
คิดถึงเฉิงตู ราชธานีจ๊กก๊ก 2023
เรื่องและภาพโดย… ปริวัฒน์ จันทร
หนึ่งในเมืองเอกระดับมณฑลของประเทศจีนที่ชาวไทยรู้จักกันดีมากที่สุดเมืองหนึ่ง เห็นจะต้องมี นครเฉิงตู (成都) แห่งมณฑลเสฉวน (ซื่อชวน 四川) ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนรวมอยู่ด้วย เพราะเฉิงตูหรือเซงโต๋เคยเป็นเมืองหลวงของเล่าปี่หรือจ๊กก๊กในพงศาวดารสามก๊ก และเฉิงตูเป็นหมุดหมายตั้งต้นในการเดินทางไปชมแหล่งอนุรักษ์พันธุ์หมีแพนด้า สัตว์ประจำชาติจีนอันแสนน่ารัก ที่มีบ้านเกิดในเสฉวน อุทยานธารสวรรค์จิ่วไจ้โกว-หวงหลง เขาง่อไบ๊ ฯลฯ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวไทยมาอย่างยาวนาน
เฉิงตูตั้งอยู่ในแอ่งก้นกระทะเสฉวนบนลุ่มแม่น้ำหมินเจียง (岷江) ที่มีระบบชลประทานตูเจียงเอี้ยน เขื่อนแรกของโลกที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัฐฉินยุคจ้านกว๋อ โดยสองพ่อลูก-หลี่ปิง หลี่เอ้อหลาง สามารถควบคุมปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่ที่ราบเฉิงตู ก่อให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ จนได้รับสมญานามว่า “เทียนฝู่จือกว๋อ (天府之国) หรือเมืองแมนแดนสวรรค์”
โฉมหน้าของนครเฉิงตูในวันนี้ ได้รับการยกย่องว่าเป็น “นครแห่งสวนดอกไม้ (花园的城市)” ผู้ว่ามณฑลหลายยุคสมัยต่างได้รณรงค์เพิ่มพื้นที่สีเขียวในตัวเมืองทั้งไม้ใหญ่ ไม้เลื้อย ไม้ดอก ไม้ประดับ ทำให้ทั่วทั้งเมืองมีความเขียวชอุ่มชุ่มเย็นสบายตา สวยสะพรั่งด้วยไม้ดอกหลากสีสัน การสัญจรของชาวเมืองสะดวกด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน ๑๔ สายเพื่อบริการชาวเมือง ๒๐ ล้านคน ภาพลักษณ์หนึ่งของนครเฉิงตูในปัจจุบันคือประชาชนหันมาถีบรถจักรยานสองล้อกันมากขึ้น ด้วยระบบสแกนคิวอาร์โค้ดที่ต้นทางและนำไปจอดปลายทางที่ไหนก็ได้ทั่วทั้งเมือง ช่วยอำนวยความสะดวกให้ชาวเมืองไม่จำเป็นต้องนำรถจักรยานติดตัวไปตลอด
อีกหนึ่งเทคโนโลยีริมถนนคือ ม้านั่งที่ใช้ระบบโซล่าร์เชลสามารถชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์พร้อมปล่อยสัญญานไวไฟมีวางให้บริการประชาชนอยู่ทั่วทั้งเมือง รวมทั้งอาคารสูงระฟ้าที่มีรูปทรงทันสมัยผุดขึ้นกลางธรรมชาติสีเขียว ทำให้เป็นเมืองที่น่ามองบนถนนทุกสายที่ผ่านตา
สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอันขึ้นชื่อยอดนิยมของชาวไทย และผู้สนใจในประวัติศาสตร์สามก๊ก เห็นจะเป็น “ศาลเจ้านักรบขงเบ้ง-เฉิงตูอู่โหวฉือ” (成都武侯祠) อาคารด้านหน้ามีรูปปั้นพระเจ้าเล่าปี่ กวนอู เตียวหุย ขุนนางฝ่ายบุ๋นและบู๊ อาคารตรงกลางตั้งรูปปั้นขงเบ้งมหาอุปราชผู้หยั่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทร ด้านหลังเป็นสุสานฮุ่ยหลิง (惠陵) สถานที่ฝังพระศพพระเจ้าเล่าปี่ในนครเชงโต๋สมัยสามก๊ก และพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมสามก๊ก ผมเคยมาศาลเจ้านี้หลายครั้ง แต่ครั้งนี้พบว่าได้พัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้กับผู้มาเยี่ยมชม โดยนำเสนอประวัติศาสตร์ศิลป์ สื่อสัญลักษณ์ทางคติวัฒนธรรมจีนได้อย่างน่าสนใจให้กับเยาวชนและนักศึกษามาเรียนรู้
ข้างๆ ศาลเจ้านักรบขงเบ้งคือ “ถนนจิ๋นหลี่” (锦里) ถนนโบราณจำลองยุคที่จิ๋นหลี่เคยเจริญรุ่งเรืองสมัยจ๊กก๊ก เคยเป็นย่านทอผ้าฝ้ายแพรไหม เพื่อผลิตเครื่องนุ่งห่มให้ทหารและประชาชน มีความยาวประมาณ ๕๕๐ เมตร สองข้างทางมีอาคารร้านรวงสร้างรูปแบบสถาปัตย์จำลองตามแบบสมัยสามก๊ก จำหน่ายสินค้าที่ระลึกนานาชนิดและร้านอาหารในบรรยากาศโรงเตี้ยมมีระดับ พลุกพล่านโดยนักท่องเที่ยวตลอดทิวาราตรี

จุดหมายตาใหม่ใจกลางย่านศูนย์การค้าแฟชั่นหรูถนนชุนชี (春熙路) คือ “หมีแพนด้ายักษ์ปีนตึก” (大熊猫爬墙) นิยมใช้เป็นจุดนัดพบของคนหนุ่มสาวที่รู้จักกันดี ส่วนสัญลักษณ์ของนครเฉิงตูที่เราจะพบเห็นได้ในสถานที่สำคัญคือ แผ่นป้ายสีทองรูปวงกลมมีชื่อว่า “เทพปักษาสุริยา (太阳神鸟-ไท่หยางเสินเหนี่ยว)” ขุดค้นพบจากแหล่งโบราณคดีจินซา 金沙遗址ในหลุมสำรวจใต้ดินกลางนครเฉิงตู มีอายุประมาณสามพันปีสมัยกู่สู่กว๋อ (古蜀国) ยุคร่วมสมัยราชวงศ์ซางตอนปลาย แผ่นรูปทรงกลมอันงามวิจิตรนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก ๑๒.๕ ซม. ภายใน ๕.๒๙ ซม. แกะสลักอย่างประณีตบรรจงขึ้นจากแผ่นทองคำบริสุทธิ์ ๙๔.๒% มีความหนาเพียง ๐.๒ มม. น้ำหนัก ๒๐ กรัม วงนอกเป็นรูปเทพปักษาศักดิ์สิทธิ์สามขา (三足鸟) ที่สามารถอาศัยอยู่บนดวงอาทิตย์ได้จำนวน ๔ ตัว เปรียบเหมือนสี่ฤดูกาล วงในมี ๑๒ แฉก ดั่งเปลวสุริยาส่องสว่างแทน ๑๒ เดือนในรอบหนึ่งปีที่หมุนทวนวิถีบินของเทพปักษา ก่อให้เกิดพลังประหนึ่งหยินหยาง สร้างสรรค์สรรพสิ่งอย่างไม่หยุดนิ่ง สะท้อนถึงฝีมือเชิงช่างขั้นสูงของแคว้นสู่เมื่อยุคโบราณ
เทพปักษาสุริยาได้รับการคัดเลือกให้เป็นสัญลักษณ์ของนครเฉิงตู เครื่องหมายของสายการบินเฉิงตู และในค.ศ. ๒๐๐๕ ได้รับคัดเลือกให้เป็นเครื่องหมาย มรดกทางวัฒนธรรมจีน (中国文化遗址) มาตราบจนถึงปัจจุบัน
นครเฉิงตูจึงเพียบพร้อมไปทั้งประวัติศาสตร์ยุคสามพันปีก่อนมาจนถึงสมัยสามก๊ก กับความร่มรื่นที่อยู่คู่กับความก้าวล้ำทันสมัยได้อย่างกลมกลืนน่าเยี่ยมเยือน
————————————————————————-


