สุสานและหอบูชาบรรพชน สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในประเทศจีน

แชร์บทความ

10.04

เรื่องและภาพโดย ปริวัฒน์ จันทร

หนึ่งเดียวของวีรกษัตริย์มหาราชไทย ผู้มีสุสานและหอบูชาบรรพชนอยู่ดินแดนโพ้นทะเล

หนึ่งเดียวของลูกชาวจีนโพ้นทะเล ผู้ได้เป็นวีรกษัตริย์ในประเทศทางทะเลใต้

ณ หมู่บ้านฮวาฟู่ (华富村 ฮั้วปู่) ตำบลซ่างฮวา (上华镇 เซี่ยงฮั้ว) อำเภอเฉิงไห่ (澄海 เถ่งไฮ่) เมืองซ่านโถว (汕头 ซัวเถา) ทางตอนใต้ของมณฑลกว่างตง (广东 กวางตุ้ง) เป็นที่ตั้งของสุสานแต่อ๊วงหรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (๑๗ เมษายน ๒๒๗๗ – ๖ เมษายน ๒๓๒๕) ราชสำนักจีนเรียกพระองค์ว่าเจิ้งเจา (郑昭 แต่เจียว) หรือกษัตริย์แซ่เจิ้ง มีพระนามเดิมว่าเจิ้งซิ่น (郑信 แต่สิ่ง)

สุสานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในอำเภอเฉิงไห่-บ้านเกิดของพระราชบิดาแห่งนี้ แม้จะเป็นสุสานขนาดเล็ก หากแต่ยิ่งใหญ่ในความหมายในใจของปวงชนชาวไทยทุกคนเสมอมา ตามแผ่นศิลาจารึกหน้าสุสานระบุไว้ว่า “เสียนหลอเจิ้งฮวางต๋าซิ่นต้าตี้อีก่วนมู่ (暹罗郑皇达信大帝衣冠墓)” หรือสุสานฝังฉลองพระองค์และพระมาลาของเจิ้งฮวางกษัตริย์แห่งเสียนหลอผู้ยิ่งใหญ่

แผ่นป้ายศิลาจารึกหน้าสุสานของพระองค์ระบุปีสร้างในรัชกาลจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง ปีค.ศ.๑๗๘๒ (ตรงกับพ.ศ.๒๓๒๕ อันเป็นปีเดียวกันกับที่พระองค์สวรรคต) ได้มีการบูรณะขึ้นใหม่ในฤดูใบไม้ร่วงปีค.ศ.๑๙๘๕ (พ.ศ.๒๕๒๘) เล่าสืบต่อกันมาว่า ภายหลังจากที่พระองค์สวรรคตแล้ว ข้าราชบริพารเชื้อสายจีนได้นำฉลองพระองค์และพระมาลาของพระองค์มา ๒ ชุด ชุดหนึ่งเป็นไทย ชุดหนึ่งเป็นจีน กลับมามอบให้ญาติที่บ้านเกิดของพระราชบิดา-เจิ้งยง (郑镛 แต่ยง) จากนั้น พระญาติจึงได้บรรจุฉลองพระองค์และพระมาลาของพระองค์ไว้ในสุสานแห่งนี้ 

เจิ้งยง-พระราชบิดาของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นชาวหมู่บ้านฮวาฟู่ อำเภอเฉิงไห่ ผู้หนีความยากลำบากและเหตุทุพภิกขภัยบ่อยครั้งที่บ้านเกิดเมืองนอนเช่นเดียวกับชาวเฉิงไห่อีกเป็นจำนวนมาก ลงเรือสำเภาหัวแดง (红头船 อั่งเถ่าจุ๊ง) รอนแรมกลางท้องทะเลกว้างมาพึ่งพระบรมโพธิสมภาพในสยามประเทศสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย มาอาศัยอยู่แถบคลองสวนพลูนอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา ดังนั้น ในช่วงการทำสงครามกอบกู้เอกราชของไทย สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจึงมีทหารชาวจีนแต้จิ๋วมาร่วมรบอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก ช่วยกันตีแหกทัพพม่ามุ่งไปยังหัวเมืองชายฝั่งทะเลตะวันออกและสามารถกอบกู้เอกราชคืนได้สำเร็จ

และหากย้อนมองกลับไปถึงภูมิลำเนาของเจิ้งยงที่ตั้งอยู่ห่างจากสุสานของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชไปราว ๘-๙๐๐ เมตร ภายในหมู่บ้านฮวาฟู่มีปูมสาแหรกของตระกูลเจิ้งบันทึกไว้ว่าได้อพยพย้ายถิ่นมาจากเมืองผู่เถียน มณฑลฝูเจี้ยน (ฮกเกี้ยน) ในช่วงรัชศกจักรพรรดิฉงเจินแห่งราชวงศ์หมิง ปีค.ศ.๑๖๒๘-๑๖๔๔ บรรพชนรุ่นแรกของหมู่บ้านนี้คือเจิ้งเลี่ย (郑烈) ทายาทลำดับรุ่นที่ ๕ ของเจิ้งเลี่ยคือเจิ้งยงได้แต่งงานกับนางนกเอี้ยง มีบุตรชื่อซิ่น (หรือเจา หรือพระยาตาก) ดังนั้น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจึงนับเป็นทายาทลำดับรุ่นที่ ๖ ของเจิ้งเลี่ยสายหมู่บ้านฮวาฟู่ และนับเป็นลำดับรุ่นที่ ๘๐ นับจากเจิ้งหวนกง (郑桓公) ปฐมบรรพชนตระกูลเจิ้งในสมัยราชวงศ์โจวตะวันตกตอนปลาย จากอำเภอฮวาเซี่ยนตง มณฑลส่านซี

ทั้งนี้ บ้านเดิมของพระราชบิดามีประวัติสร้างขึ้นสมัยรัชศกจักรพรรดิยงเจิ้งแห่งราชวงศ์ชิง ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่เป็นหอบรรพชนตระกูลเจิ้ง (郑氏宗祠) สายหมู่บ้านฮวาฟู่มีชื่อว่าเฟิ่งอินถาง (奉禋堂 หอเทิดทูนบูชา) บูรณะขึ้นในปีค.ศ.๒๐๒๒ ภายในประดิษฐานแผ่นป้ายบรรพชนตระกูลเจิ้ง แผ่นป้ายพระราชบิดาเจิ้งยง พระราชมารดานกเอี้ยง รวมถึงแผ่นป้ายสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช 

ในหนังสือฮวาฟู่เจิ้งซื่อกางมู่ถู (华富郑氏纲目图) จัดพิมพ์เป็นที่ระลึกโดยหอบูชาบรรพชนตระกูลเจิ้งแห่งหมู่บ้านฮวาฟู่อำเภอเฉิงไห่มณฑลกว่างตง ได้กล่าวถึงคำกลอนคู่ตุ้ยเหลียนบริเวณหน้าประตูทางเข้าหอบรรพชนว่า

