กิเลน สัตว์มงคล สัญลักษณ์ของผู้มีบุญ

แชร์บทความ

2

เรื่องและภาพ  ปริวัฒน์ จันทร

ในเดือนกรกฎาคม ๒๐๒๕ นี้เป็นวาระครบรอบ ๖๒๐ ปีของสมุทรยาตราแม่ทัพเจิ้งเหอ อีกหนึ่งมรดกที่เจิ้งเหอได้นำมาพร้อมกับกองเรือมหาสมบัติถึงราชสำนักหมิงก็คือ “ยีราฟหรือกิเลน” ตัวแรก ที่เข้ามาเดินอวดโฉมภายในพระราชวังกู้กงกรุงปักกิ่งเมื่อราว ๖ ศตวรรษก่อน 

กิเลน หรือ ฉีหลิน (麒麟 Qilin ในสำเนียงแต้จิ๋วออกเสียงขี่ลิ้ง) เป็นหนึ่งในสัตว์สิริมงคลของจีนที่ทุกคนรู้จักกันดี ส่วนในภาษาญี่ปุ่นเรียกกิเลนว่าคิริน Kirin ซึ่งมีความหมายทั้งกิเลนและยีราฟ 

กิเลนมีสัตว์พิเศษในตำนานมีรูปร่างเหมือนกวาง มีหนึ่งเขา สองเขา หรือสามเขา มีหัวเหมือนมังกร ดวงตาดุจพยัคฆ์ มีหางเหมือนวัว ขนหางเหมือนมังกร เท้าเป็นกีบเหมือนม้า จัดเป็น ๑ ใน ๔ สัตว์มงคลของจีนร่วมกับมังกร หงส์ และเต่า

1. รูปปั้นกิเลนทองเหลืองเท้าเหยียบหยวนเป่า ที่วัดเป่ากวง นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน
รูปปั้นกิเลนทองเหลืองเท้าเหยียบหยวนเป่า ที่วัดเป่ากวง นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน

ตามตำนานกล่าวถึงต้นกำเนิดของกิเลนว่า เหมาตู๋ (毛犊) ให้กำเนิดหลง (龙) หรือมังกร มังกรให้กำเนิดเจี้ยนหม่า (建马) เจี้ยนหม่าให้กำเนิดกิเลน ดังนั้น กิเลนจึงมีศักดิ์เป็นหลานของมังกร เชื่อกันว่า กิเลนเป็นยอดสัตว์มีอายุยืนยาวได้ถึงพันปีเป็นสัญลักษณ์ของคุณธรรม ความสุภาพ ความดีงาม ความสมบูรณ์ของครอบครัว ฯลฯ กิเลนนั้นมีสองเพศกล่าวคือ กิเลนตัวผู้เรียกว่า “ฉี (麒)” ตัวเมียเรียกว่า “หลิน (麟)” นิยมเรียกรวมกันว่า “ฉีหลิน” หรือกิเลน เชื่อกันว่ากิเลนมีอุปนิสัยนุ่มนวล นอบน้อม ไม่เคยทำร้ายใคร จนได้การขนานนามว่า “เหรินโซ่ว (仁兽) หรือสัตว์แห่งเมตตาธรรม” 

2. ภาพวาดกิเลนประทานบุตรที่โรงเจบุญสมาคม
ภาพวาดกิเลนประทานบุตรที่โรงเจบุญสมาคม
3. ภาพวาดชาวเบงกอลจูงยีราฟหรือกิเลนมายังแผ่นดินต้าหมิง
ภาพวาดชาวเบงกอลจูงยีราฟหรือกิเลนมายังแผ่นดินต้าหมิง

ชาวจีนแต่โบราณมามีคติว่า กิเลนจะมาปรากฎกายเมื่อผู้มีบุญผู้ทรงธรรมจะมาเกิด ดังความเชื่อที่ว่า ก่อนที่ปราชญ์เอกขงจื่อถือกำเนิดเป็นปีที่มีผู้เห็นกิเลนปรากฏกายขึ้น จึงเป็นที่มาของ “กิเลนส่งบุตร” (麒麟送子 ฉีหลินซ่งจื่อ) ความเชื่อเรื่องดังกล่าว ได้สื่อออกมาเป็นภาพวาดและรูปสลักมงคลให้เห็นเป็นจำนวนมาก รวมทั้งภาพนางฟ้าส่งบุตรหรือเทียนเซียนซ่งจื่อ (天仙送子) เป็นภาพนางฟ้าผู้เลอโฉมกำลังอุ้มเด็กชายนั่งอยู่บนหลังกิเลนบนฟากฟ้า จึงเป็นคตินิยมเมื่อคู่บ่าวสาวแต่งงานจะปิดกระดาษเหนือประตูบ้านว่า “麒麟到此” (ฉีหลินเต้าฉื่อ) แปลว่า กิเลนมาถึงแล้ว มีความหมายแฝงว่าขอให้มีบุตรชายผู้ปราดเปรื่องมาเกิดไว ๆ 

8. กระดาษมงคล เขียนตัวอักษร กิเลนมาถึงแล้ว นิยมติดบ้านที่มีคู่แต่งงานใหม่
กระดาษมงคล เขียนตัวอักษร กิเลนมาถึงแล้ว นิยมติดบ้านที่มีคู่แต่งงานใหม่

นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อกันอีกว่ากิเลนจะปรากฎกาย เมื่อแผ่นดินมีความวัฒนาไพบูลย์ดังในแผ่นดินรัชศกหย่งเล่อ จักรพรรดิหมิงเฉิงจู่ (永乐明成祖) อันรุ่งเรืองสมัยต้นราชวงศ์หมิง กองเรือมหาสมบัติของแม่ทัพขันทีเจิ้งเหอ (郑和) หรือซำปอกง ได้ออกเจริญสัมพันธไมตรีกับบรรดาชาติทางทะเลใต้ ไปจนถึงชายฝั่งทะเลแอฟริกาตะวันออก ในเที่ยวกลับกองเรือมหาสมบัติได้นำสัตว์แปลกจากกาฬทวีปที่ชาวจีนไม่เคยได้เห็นมาก่อน ทั้งยีราฟม้าลาย สิงโต เข้ามาถึงกรุงปักกิ่ง และสัตว์เหล่านี้ ได้เคยเดินอวดโฉมงามใจกลางพระราชวังกู้กงไปจนถึงพระที่นั่งสำคัญให้องค์จักรพรรดิได้ทอดพระเนตรมาแล้ว ดั่งปรากฎภาพวาดชายชาวเบงกอลจูงยีราฟที่เก็บรักษาไว้ในพระราชวังกู้กง กรุงปักกิ่ง

11. ภาพวาดเจิ้งเหอนำยีราฟหรือกิเลนมาถวายจักรพรรดิหย่งเล่อที่พระราชวังกู้กง
ภาพวาดเจิ้งเหอนำยีราฟหรือกิเลนมาถวายจักรพรรดิหย่งเล่อที่พระราชวังกู้กง

ด้วยรูปพรรณสัณฐานของยีราฟที่ชาวจีนไม่เคยเห็น โดยเฉพาะตัวมันมีเขา ลำตัวเหมือนม้า (แม้จะมีลำคอยาว) ทำให้ชาวจีนในเวลานั้นเรียกยีราฟว่า “กิเลน” (ตราบจนปัจจุบันชาวญี่ปุ่นยังคงเรียกยีราฟว่าคิรินหรือกิเลน) เพราะยามเมื่อกิเลนมาปรากฎกาย หมายถึงประเทศชาติอยู่ในยุคไพบูลย์รุ่งเรือง แผ่นดินสงบสุข มีกษัตริย์ผู้เป็นทั้งจอมปราชญ์และยอดนักรบที่ทรงพระปรีชาสามารถ สร้างความปลาบปลื้มปีติให้ฮ่องเต้หย่งเล่อและสร้างความตื่นเต้นให้กับข้าราชสำนักหมิงที่เพิ่งย้ายเมืองหลวงมายังแผ่นดินภาคเหนือและประชาชนที่ได้เห็นสัตว์สิริมงคลจากแดนไกลนี้เป็นอันมาก

6. รูปศิลาสลักกิเลน บนเทพวิถีทางเข้าสุสานชิงตงหลิง มณฑลเหอเป่ย
รูปศิลาสลักกิเลน บนเทพวิถีทางเข้าสุสานชิงตงหลิง มณฑลเหอเป่ย
7.รูปศิลาสลักกิเลนบนเทพวิถีทางเข้าสุสานฮุ่ยหลิงของพระเจ้าเล่าปี่ในนครเฉิงตู
รูปศิลาสลักกิเลนบนเทพวิถีทางเข้าสุสานฮุ่ยหลิงของพระเจ้าเล่าปี่ในนครเฉิงตู

