ซานติอาโก, 25 มิ.ย. (ซินหัว) — เมื่อวันพฤหัสบดี (24 มิ.ย.) เอ็นริเก พารีส รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขชิลี ยืนยันการพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลตา (Delta) รายแรกของประเทศ หลังวิเคราะห์ผลทดสอบตัวอย่างจากผู้ป่วยรายหนึ่งซึ่งเดินทางมาจากสหรัฐฯ
(แฟ้มภาพซินหัว : ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยเดินอยู่ในกรุงซานติอาโกของชิลี วันที่ 4 มิ.ย. 2020)
“เรายืนยันอย่างเป็นทางการถึงการพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา ซึ่งเดินทางมาจากสหรัฐฯ และเข้าประเทศผ่านสนามบินซานติอาโก” พารีสกล่าว ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของชิลี
พารีสกล่าวว่าผู้ป่วยรายนี้เป็นหญิง อายุ 43 ปี ซึ่งอยู่ระหว่างการกักตัวนับตั้งแต่เดินทางเข้าประเทศ ซึ่งเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตานั้นมีอัตราการแพร่ระบาดสูงกว่าเชื้อไวรัสสายพันธุ์อื่นที่ตรวจพบ
รัฐสภาชิลีจะลงคะแนนเสียงเกี่ยวกับคำขอขยายสภาวะยกเว้นตามหลักกฎหมายไปอีก 90 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย. เป็นต้นไป ส่งผลให้มีการบังคับใช้ข้อจำกัดควบคุมเสรีภาพของประชาชน ซึ่งรวมถึงมาตรการเคอร์ฟิวช่วงกลางคืนที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน
บรรดาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางกล่าวว่าการตรวจพบเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตาในชิลี เกิดขึ้นท่ามกลางจำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวนมาก และความต้องการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลในระดับสูง แม้แผนฉีดวัคซีนขนานใหญ่จะมีความคืบหน้าก็ตาม
ทั้งนี้ ชิลีมียอดผู้ป่วยโรคโควิด-19 สะสมอยู่ที่ 1,531,872 ราย และยอดผู้ป่วยเสียชีวิตอยู่ที่ 31,797 ราย นับจนถึงวันพฤหัสบดี (24 มิ.ย.)


