีพระหัตถ์จักรพรรดิเฉียนหลง ภายในจัดแสดงประวัติบุคคลสำคัญของนครจี่หนานเช่น ฝูเซิง สมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออก พระอาจารย์อี้จิง สมัยราชวงศ์ถัง เป็นต้น
ร่ำลือกันมาว่า จักรพรรดิเฉียนหลงเสด็จมาเยือนบนเกาะและศาลานี้ถึง ๓ ครั้ง ในครั้งที่ ๓ ทรงพบสาวงามนางหนึ่งกำลังดีดพิณอยู่ในศาลา ว่ากันว่าสาวงามผู้นี้มีโฉมสะคราญกว่าหญิงงามสามพันนางในพระราชวังหลวง ยิ่งเมื่อทรงได้สนทนาก็ยิ่งถูกพระทัย นางผู้นี้มีนามว่า “อวิ้เหอ” เป็นลูกสาวผู้ดีมีตระกูล รอบรู้การดนตรีบทกวีและศิลปะอีกหลายแขนง เล่ากันว่าทั้งสองได้โต้ตอบบอกรักกันด้วยบทกวีอันไพเราะจับใจ
(ฤานี่จะเป็นเหตุผลที่ทรงสั่งให้กบหยุดร้อง งูหยุดเต้น เพราะทรงรำคาญพระทัย ในระหว่างสนทนาบอกรักอย่างออกรสอยู่กับแม่นางอวิ้เหอก็เป็นได้ ??!!)


หลังจากจักรพรรดิเฉียนหลงเสด็จกลับพระราชวังหลวง ก็มิได้เสด็จกลับที่ทะเลสาบต้าหมิงและขึ้นมาที่ศาลาลี่เซี่ยอีกเลย ต่อมา นางได้ให้กำเนิดบุตรสาวหน้าตาสะคราญสวยเหมือนนางมีชื่อว่า “จื่อเวย” ก่อนสิ้นใจอวิ้เหอได้สั่งเสียบุตรสาวให้ตามหาพระราชบิดาให้พบ เรื่องราวทั้งหมดจึงกลายมาเป็นต้นตำนานของภาพยนตร์ซีรีส์จีนเรื่องดังคือ “องค์หญิงกำมะลอ – 还珠格格” อันสนุกสนานโด่งดังช่วงปีพ.ศ.๒๕๔๑–๒๕๔๒ นั่นเอง
ใครมาเยือนนครจี่หนานห้ามพลาดมาล่องเรือบนทะเลสาบน้ำพุต้าหมิงและรับฟังตำนานองค์หญิงกำมะลออันแสนสนุกนี้กันด้วยนะครับ