曾与帝王为手足,เคยเป็นดั่งพี่น้องร่วมสาบานกับกษัตริย์

欣收天子作门生。ได้รับเกียรติเป็นศิษย์ของโอรสแห่งสวรรค์

คำกลอนคู่นี้สะท้อนถึงตำนานที่แพร่หลายในหมู่ชาวจีนในพื้นที่เกี่ยวกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กล่าวกันว่าวันหนึ่งเจ้าพระยาจักรี (เจ้าพระยาจักรีศรีสมุหนายก) เดินผ่านเปลของเจิ้งซิ่นและพบว่าในเปลมีงูหลามลวดลายเจ็ดสีนอนขดล้อมด้วย ท่านจึงเชื่อว่าเด็กคนนี้เป็นผู้มีบุญญาธิการมาเกิด (ตามคติพุทธศาสนาเชื่อว่า พระพุทธเจ้าในอดีตชาติมีร่างกายที่ไม่ธรรมดา)  ด้วยความที่เจ้าพระยาจักรีไม่มีบุตรและความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเจิ้งยง (ซึ่งในเวลานั้นเป็นนายอากรบ่อนเบี้ย ตั้งบ้านเรือนอยู่ในเขตบ้านของท่านเจ้าพระยาจักรี) บิดาของเจิ้งซิ่น ท่านจึงรับเด็กคนนี้เป็นบุตรบุญธรรม หลังจากนั้น เจิ้งซิ่นได้รับการศึกษาตามแบบขุนนางไทยโบราณ เรียนรู้ทั้งภาษาไทย จีน เวียดนาม และสันสกฤต รวมถึงกฎหมายและตำราพิชัยสงคราม มีฝีมือในการขี่ม้าและใช้อาวุธนานาชนิด เมื่ออายุ ๑๓ ปีเจ้าพระยาจักรีได้นำไปถวายตัวเป็นมหาดเล็กในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ และเมื่ออายุ ๒๐ ปีก็เข้ารับการอุปสมบทตามธรรมเนียมขุนนางไทย เมื่อครบ ๓ พรรษาแล้วจึงลาสิกขาบท ไม่นานนักก็ได้รับการแต่งตั้งให้รับราชการในราชสำนัก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทางเมตตาและโปรดปรานเป็นอย่างมาก จึงพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นชั้นพระยาได้ครองเมืองตาก ในเอกสารประวัติศาสตร์ไทยเรียกว่าพระยาตากสิน ประเทศไทยมีทั้งหมด ๔ ราชวงศ์และ ๕๐ พระมหากษัตริย์ มีเพียง ๕ พระองค์เท่านั้นที่ได้รับพระราชสมัญญานามว่า “มหาราช” และสมเด็จพระเจ้าตากสินก็เป็นหนึ่งในนั้น

สมเด็จพระเจ้าตากสินขึ้นครองราชย์ในปีพ.ศ.๒๓๑๐ ถึงปีพ.ศ.๒๓๒๕ ทรงสละราชสมบัติ ครองราชย์รวม ๑๕ ปี และได้เสด็จออกผนวช หอบูชาเฟิ่งอินแห่งนี้ คำว่า “อิน” หมายถึงพิธีกรรมบูชาในสมัยโบราณ เพื่อให้เกิดพรอันประเสริฐสามประการคือความสุข ยศฐาบรรดาศักดิ์ และอายุยืนยาว นับเป็นอุดมคติของลัทธิเต๋าที่ชาวจีนนับถือสืบต่อกันมา ชื่อของหอบูชาเฟิ่งอินจึงเป็นการผสมผสานระหว่างพุทธศาสนาซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติไทยและพิธีกรรมบูชาตามวัฒนธรรมของชาวจีนโพ้นทะเล  (ข้อมูลเรียบเรียงจากหนังสือฮวาฟู่เจิ้งซื่อกางมู่ถู)

ทั้งนี้ สุสานและหอบรรพชนของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชในหมู่บ้านฮวาฟู่ อำเภอเฉิงไห่แห่งนี้ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่อย่างสมพระเกียรติภายใต้การนำของอเนกกุศลศาลา (วิหารเซียน) สมาคมเตชะสัมพันธ์แห่งประเทศไทย บริษัท เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) จนแล้วเสร็จในวันที่ ๒๔ ธันวาคม ค.ศ. ๒๐๑๕ คำกลอนคู่หน้าประตูทางเข้าสุสานมีตัวอักษรจีน ๔ แถว รวมทั้งสี่ตัวอักษรเหนือซุ้มประตูทางเข้า “(中泰之光) แสงสว่างแห่งจีนไทย” ที่ได้รับการประทานจากองค์ฉุนหยางจู่ซือ มีความหมายของคำกลอนดังนี้

“เกียรติยศของจีนไทย ต้นธารไกลน้ำไหลยาว

แผ่นจีนถิ่นเรื่องราว  ต้นน้ำพราวมายาวไกล

ณ หมู่บ้านชื่อหั่วปู่ (ฮวาฟู่) ที่ตั้งอยู่เมืองเถ่งไห้ (เฉิงไห่)

บ้านเกิดวีรกษัตริย์ไทย  โอรสไท้เทพประทาน

ทั่วเขตแคว้นดินแดนไทย  บุกเบิกไว้มายาวนาน

พระเจ้าตากอดีตกาล  อภิบาลสยามมา

ต้นธารไกลในกวางตุ้ง  สามเหลี่ยมคุ้งท้องธารา

ชื่อแม่น้ำหั่งกั่ง(หานเจียง) ว่า  ฝังมาลาและอาภรณ์

ธาราไหลมาไกลถึง  สยามซึ่งสี่ธารจร

เจ้าพระยาสถาพร  อนุสรณ์พระคุณเทอญ”

(คำกลอนจากเพจวิหารเซียน ที่เผยแพร่ไว้เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๐๑๘) 

ปัจจุบันสุสานและหอบรรพชนของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้รับการดูแลเป็นอย่างดีโดยเจิ้งรุ่ยหมิง (郑瑞明) (สุสาน) ทายาทรุ่นที่ ๑๑ ลูกพี่ลูกน้องกับเจิ้งยง-พระราชบิดา และเจิ้งเจี๋ยสง (郑捷雄) (หอบรรพชน) ทำให้สุสานของพระองค์ที่ตั้งอยู่บนภูมิลักษณ์อันงดงามใกล้แม่น้ำหานเจียงมีเป็นระเบียบเรียบร้อยโอ่อ่าสง่างามอย่างสมภาคภูมิวีรกษัตริย์ในดวงใจของชาวไทยทุกคน 

เกร็ดน่ารู้

พระบรมรูปศิลาแกะสลักสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชประทับบนบัลลังก์ในสุสานที่เฉิงไห่แห่งนี้ ดำเนินการจัดสร้างโดยพระธรรมวชิรคุณาธาร (โกศล มหาวีโร) เจ้าอาวาสวัดศรีสุดารามและคณะ โดยสร้างพร้อมกันสององค์ อีกองค์หนึ่งนำมาประดิษฐานบนพระแท่นหน้าท่าน้ำวัดสุวรรณารามราชวรวิหาร ริมคลองบางกอกน้อยให้พี่น้องชาวไทยได้กราบสักการะเช่นเดียวกับที่สุสานของพระองค์ที่อำเภอเฉิงไห่ เมืองซัวเถา ประเทศจีน

ซ้าย คุณเจิ้งเจี๋ยฉง ขวา ที่หอบรรพชนตระกูลเจิ้ง
คุณเจิ้งรุ่ยหมิง (ซ้าย) คุณเจิ้งเจี๋ยฉง (ขวา) ที่หอบรรพชนตระกูลเจิ้ง
1
แผ่นป้ายบูชาที่หอบรรพชนพระเจ้าตากสินมหาราช
หอบูชาบรรพชนพระเจ้าตากสินมหาราช
รูปเคารพสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่อาคารในสุสาน
แผนที่สุสานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและหมู่บ้านฮวาฟู่
ทางเข้าบ้านเดิมของพระราชบิดาในหมู่บ้านฮวาฟู่
ซุ้มประตูหน้าสุสานพระเจ้าตากสินมหาราช
หอบูชาบรรพชนตระกูลเจิ้งในหมู่บ้านฮวาฟู่
หนังสือปูมตระกูลเจิ้งในหมู่บ้านฮวาฟู่
สุสานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
วีรกษัตริย์ในดวงใจของปวงชนชาวไทย
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วีรกษัตริย์ในดวงใจของปวงชนชาวไทย
แผ่นศิลาจารึกหน้าสุสาน
แผ่นป้ายบูชาที่หอบรรพชนพระเจ้าตากสินมหาราช
แผนที่แสดงตำแหน่งเมืองอายุวัฒนะ
๑๑ สายพี่ชายพระราชบิดาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
คุณเจิ้งรุ่ยหมิงอนุชนรุ่นที่ ๑๑ สายพี่ชายพระราชบิดาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

Tag ยอดนิยม

แชร์บทความ

Related Articles