
การประชุม RCEP Local Governments and Friendship Cities Cooperation (Huangshan) