
จีนสมัยโบราณยังไม่มีวิธีการดูแลรักษาฟันที่เป็นมาตรฐานเหมือนสมัยนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชาวจีนไม่ได้ดูแลเอาใจใส่ฟันของตัวเอง โดยในช่วงแรกสุดของประวัติศาสตร์ ชาวจีนใช้วิธีการกลั้วปากด้วยน้ำเกลือ, ชา หรือไวน์ หลังจากกินข้าวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดฟันผุ
ชาวจีนสมัยโบราณยังใช้อุปกรณ์ที่ทำมาจากกิ่งต้นหลิวในการทำความสะอาดฟันของตัวเอง โดยส่วนปลายของกิ่งจะถูกแช่น้ำเพื่อให้กิ่งมีความนุ่มขึ้น จากนั้นจึงกัดจนกิ่งแบนลงและมีเส้นใยแผ่ออกมาคล้ายแปรง และใช้เสมือนเป็นแปรงสีฟันและไม้จิ้มฟัน ซึ่งยังสามารถนำไปจุ่มเกลือ, ผงสีฟัน และยาสีฟันเพื่อทำความสะอาดได้อีกด้วย
ผงสีฟันในสมัยโบราณถูกทำมาจากส่วนผสมระหว่างพืชที่ถูกบดจนเป็นผงและส่วนประกอบของแร่ธาตุ โดยสูตรการทำผงสีฟันในปี 1390 มีวัตถุดิบเป็นสบู่ถั่ว, ขิง, ดอกฟ็อกซ์โกลฟจีน, ฝักถั่ว, ใบบัว และเกลือหิน ส่วนยาสีฟันทำด้วยนำวัตถุดิบหลายประเภทผสมน้ำและต้มจนเหนียว ซึ่งไม่ได้ช่วยให้ฟันสะอาดเพียงอย่างเดียวแต่ช่วยขจัดกลิ่นปากด้วย
ในสมัยราชวงศ์ซ่ง (ค.ศ. 960-1279) ร้านค้าในบรรดาเมืองใหญ่ต่างมีผงสีฟันและยาสีฟันจำหน่าย ซึ่งบ่งบอกได้ว่าถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในเขตชุมชน และยังมีแปรงสีฟันที่มีลักษณะคล้ายกับสมัยนี้ด้วย ซึ่งทำมาจากกิ่งไม้เจาะรูและนำขนสัตว์ยัดเข้าไป และเมื่อฟันหลุด ชาวจีนในสมัยนั้นมักนำงาช้าง, กระดูกวัว หรือไม้มาดัดแปลงเป็นฟันปลอม
ที่มา:
https://www.scmp.com/magazines/post-magazine/short-reads/article/3041650/getting-roots-dentistry-ancient-china-it-wasnt


