หงชุน หมู่บ้านในภาพวาดพู่กันจีน

แชร์บทความ

 

1

เรื่องและภาพโดย ปริวัฒน์ จันทร

ชื่อเสียงเรียงนามของ “หมู่บ้านหงชุน (宏村) หนึ่งในสองหมู่บ้านมรดกโลกทางวัฒนธรรมของจีนที่ได้รับสมญานามว่า “หมู่บ้านในภาพวาดพู่กันจีน (画里乡村) เป็นที่รู้จักกันดีในช่วงระยะเวลาสิบกว่าปีมานี้ อะไรเป็นเสน่ห์รัดรึงจิตใจชาวจีนให้มาเยือนหมู่บ้านแห่งนี้กันอย่างไม่ขาดสาย

หมู่บ้านหงชุนตั้งอยู่ในอำเภออีเสี้ยน (黟县) เมืองหวงซาน (黄山市) ทางตอนใต้ของมณฑลอานฮุยภาคกลางด้านตะวันออกของจีน มีอายุกว่า ๙๐๐ ปี เปรียบประดุจอัญมณีเม็ดงาม เป็นตัวแทนแนวคิดของความกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างธรรมชาติกับมนุษย์แห่งความเลิศล้ำทางสถาปัตยกรรมของสกุลช่างฝีมือฮุยโจว อีกทั้งยังแฝงไว้ด้วยรสนิยมคุณค่าทางสุนทรียศาสตร์ และความเป็นวิทยาศาสตร์เข้าไว้ในชีวิตประจำวันอย่างน่ายกย่อง 

หงชุนเป็นหมู่บ้านโบราณเริ่มต้นสร้างในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ (ค.ศ.๑๑๓๑) มีความเจริญอย่างมากในสมัยหมิงและชิง มีบ้านเรือนที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ในสภาพสมบูรณ์ถึง ๑๓๗ หลัง

สภาพภูมิประเทศของหมู่บ้าน ทางทิศเหนือจดภูเขาเหลยกั่ง ทิศตะวันออกจดภูเขาตงซาน ทิศใต้จดทะเลสาบหนานหู และทิศตะวันตกล้อมรอบด้วยลำธารชีซี มีถนนสายเจิ้งเจียตัดผ่านเข้าตอนกลางของหมู่บ้าน เป็นถิ่นอาศัยของคนแซ่วาง (汪) ตามปูมสาแหรกตระกูลบันทึกว่า ผู้นำบรรพชนตระกูลวางรุ่นที่ ๖๖ นามวางย่านจี้ (汪彦济) สมัยซ่งใต้ได้นำชาวบ้านจากมณฑลซานตงอพยพหนีทุพภิกขภัยลงมาทางตอนใต้ จนในที่สุดได้เลือกสรรทำเลตั้งถิ่นฐานอยู่ที่หมู่บ้านหงชุนเป็นเวลานับมาแล้วกว่า ๘๐๐ ปี

จากนั้นมา ผู้นำในอีกหลายรุ่นได้เสริมแต่งภูมิลักษณ์ โดยศึกษาธรรมชาติและปรับให้สอดคล้องกับการใช้สอยประโยชน์ จนทำให้หมู่บ้านหงชุนมีรูปลักษณ์คล้าย “โค” หรือ (牛形村) หนึ่งเดียวของฮุยโจวและของจีน กล่าวคือ หากมองจากมุมสูงจะเห็นภาพของหมู่บ้านทั้งหมดเป็นภาพ “โค” กำลังนอนเอียงกาย แนบชิดอยู่ริมธารใสหน้าภูเขาใหญ่ โดยมีภูเขาเหลยกั่งทางตอนเหนือเป็น “ศีรษะโค” ต้นไม้โบราณสองต้นที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน ประดุจ “เขาโค” ตัวหมู่บ้านคือ “ลำตัวโค” สระน้ำรูปจันทร์ครึ่งดวงกลางหมู่บ้านหรือเยว่เจ่า (月沼) เปรียบได้กับ “กระเพาะโค” (บางคนเปรียบว่าเป็น “หัวใจโค”) ทะเลสาบหนานหูทางตอนใต้เหมือนกับ “ท้องโค” โดยมีลำรางเก้าคุ้งสิบโค้งเลื้อยลดคดโค้งไปตามหมู่บ้าน เชื่อมระหว่างลำธารชีซี เยว่เจว่า และหนานหู ดุจดั่ง “ลำไส้โค” ขณะที่สะพานทั้ง ๔ ทิศของหมู่บ้าน อุปมาหนึ่งว่าเป็น “กีบเท้าของโค”

