
เรื่องและภาพโดย ปริวัฒน์ จันทร
ศาลเจ้าเซี้ยอึ้งกง (เฉิงหวงเมี่ยว 城隍庙 ) หรือศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นศาลเจ้าขนาดเล็ก ตั้งอยู่ในชุมชนมิตรชัยภูมิ ซอยวานิช ๑ ใจกลางย่านไชน่าทาวน์สำเพ็ง ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้จัก ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองแห่งนี้มีประวัติสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ (ประมาณปีพ.ศ.๒๔๔๙ หรือมีอายุ ๑๑๗ ปีมาแล้ว) ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับตึกสิบห้องในชุมชนมิตรชัยภูมิ
คติของการตั้งศาลเจ้าพ่อหลักเมืองในประเทศจีน จะตั้งอยู่บริเวณข้างกำแพงเมืองหรือคูเมือง (โดยคำว่า “เซี้ย” หรือ “เฉิง” หมายถึง กำแพงเมือง “อึ้ง” หรือ “หวง” แปลว่า คูคลองที่ล้อมรอบกำแพงเมือง) บริเวณที่เป็นทางเข้าออกเมือง ชาวเมืองทุกคนจะต้องเดินผ่านศาลนี้และการขออนุญาตในการเข้าออกเมือง ความสำคัญของศาลเจ้าพ่อหลักเมืองยังเกี่ยวข้องกับคติความเชื่อของคนจีนในเรื่องความตาย กล่าวคือเชื่อถือกันว่าเทพเจ้าหลักเมืองมีหน้าที่ควบคุมการเข้าออกของดวงวิญญาณ หากมีผู้เสียชีวิตจะต้องมาไหว้เพื่อแจ้งบอกกล่าวองค์เทพหลักเมืองให้ทราบก่อนทุกครั้ง ก่อนที่จะมีการเคลื่อนย้ายนำศพไปฝัง เพื่อให้ช่วยคุ้มครองดวงวิญญาณสู่สุคติภพ ในเวลาเดียวกันหากในชุมชนมีเด็กเกิดใหม่หรือมีคนอพยพเข้ามาอยู่ใหม่ ก็จะต้องมาไหว้เพื่อบอกกล่าวให้ท่านทราบเช่นกัน
ภายในศาลประดิษฐาน องค์เจ้าพ่อหลักเมือง ที่อัญเชิญมาจากประเทศจีน มีลักษณะเป็น เทวรูปแต่งภายแบบขุนนางจีน มีเทพบริวารซ้ายขวา มีคติในการแก้บนศาลเจ้าพ่อหลักเมืองโดยชาวบ้านนิยมนำบุหรี่ กาแฟดำ มาไหว้เพื่อขอให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ นอกจากนี้ ผู้คนในสมัยก่อนยังนิยมนำยาฝิ่นมาแก้บนเทพบริวารของท่าน จนบางครั้งมีการเรียกกันว่า “ศาลเจ้าขี้ยา”
บริเวณด้านหน้าทางเข้าศาลมี ภาพวาด ๒๔ กตัญญู (หยี่จับสี่ห่าว) จำนวน ๖ ตอน สามารถอ่านภาพได้สี่ตอน (อีกสองตอนถูกควันธูปเทียนรมดำจนเลือนลาง) คือตอนติงหลาน สลักไม้แทนบุพการี ตอนเฒ่าทารก เหล่าไหลจื่อเล่นสนุกให้พ่อแม่ชม ตอนเจียงเก๋อ แบกมารดาลี้ภัย และตอนเกิงเฉียนโหลว ชิมอุจจาระบิดาด้วยใจเป็นห่วง นับเป็นการสอนใจผู้มากราบขอพรให้รำลึกถึงพระคุณของบุพการีตามคำสอนของปราชญ์เอกขงจื๊อ
ปากประตูทางเข้ามี คำกลอนคู่ (ตุ้ยเหลียน)ขึ้นชื่อคู่หนึ่ง เขียนว่า
“ผลบุญประกาศ บาปกรรมประกาศ ช้าก็ประกาศ เร็วก็ประกาศ ท้ายที่สุด สรรพสิ่งกระทำย่อมได้รับการประกาศต่อชนทั้งหลาย
善报恶报迟报速报终须有报 ซ่านเป้าเอ้อเป้าสือเป้าซู่เป้าจงชวีโหย่วเป้า
ฟ้าทราบ ดินทราบ คนทราบ ผีทราบ ไยเล่าจึงไม่ทราบ
天知地知人知鬼知何谓无知” เทียนจือตี้จือเหรินจือเกว่ยจือเหอเว่ยอู๋จือ
นับเป็นคำกลอนสั่งสอนให้คนที่มากราบไหว้ได้รู้จักรับผิดชอบชั่วดี พิจารณาตนเองอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนกระทำการอันใด
ชุมชนมิตรชัยภูมิกับตึกสิบห้อง
บริเวณโดยรอบของศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นที่ตั้งของชุมชนมิตรชัยภูมิ มีอาคารห้องแถวซึ่งเขียนตัวอักษรจีนปูนปั้นติดไว้ด้านบนว่า “ฮงเล้าจับโกย 豊楼十间 เฟิงโหลวสือเจียน” หรือตึกสิบห้อง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ รุ่นเดียวกับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อให้ชาวจีนโพ้นทะเลในสมัยนั้นที่มาขึ้นฝั่งท่าเรือบนถนนทรงวาดได้อยู่อาศัยพักพิงชั่วคราว โดยมีทางเดินเท้าจากตึกสิบห้องออกไปยังปากตรอกชัยภูมิ ถนนทรงวาด บริเวณข้างโรงเรียนเผยอิงและศาลเจ้าเล่าปุนเถ้ากงได้
บริเวณห้องหัวมุมของตึกสิบห้อง เป็นสถานที่ผลิตซาลาเปาขึ้นชื่อในย่านคือ ร้านเตียถ่งเซ้ง 张同成 โดยมีคุณวิเชียร สุขกมลสันติพรหรือเฮียเชง ทายาทรุ่นที่สามเชื้อสายจีนแต้จิ๋วเป็นเจ้าของปั้นจีบซาลาเปาเองทุกใบ ไส้ที่นิยมในปัจจุบันคือหมูสับและถั่ว ในทุกเทศกาลจะผลิตซาลาเปาไหว้เจ้าหลายประเภท เช่น สิ่วท้ออวยพรวันเกิด ซาลาเปารูปเต่าในวันเทศกาลหยวนเซียว ฮวกก้วยในวันแต่งงาน ฯลฯ มีหน้าร้านจำหน่ายชื่อกู่หลงเปา 古龙包ตั้งอยู่ริมถนนทรงวาดให้ซื้อหารับประทานได้โดยสะดวก
ตึกสิบห้องในชุมชนมิตรชัยภูมินี้ แม้จะผ่านกาลเวลามายาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ แต่อาคารบางห้องยังคงเหลือลวดลายไม้แกะสลักประดับประดาอาคารอย่างสวยงาม บอกเล่าเรื่องราวในอดีตว่า ตรอกแห่งนี้ในอดีตเคยมีนามว่า “ตรอกแตง” เคยเป็นที่ตั้งของโรงยาฝิ่น รวมถึงแหล่งเริงรมย์หรือย่านโคมแดงสำหรับบุรุษเมื่อราวหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา


