
สำนักข่าวซินหัวรายงาน — สื่อท้องถิ่นสหราชอาณาจักรรายงานว่านักศึกษามหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร มีผลทดสอบโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) เป็นบวกมากกว่า 2,000 ราย ด้านบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (4 ต.ค.) ว่าประเทศอาจเผชิญช่วงที่ “ไม่แน่นอน” ในการต่อสู้กับโรคระบาดใหญ่หลังผ่านพ้นคริสต์มาส
เดอะการ์เดียนรายงานว่ามหาวิทยาลัยนอร์ทัมเบรีย (Northumbria University) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะอังกฤษตรวจพบนักศึกษาติดโรคโควิด-19 จำนวน 770 ราย และกลายเป็นจุดแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของสหราชอาณาจักร โดยการระบาดดังกล่าวทำให้จำนวนนักศึกษาที่ติดโรคโควิด-19 ในมหาวิทยาลัย 65 แห่ง พุ่งเกิน 2,000 ราย
ขณะเดียวกันบีบีซีรายงานว่ามหาวิทยาลัยทั่วสหราชอาณาจักรราว 56 แห่ง มีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันผลอย่างน้อย 1 รายในแต่ละแห่ง ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยรวมอยู่ที่ประมาณ 2,500 ราย
ผลสำรวจของพีเอ มีเดีย (สำนักข่าวที่ดำเนินงานในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์) ซึ่งประสานกับสถาบัน 140 แห่ง ระบุว่ามหาวิทยาลัยเชฟฟีลด์ (University of Sheffield) ตรวจพบผู้ป่วยมากกว่า 200 ราย ส่วนมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล (University of Liverpool) พบเจ้าหน้าที่และนักศึกษามีผลตรวจโรคเป็นบวก 177 ราย
มหาวิทยาลัยเอดินเบอระ (University of Edinburgh) และมหาวิทยาลัยเอดินเบอระ เนเปียร์ (Edinburgh Napier University) รายงานนักศึกษาติดโรคโควิด-19 มากกว่า 300 ราย ขณะที่มหาวิทยาลัยกลาสโกว์ (University of Glasgow) มีผู้ป่วยมากกว่า 170 ราย และมหาวิทยาลัยแอเบอร์ดีน (University of Aberdeen) มีผู้ป่วย 99 ราย
มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ (Manchester University) รายงานนักศึกษาและเจ้าหน้าที่ติดโรคโควิด-19 จำนวน 221 ราย ขณะที่มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ เมโทรโพลิแทน (Manchester Metropolitan University) ที่อยู่ใกล้เคียงสั่งกักกันตัวนักศึกษามากกว่า 1,500 ราย

บีบีซีเผยว่าขณะนี้ประชากรของสหราชอาณาจักรมากกว่าหนึ่งในสามอยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่เข้มงวดขึ้น โดยจอห์นสันให้สัมภาษณ์ในรายการแอนดรูว์ มาร์ โชว์ ของบีบีซี เมื่อวันอาทิตย์ (4 ต.ค.) ว่า “ผมต้องขอบอกตามตรงว่าสถานการณ์จะยังคงไม่แน่นอนต่อไปถึงคริสต์มาส และอาจต่อเนื่องไปอีกหลังจากนั้น”
“นี่อาจเป็นฤดูหนาวที่ยากลำบากมากสำหรับเราทุกคน เราต้องเผชิญกับความจริงข้อนั้น” จอห์นสันกล่าว
ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลก เช่น สหราชอาณาจักร จีน รัสเซีย และสหรัฐฯ ต่างทำงานแข่งกับเวลาในการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เพื่อนำพาวิถีชีวิตความเป็นอยู่กลับสู่ภาวะปกติ
แพทริก วอลแลนซ์ หัวหน้าที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลสหราชอาณาจักร กล่าวว่าวัคซีนบางตัวอาจวางจำหน่ายปริมาณเล็กน้อยในปลายปีนี้ แต่มีความเป็นไปได้มากกว่าที่วัคซีนจะพร้อมให้เข้าถึงได้ในช่วงปีหน้า แม้จะยังไม่มีเครื่องรับประกันก็ตาม


