สื่อไทยเจาะลึกกว่างซี: สัมผัสขุมพลังความร่วมมือจีน-อาเซียน และนวัตกรรมเศรษฐกิจยุคใหม่

แชร์บทความ

สื่อไทยเจาะลึกกว่างซี: สัมผัสขุมพลังความร่วมมือจีน-อาเซียน และนวัตกรรมเศรษฐกิจยุคใหม่

กว่างซี, จีน – วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 – คณะผู้เข้ารับการอบรมโครงการพัฒนาทักษะผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนไทย (สบทจ.1) ภายใต้การดำเนินงานของสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ได้เดินทางเยือนเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเข้มข้นตลอดทั้งวัน โดยมีเป้าหมายเพื่อศึกษาและทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงพลวัตของความร่วมมือระหว่างจีนและกลุ่มประเทศอาเซียน รวมถึงการสำรวจศักยภาพทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคนี้ การเยือนครั้งนี้ได้เปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับสื่อมวลชนไทยเกี่ยวกับบทบาทที่สำคัญของกว่างซีในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของจีนกับประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 S 36749346 0 S 36749347 0

เปิดประตูการค้าผลไม้ชายแดน: เยี่ยมชมศูนย์กลางโลจิสติกส์ฉงจั่ว

ภารกิจในช่วงเช้าเริ่มต้นขึ้นที่ ศูนย์การค้าผลไม้จีน-อาเซียนแห่งเมืองฉงจั่ว ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลเชิงยุทธศาสตร์ ใกล้กับด่านมิตรภาพ (โหย่วอี้กวน) พรมแดนสำคัญที่เชื่อมต่อกับประเทศเวียดนาม ศูนย์แห่งนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นศูนย์กลางการค้า การจัดเก็บ และการกระจายผลไม้สดจากกลุ่มประเทศอาเซียน โดยมีประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกหลัก โดยเฉพาะผลไม้เมืองร้อนที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดจีน

คณะสื่อมวลชนได้รับฟังการบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ เกี่ยวกับบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกทางการค้า การจัดการด้านโลจิสติกส์แบบควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain Logistics) และการเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ เพื่อให้ผลไม้สดจากอาเซียนสามารถเข้าถึงผู้บริโภคชาวจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ คณะฯ ยังได้เยี่ยมชมพื้นที่จัดแสดงผลไม้จำลองนานาชนิด ทั้งสินค้านำเข้าและส่งออก รวมถึงสังเกตการณ์ระบบการทำงานของการขนส่งสินค้าผลไม้จริง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน

เจ้าหน้าที่ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาและการพัฒนาของศูนย์ฯ แห่งนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากแนวคิดริเริ่มของนายกรัฐมนตรีหลี่เฉียง ที่ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของเมืองฉงจั่วในการเป็นศูนย์กลางการค้าผลไม้ระดับภูมิภาค ศูนย์ฯ แห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในสามศูนย์กระจายผลไม้และโลจิสติกส์หลักของกว่างซี ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 5.45 พันล้านหยวน ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง และมีความได้เปรียบด้านที่ตั้งที่มีด่านศุลการถึง 3 แห่ง รวมถึงโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมโยงด้วยทางด่วนและทางหลวงระหว่างประเทศ นอกจากนี้ พื้นที่โดยรอบศูนย์ฯ ยังมีการพัฒนาโรงงานแปรรูปผลไม้และระบบโลจิสติกส์ที่ครบวงจร

สถิติในปี 2024 แสดงให้เห็นถึงปริมาณการนำเข้าและส่งออกผลไม้รวมของศูนย์ฯ แห่งนี้ที่สูงถึง 2,450,000 ตัน โดย ทุเรียน จากประเทศไทยยังคงครองสัดส่วนการนำเข้าสูงสุดถึง 25% หรือประมาณ 297,000 ตัน ซึ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของไทยในฐานะผู้ส่งออกผลไม้เบอร์หนึ่งของภูมิภาค นอกจากนี้ การค้าชายแดนและกิจกรรมการขนส่งสินค้ายังสร้างรายได้เสริมให้กับชาวบ้านในพื้นที่เฉลี่ย 4,000 – 5,000 หยวนต่อเดือน และส่งผลให้รายได้รวมของหมู่บ้านในปี 2024 เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนถึงผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม

S 36749344 0

พลิกโฉมธุรกิจด้วยไลฟ์สด: เยือนบริษัทโลจิสติกส์แนวหน้า

ในช่วงสาย คณะสื่อมวลชนได้เดินทางไปยัง บริษัท Pingxiang Feiyue Supply Chain Management Service Co., Ltd. ซึ่งตั้งอยู่ในเขตนิคมส่งออกผิงเสียง ถือเป็นศูนย์กลางการแปรรูปสินค้าและโลจิสติกส์ที่สำคัญในภาคใต้ของจีน บริษัทแห่งนี้ดำเนินธุรกิจด้านการขายส่งและการจัดการห่วงโซ่อุปทาน โดยมุ่งเน้นตลาดส่งออกไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนเป็นหลัก สินค้าของบริษัทได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพและราคาที่แข่งขันได้ โดยเฉพาะในตลาดเวียดนามและไทย

S 36749349 0 S 36749351 0 S 36749352 0

นายกั๋ว เต๋ออี้ ผู้จัดการใหญ่ของบริษัทฯ ได้ให้การต้อนรับและบรรยายถึงกลยุทธ์ทางธุรกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะการใช้ช่องทางการขายผ่านระบบ ไลฟ์สด ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและสร้างยอดขายได้อย่างน่าประทับใจ สำนักงานใหญ่ของ Pingxiang Feiyue ตั้งอยู่ที่เมืองอู๋ซี มณฑลเจ้อเจียง และมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย รวมถึงรถไฟฟ้าสกู๊ตเตอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดเวียดนามและไทย

นายกั๋ว เต๋ออี้ เปิดเผยว่า สินค้าที่ขายดีที่สุดในปัจจุบันคือ เครื่องนวดและพัดลม โดยในการไลฟ์สดครั้งล่าสุด บริษัทฯ สามารถจำหน่ายพัดลมขนาดเล็กได้ถึง 7,500 เครื่อง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 570,000 บาท และสถิติสูงสุดของการไลฟ์สดขายสินค้าอยู่ที่ 60,000 ชิ้น สร้างรายได้รวมกว่า 7 ล้านบาท ภายในระยะเวลาไลฟ์สดเพียง 4 ชั่วโมง กลยุทธ์สำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือ การตั้งราคาที่ถูกที่สุดในจีนควบคู่ไปกับการรักษาคุณภาพ เพื่อให้สินค้าหมุนเวียนได้อย่างรวดเร็วและลดปัญหาการมีสินค้าคงค้างจำนวนมาก

ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ ผู้จัดการใหญ่ของบริษัทฯ ยังได้มอบเครื่องนวดไฟฟ้า ซึ่งเป็นสินค้าขายดีของบริษัทฯ เป็นของที่ระลึกแก่คณะผู้สื่อข่าวและทีมงานทุกคน เพื่อแสดงถึงมิตรภาพอันดีระหว่างจีนและไทย และความตั้งใจในการส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าและวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศให้เติบโตยิ่งขึ้น

สานสัมพันธ์ธุรกิจแห่งความหวาน: ศึกษาโรงงานน้ำตาลมิตรผล

ในช่วงบ่าย คณะผู้เข้าอบรมได้เดินทางไปยัง บริษัท East Asia Sugar Industry Co., Ltd. (EAS) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โรงงานน้ำตาลมิตรผล – ฉงจั่ว” ซึ่งเป็นผลสำเร็จของความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างกลุ่มมิตรผลของประเทศไทยและ Guangxi Nanning East Asia Sugar Group (EAS Group) การเยี่ยมชมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการอุตสาหกรรมน้ำตาลภายใต้ความร่วมมือระหว่างสองชาติ

S 36749354 0 S 36749356 0 S 36749357 0

นายพงศกร วงศ์วุฒิไกรกุล ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายจัดซื้อ กลุ่มบริษัทน้ำตาลมิตรผล ได้ให้การต้อนรับคณะฯ และบรรยายถึงประวัติความเป็นมาของความร่วมมืออันยาวนานกว่า 30 ปี ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในปี 1993 ภายหลังการเปิดประเทศและปฏิรูปเศรษฐกิจของจีน โดยการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการผลิตน้ำตาลและการใช้ประโยชน์จากชานอ้อยเพื่อผลิตพลังงานชีวมวลของมิตรผล ได้เข้ามาช่วยยกระดับอุตสาหกรรมน้ำตาลในจีน ซึ่งในอดีตประสบปัญหาด้านการขาดทุน

ปัจจุบัน กลุ่มมิตรผลมีโรงงานน้ำตาลในจีนรวม 6 แห่ง และโรงไฟฟ้าชีวมวลรวม 14 แห่ง มีกำลังการผลิตน้ำตาลรวม 9–10 ล้านตันต่อปี โดยเฉพาะโรงงานที่เมืองฉงจั่วถือเป็นโรงงานที่ใหญ่ที่สุด มีกำลังการผลิตสูงถึง 6 ล้านตันต่อปี ทำให้กลุ่มมิตรผลก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่อันดับ 3 ของประเทศจีน แม้จะไม่ใช่อันดับหนึ่งด้านปริมาณการผลิต แต่มิตรผลให้ความสำคัญกับการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน

ความร่วมมือกว่า 3 ทศวรรษได้สร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างมากต่อชุมชนและเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยมีการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยกว่า 100,000 ครัวเรือน การปล่อยสินเชื่อรวม 6.2 พันล้านหยวน การอุดหนุนการผลิตอ้อย 660 ล้านหยวน การจ่ายเงินค่าอ้อยกว่า 77.3 พันล้านหยวน การจ่ายภาษีรวม 11.2 พันล้านหยวน การสร้างงานกว่า 6,800 ตำแหน่ง และการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนนและสะพาน มูลค่ากว่า 600 ล้านหยวน

495382041 10163870066982994 6349885785579283602 n

ในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กลุ่มมิตรผลยังได้ร่วมมือกับภาครัฐและสถาบันการศึกษาของจีน ก่อตั้ง สถาบันวิจัย Silk Road International Sugar Institute และ Modern Craftsmanship of Sugar Industry เพื่อถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมน้ำตาล รวมถึงส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวิชาการและการลงทุนระหว่างประเทศ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโรงงานอัจฉริยะ การใช้พลังงานสะอาด และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อสร้างอุตสาหกรรมน้ำตาลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนในระยะยาว

ภายหลังการบรรยาย นายพงศกรได้นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมพื้นที่โรงงาน ซึ่งมีการจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ ทั้งโซนการผลิต โซนที่พักสำหรับพนักงาน สนามกีฬา และพื้นที่สีเขียวเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมของโรงงาน ซึ่งครอบคลุมระบบบำบัดน้ำเสียและการควบคุมการปล่อยควัน จนได้รับการรับรองให้เป็น “โรงงานสีเขียว” แห่งหนึ่งของจีน

สัมผัสอดีต ผสานเทคโนโลยีอนาคต: เยือนเมืองโบราณและห้องทดลอง AI

ในช่วงเย็น คณะผู้เข้าอบรมได้เดินทางไปยัง เมืองโบราณไท่ผิง (ไท่ผิงกู่เฉิง) เมืองเก่าริมแม่น้ำที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี เคยเป็นศูนย์กลางการปกครองและวัฒนธรรมของชนเผ่าจ้วง ภายในเมืองโบราณ คณะฯ ได้เยี่ยมชม ห้องทดลองปัญญาประดิษฐ์ (AI Lab) ซึ่งนำเสนอเทคโนโลยี AI ที่น่าสนใจในการผลิตข่าว ตั้งแต่การเขียนข่าวอัตโนมัติ การตัดต่อเสียง การใช้ผู้ประกาศข่าว AI ไปจนถึงระบบตอบคำถามอัจฉริยะ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่อาจเข้ามาเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมสื่อในอนาคต

496439096 1485376639103974 760455990770944967 n 496002503 1485376722437299 5015905588435937997 n 3 2 1

จากนั้น คณะฯ ได้เดินชมความงามของเมืองโบราณไท่ผิง ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองโบราณแห่งวัฒนธรรมจ้วงอันดับหนึ่งของโลก” นักท่องเที่ยวสามารถเลือกชมและซื้อผลิตภัณฑ์หัตถกรรมพื้นบ้านของชนเผ่าจ้วง ท่ามกลางบรรยากาศที่สงบร่มรื่น มีแม่น้ำล้อมรอบสามด้าน โดยเฉพาะในช่วงค่ำ แสงไฟที่สะท้อนกับผิวน้ำสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชม กำแพงเมืองโบราณไท่ผิงฟู่ ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง ซึ่งยังคงหลงเหลือให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต

การเยี่ยมชมเมืองโบราณไท่ผิงไม่เพียงแต่เป็นการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำยุคและวิถีชีวิตดั้งเดิมได้อย่างลงตัว สะท้อนถึงความ dynamism และการปรับตัวของภูมิภาคกว่างซีในยุคสมัยใหม่

การเยือนเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงตลอดทั้งวันของคณะสื่อมวลชนไทยในครั้งนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง ทำให้ได้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ความร่วมมือระหว่างประเทศ และนวัตกรรมที่กำลังขับเคลื่อนภูมิภาคนี้ไปข้างหน้า ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการนำเสนอข่าวสารและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับจีนและอาเซียนให้กับประชาชนชาวไทยต่อไป

Tag ยอดนิยม

แชร์บทความ

Related Articles