หมุดหมายภายในหมู่บ้านหงชุนที่สำคัญได้แก่ หนานหูซูย่วน (南湖书院) หรือหอตำราแห่งหนานหู สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเจียจิ้งแห่งราชวงศ์หมิง ตั้งอยู่ริมทะเลสาบหนานหูอันงดงาม มีขนาดกว้างขวางถึง ๖,๐๐๐ ตร.ม. ห้องโถงใหญ่ด้านหน้าเรียกว่าจื้อเต้าถาง (志道堂) จัดวางโต๊ะครูและนักเรียนหลายสิบตัว ในอดีตเคยเป็นสถานที่บ่มเพาะสรรพวิชาความรู้ให้กับลูกหลานของคนในตระกูลวางมาช้านาน โดยไม่เสียค่าเล่าเรียนเพราะได้รับการอุปการะจากคหบดีวางติ้งกุ้ย โถงด้านหลังเรียกว่าเหวินชางเก๋อ (文昌阁) ประดับรูปเมธีเอกขงจื่อ และแผ่นป้ายชื่อศิษย์เอกสำนักหญูเช่น เมิ่งจื่อ เจิงจื่อ เพื่อให้นักเรียนได้ทำความเคารพบูชาก่อนศึกษาเล่าเรียน 

เดินเข้าไปภายในหมู่บ้านจะเห็นลำรางเก้าคุ้งสิบโค้งหรือลำไส้โคที่ชาวบ้านมีกฎกติกาในการใช้สอยประโยชน์ร่วมกัน  เพื่อให้สายเลือดที่หล่อเลี้ยงชาวหงชุนสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างผาสุก จนกระทั่งมาถึงสระน้ำจันทร์ครึ่งดวง-เยว่เจ่า (月沼) ที่เปี่ยมปริ่มนิ่งใส จนสะท้อนเงาของผนังกำแพงขาวหม่น หลังคาเล่นระดับ โค้งประตูหน้าต่าง ศาลบูชาบรรพบุรุษ และอีกมากมาย ที่มารวมกันอยู่ได้อย่างลงตัว จนเป็นภาพลักษณ์อันบรรเจิดของหมู่บ้านหงชุน

สระจันทร์ครึ่งดวงถูกขุดขึ้นในสมัยจักรพรรดิหย่งเล่อแห่งราชวงศ์หมิง โดยผู้นำสกุลวางรุ่นที่ ๗๔ นามวางซือฉี ได้เชิญนักดูภูมิลักษณ์มาแนะนำการวางผังระบบการใช้น้ำภายในหมู่บ้าน แล้วสำรวจพบว่า ที่ใจกลางหมู่บ้านมีตาน้ำหนึ่งผุดพรายสายน้ำในทุกฤดู กอปรกับสภาพภูมิประเทศทางตะวันตกเป็นเนินลาดลงสู่ที่ราบด้านตะวันออก จึงทำการขุดลำรางมาถึงสระแล้วขุดต่อไปทางตะวันออก พร้อมกับสร้างอาคารรายรอบสระพร้อมด้วยศาลบูชาบรรพบุรุษเล่อชวี่ถาง

มูลเหตุที่ขุดสระเป็นรูปจันทร์ครึ่งดวง เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อสกุล “วาง” ที่มีความหมายว่า “พิสุทธิ์ใสดั่งผลึกหยก” พระจันทร์เปรียบเสมือน “จานหยก” เป็นตัวแทนแห่งความบริสุทธิ์สดใส ชาวฮุยโจวมีคำพังเพยอยู่ประโยคหนึ่งว่า “มวลผกามิได้งามบานทุกทิวาฉันใด จันทราก็มิได้นวลแจ่มได้ทุกราตรีกาลฉันนั้น” สระน้ำจึงขุดเป็นจันทร์ครึ่งดวงให้สอดคล้องกับปรัชญาดังกล่าว

อาคารสำคัญสุดของหงชุนคือ โถงเฉิงจื้อ (承志堂 สืบสานปณิธาน) ที่ได้รับสมญาว่า “พระราชวังต้องห้ามของสามัญชน” ตั้งอยู่บริเวณศีรษะของโค สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเสียนเฟิงแห่งราชวงศ์ชิง มีพื้นที่สิ่งปลูกสร้างถึง ๓,๐๐๐ ตร.ม. ภายในมี ๙ ลานโล่ง ๖๐ ห้องน้อยใหญ่ ๑๓๖ เสาเรือน บานประตูหน้าต่างที่สลักเสลาอย่างประณีตเลิศล้ำ ๖๐ บาน

เจ้าของบ้านหลังนี้คือวางติ้งกุ้ย ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ดาวจรัสแสงแห่งพ่อค้าฮุยโจว” วัยเด็กครอบครัวมีฐานะยากจน ศึกษาวิชาที่หอตำราหนานหู ต่อไปได้เดินทางไปฝึกปรือวิชาการค้ากับญาติที่เมือง จิ่วเจียง จนประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจค้าเกลือและน้ำตาล ด้วยความมานะอดทน รู้จักประสานประโยชน์พลิกแพลงทางการค้า ในขณะเดียวกันเป็นคนรักบ้านท้องถิ่นใจบุญสุนทาน เอื้อเฟื้อแก่ผู้ยากไร้ เมื่อมีฐานะร่ำรวยจากการค้าเกลือที่เฟื่องฟูมากในสมัยนั้น จึงสะสมเงินมาส่งเสริมการศึกษาและสร้างโถงแห่งนี้ขึ้นที่บ้านเกิดของตนเอง ผลงานที่สร้างชื่อให้กับหอแห่งนี้ คือฝีมือการแกะสลักไม้ชิ้นเยี่ยมอันเป็นเลื่องลือของฮุยโจว ใช้เวลารังสรรค์นาน ๔ ปี โดยเฉพาะห้องโถงกลางเหนือประตูทางเข้าทุกด้าน มีแผ่นไม้แกะรูปตัวอักษร (商) ชาง-หรือพ่อค้าประดับอยู่ รวมทั้งมียังฉากรบในวรรณกรรมเรื่องเยี่ยมของจีน ดังความหมายว่า “ทุกคนไม่ว่าตำแหน่งชั้นยศใด เมื่อเข้ามาในโถงห้องนี้ ล้วนอยู่ใต้พ่อค้า และฉากที่มีภาพฉากรบก็ประหนึ่งการต่อสู้ในสงครามการค้า มิต่างจากสมรภูมิแต่อย่างใด และหมายมุ่งให้กิจการตน “รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” นั่นเอง