ด้วยคติของความเป็นสัตว์สิริมงคลนี้เอง จึงทำให้กิเลนมาปรากฎกายเป็นรูปศิลาสลักคู่เรียงแถวอยู่บนเสินเต้า (神道) หรือเทพวิถีในสุสานจักรพรรดิจีน เช่น สุสานชิงตงหลิง (清东陵) ของจักรพรรดิในสมัยราชวงศ์ชิง ชานกรุงปักกิ่ง มณฑลเหอเป่ย สุสานหมิงเซี่ยวหลิง นครนานกิง หรือสุสานฮุ่ยหลิง (惠陵) ของพระเจ้าเล่าปี่ใจกลางนครเฉิงตู ก็มีรูปศิลาสลักกิเลนอันงามสง่าประดับอยู่ให้สมพระเกียรติเช่นเดียวกัน เป็นต้น

4. รูปปั้นกิเลนทองเหลืองหน้าพระตำหนักเหรินโซ่ว ภายในพระราชวังฤดูร้อนอี้เหอหยวน
 รูปปั้นกิเลนทองเหลืองหน้าพระตำหนักเหรินโซ่ว ภายในพระราชวังฤดูร้อนอี้เหอหยวน

รูปกิเลนที่โด่งดังที่สุดของจีนเห็นจะไม่มีตัวไหนเกินไปกว่าตัวที่ตั้งอยู่หน้าพระตำหนักเหรินโซ่ว (仁寿殿) ในพระราชวังฤดูร้อนอี้เหอหยวน (颐和园) สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของกรุงปักกิ่ง เป็นรูปหล่อกิเลนทองเหลืองตัวที่ได้รับยกย่องว่า เป็น “กิเลนที่หล่อเหลาที่สุดในปฐพี” ปรากฎอยู่ กิเลนทองเหลืองนี้เดิมมีสองตัว ตั้งอยู่ภายในพระราชวังหยวนหมิงหยวน (圆明园) ต่อมา ถูกกองทหารแปดชาติตะวันตกผู้รุกรานทำลายลงเสียตัวหนึ่ง คงเหลือตัวเดียว และถูกย้ายมาอยู่ที่หน้าพระตำหนักเหรินโซ่ว อันเป็นเส้นทางเดินชมหลักของพระราชวังฤดูร้อนอี้เหอหยวนสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมจนถึงปัจจุบัน กิเลนตัวนี้มีเขายาว หนวดยาว เท้าเป็นกีบอย่างชัดเจน มีจารึกอยู่บนหัวของกิเลนว่าหล่อขึ้นในสมัยจักรพรรดิเฉียนหลง ท่วงทางน่าเกรงขามสะดุดตาผู้มาเยี่ยมชมต้องขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกลับไป

ในวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร วัดประจำในหลวงรัชกาลที่ ๓ ริมคลองด่าน เขตจอมทอง มีกิเลนสวยงามสง่าสมบูรณ์คู่หนึ่ง ตั้งประดับอยู่หน้าซุ้มประตูทางเข้าพระอุโบสถที่มีภาพจิตรกรรมลวดลายกระบวนจีนสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

9. กิเลน นิมิตแห่งความเป็นสิริมงคล
กิเลน นิมิตแห่งความเป็นสิริมงคล

ชื่อของกิเลนได้ถูกนำไปใช้เป็นตราสัญลักษณ์มากมาย ทั้งเบียร์คิรินของญี่ปุ่น กิเลนผยองคือฉายานามของทีมฟุตบอลสโมสรเอสซีจียูไนเต็ด หรือเครื่องหมายบริษัทของโอสถสภาเต็กเฮงหยู ก็มีรูปกิเลนเป็นสัญลักษณ์เช่นกัน ฯลฯ

5. รูปปั้นกิเลนทองเหลืองหน้าศาลเจ้าหวังต้าเซียน เกาะฮ่องกง
รูปปั้นกิเลนทองเหลืองหน้าศาลเจ้าหวังต้าเซียน เกาะฮ่องกง
10. รูปศิลาสลักกิเลนหน้าวัดราชโอรสาราม ริมคลองด่าน เขตจอมทอง
รูปศิลาสลักกิเลนหน้าวัดราชโอรสาราม ริมคลองด่าน เขตจอมทอง

Tag ยอดนิยม

แชร์บทความ

Related Articles