โตโยต้าเปิดตัวเครื่องยนต์ใหม่ วิ่งไกล 1,200 กม.ต่อถัง ผู้บริหารเผยรู้สึก ‘โดดเดี่ยว’

แชร์บทความ

JTN Businesss 1 2026 06 15T163601.864

เมื่อเร็วๆ นี้ อากิโอะ โตโยดะ (Akio Toyoda) ประธานบริษัทโตโยต้า (Toyota) เปิดเผยกับสื่ออังกฤษ Carwow ว่าเขารู้สึก “โดดเดี่ยวอย่างมาก” ท่ามกลางกระแสเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้า โดยกังวลว่าวัฒนธรรมเครื่องยนต์สันดาปรวมถึงตำแหน่งงานจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเครื่องยนต์ในญี่ปุ่น อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ แม้ที่ผ่านมาเขาจะเป็นหนึ่งในผู้วิพากษ์วิจารณ์รถยนต์ไฟฟ้ามาโดยตลอด แต่วันนี้ดูเหมือนว่าเขากำลังเริ่มยอมรับทิศทางของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนไป

เบื้องหลังความรู้สึกโดดเดี่ยวของโตโยดะคือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกที่กำลังเอนเอียงไปทางรถยนต์ไฟฟ้าจีนมากขึ้น สัดส่วนรถยนต์พลังงานใหม่ในจีนทะลุ 60% แล้ว ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดรถยนต์น้ำมันลดลงเหลือ 37.1% และเป็นครั้งแรกที่รถยนต์น้ำมันหลุดจาก 10 อันดับรถยนต์ขายดีที่สุดของประเทศ

ส่วนในต่างประเทศ สัญญาณการเปลี่ยนแปลงก็ชัดเจนขึ้นเช่นกัน ในเกาหลีใต้ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดรถยนต์ที่แข่งขันยากที่สุดของโลก ยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ของ BYD ในเดือนเมษายนอยู่ที่ 2,023 คัน สูงกว่ายอดขายรวมของรถญี่ปุ่น 3 ค่าย ได้แก่ Lexus Toyota และ Honda เป็นครั้งแรก

อีกหนึ่งตลาดที่น่าจับตาคือออสเตรเลีย ซึ่งเป็นตลาดเสรีที่เปิดกว้างต่อการแข่งขัน โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ยอดขายรถยนต์จีนอยู่ที่ 22,362 คัน แซงหน้ารถยนต์ญี่ปุ่นที่มียอดขาย 21,671 คันเป็นครั้งแรก ส่งผลให้ญี่ปุ่นสูญเสียตำแหน่งประเทศแหล่งนำเข้ารถยนต์อันดับหนึ่งของออสเตรเลียที่ครองมายาวนาน 28 ปี ขณะที่ในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน รถยนต์ไฟฟ้ามียอดขายกว่า 21,000 คัน จากยอดขายรถยนต์ใหม่ทั้งหมดกว่า 1.06 แสนคัน 

รถยนต์จีนกำลังรุกตลาดออสเตรเลียอย่างรวดเร็ว โดย BYD ทำยอดขายในเดือนพฤษภาคมได้ 8,211 คัน เพิ่มขึ้น 154.6% ขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์ขายดีอันดับ 2 ของประเทศ ขณะที่แบรนด์จีนอย่าง GWM Chery MG Geely Jetour และ Zeekr ต่างเติบโตอย่างแข็งแกร่งและขยายส่วนแบ่งตลาดอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับค่ายรถดั้งเดิมอย่าง Toyota Mazda และ Volkswagen ที่ยอดขายลดลงเป็นเลขสองหลัก แม้ Toyota จะยังครองอันดับหนึ่งด้วยยอดขายกว่า 16,000 คัน แต่ก็ลดลงถึง 30.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน

กระแสเดียวกันกำลังเกิดขึ้นในฮ่องกงและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในฮ่องกง Toyota Alphard รถตู้หรูที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งสถานะทางสังคม กำลังถูก Denza D9 แบรด์รถยนต์พลังงานใหม่จากจีน ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง BYD Auto และ Daimler AG เข้ามาแย่งความนิยมอย่างรวดเร็ว หลังมียอดจดทะเบียนรายเดือนพุ่งขึ้น 576% 

ส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนแบ่งตลาดของค่ายรถญี่ปุ่นอย่าง Toyota Honda และ Nissan ลดลงเหลือ 62% ในช่วงครึ่งแรกของปี จากราว 77% ในปี 2010 ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดของรถยนต์จีนเพิ่มขึ้นจากแทบเป็นศูนย์เป็นมากกว่า 5% แล้ว โดยข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาระดับโลก PwC มองว่าการรุกคืบของรถยนต์ไฟฟ้าจีนกำลังส่งสัญญาณว่ายุคที่ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นครองความได้เปรียบอย่างไร้คู่แข่งในภูมิภาคนี้กำลังสิ้นสุดลง

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แนวโน้มการเติบโตของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจีนยิ่งชัดเจนขึ้น โดยในเวียดนาม ยอดขายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 470% ส่งผลให้แบรนด์ผู้ผลิตจากจีนเริ่มเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดจากค่ายญี่ปุ่นดั้งเดิมอย่าง Honda Yamaha และ Suzuki มากขึ้น

ขณะที่ลาวได้เริ่มบังคับใช้นโยบายระงับการนำเข้ารถยนต์ใช้น้ำมันตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการพัฒนาสีเขียว ส่วนในยุโรป BYD มียอดขายสะสมในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2026 มากกว่า 1.2 แสนคัน เพิ่มขึ้นเกือบ 100% เมื่อเทียบกับปีก่อน

สิ่งที่ทำให้โตโยดะรู้สึกอึดอัดยิ่งกว่า คือแม้โตโยต้าจะยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์อย่างต่อเนื่อง แต่กลับได้รับความสนใจน้อยลงในยุครถยนต์ไฟฟ้า โดยเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา โตโยต้าได้เปิดตัวแพลตฟอร์มเครื่องยนต์รุ่นใหม่พร้อมระบบไฮบริด THS รุ่นที่ 6 ซึ่งช่วยยกระดับประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันขึ้นไปอีกขั้น

เครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 2.5 ลิตรรุ่นใหม่ของโตโยต้ามีประสิทธิภาพเชิงความร้อนสูงถึง 44.5% จากเดิม 41% ส่งผลให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดลงเหลือต่ำกว่า 4 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือสามารถวิ่งได้ราว 1,200 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันหนึ่งถัง ถือเป็นตัวเลขที่ยังแข่งขันได้ทั้งกับรถยนต์น้ำมันและรถยนต์ไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม ในวันที่อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังแข่งขันกันด้านแบตเตอรี่ ชิป ซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยีอัจฉริยะ ญี่ปุ่นซึ่งเคยได้เปรียบด้านเครื่องยนต์และวิศวกรรมเครื่องกลมาโดยตลอด กำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของทิศทางอุตสาหกรรม เมื่อสนามแข่งขันย้ายจากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่เทคโนโลยีไฟฟ้าและดิจิทัลมากขึ้น

เบื้องหลังความรู้สึกโดดเดี่ยวของอากิโอะ โตโยดะไม่ได้เกิดจากการที่โตโยต้าพัฒนาเครื่องยนต์ได้ไม่ดีพอ ตรงกันข้าม บริษัทสามารถสร้างเครื่องยนต์ที่ประหยัดน้ำมันและมีประสิทธิภาพสูงที่สุดรุ่นหนึ่งของโลก แต่ในวันที่อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้า ความได้เปรียบที่ญี่ปุ่นสั่งสมมานานด้านเครื่องยนต์และวิศวกรรมเครื่องกลกลับค่อยๆ ถูกลดบทบาทลง นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้โตโยดะรู้สึกว่า แม้จะพัฒนาเทคโนโลยีไปได้ไกลกว่าเดิม แต่สิ่งที่โลกกำลังให้ความสำคัญกลับไม่ใช่เครื่องยนต์อีกต่อไป

ด้านชาวเน็ตจีนแสดงความเห็นแตกออกเป็นหลายมุม โดยบางส่วนยังเชื่อมั่นในความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของรถยนต์โตโยต้า ขณะที่อีกส่วนมองว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าจับต้องได้มากขึ้นและต้นทุนการใช้งานต่ำกว่า ความได้เปรียบด้านการประหยัดน้ำมันของรถยนต์ไฮบริดจึงอาจไม่โดดเด่นเหมือนในอดีต

Tag ยอดนิยม

แชร์บทความ

Related Articles