นอกจากนั้นยังมีภาพไม้แกะสลักขนาดยาวอันขึ้นชื่อ เป็นภาพ “เด็กร้อยคนรื่นเริงในวันเทศกาลหยวนเซียว (百子闹元宵) สะท้อนความเชื่อว่า “มีบุตรมาก ย่อมถือว่ามีโชคและความสุขมาก” ภาพงานเลี้ยงในราชสำนักถังซู่จง (唐肃宗宴官图) ในภาพมีเหล่าขุนนางราชสำนักสังสรรค์ใน ๔ โต๊ะ คือโต๊ะบรรเลงกู่ฉิน โต๊ะเขียนภาพ โต๊ะหมากล้อม และโต๊ะเขียนตัวอักษร สี่ศิลปะเอกของจีน และ งานฉลองวันเกิดขุนพล กวอจื่ออี๋ (郭子仪上寿) ปีที่ ๘๐ มีบุตรชาย ๗ คน และบุตรเขย ๘ คนมาร่วมพิธีดังกล่าวสะท้อนถึงการมีคุณธรรม อายุยืน บุตรหลานมาก และสุขภาพดี เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิตให้ผาสุก และกวอจื่ออี่ยังเป็นตัวแทนของคำว่า “ลก-ยศฐาบรรดาศักดิ์” ในคติ (ฮก-ลก-ซิ่ว) ของชาวจีนอีกด้วย ฯลฯ

ก่อนออกจากหงชุนทางด้านทิศเหนือยังมีต้นไม้โบราณสองต้น อยู่คู่หมู่บ้านมายาวนานกว่า ๕๐๐ ปี คือต้นเฟิงหยางและต้นแป๊ะก๊วย ทั้งสองต้นได้รับการเปรียบให้เป็น “เขาโค” ทั้งคู่ของหงชุน โดยชาวหงชุนถือเป็นต้นไม้มงคล เรียกจินซู่ (金树) -ต้นไม้ทอง และสี่ซู่ (喜树) -ต้นไม้มงคล

หมู่บ้านหงชุนได้รับการประทับรับรองให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมลำดับที่ ๑๘ ของจีน เมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ.๒๐๐๐ ร่วมกับหมู่บ้านซีตี้อีกหนึ่งหมู่บ้านงามของของอำเภออีเสี้ยนที่ตั้งอยู่ห่างไม่ไกลกัน…

หรือหอตำราแห่งทะเลสาบหนานหู แหล่งประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้ชาวหงช�
หนานหูซูย่วน หรือหอตำราแห่งทะเลสาบหนานหู แหล่งประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้ชาวหงชุน
หมู่บ้านในภาพวาดจีน มรดกโลกทางวัฒนธรรมลำดับที่ ๑๘ ของจีน
ความงามดั่งภาพวาดของหมู่บ้านในวัฒนธรรมฮุยโจว
สระน้ำจันทร์ครึ่งดวงหรือเยว่เจ่ากลางหมู่บ้านหงชุน
กระเพาะโค กลางหมู่บ้านหงชุนยามราตรี
เยว่เจ่า กระเพาะโค กลางหมู่บ้านหงชุนยามราตรี
หมู่บ้านหงชุน
ยามเช้าริมทะเลสาบหนานหู หมู่บ้านหงชุน
นักศึกษาวิชาศิลปะกำลังวาดภาพความงามของทะเลสาบหนานหูและหมู่บ้านหงชุน
พระราชวังต้องห้ามของสามัญชนของหมู่บ้านหงชุน
ความอลังการของโถงเฉิงจื้อ พระราชวังต้องห้ามของสามัญชนของหมู่บ้านหงชุน
ความงามดั่งภาพวาดของหมู่บ้านในวัฒนธรรมฮุยโจว
พ่อค้า และฉากรบในวรรณกรรมจีน
งานแกะสลักตัวอักษรซาง – พ่อค้า และฉากรบในวรรณกรรมจีน
การแต่งชุดย้อนยุคในเมืองโบราณกระแสยอดนิยมในประเทศจีน

Tag ยอดนิยม

แชร์บทความ

Related Articles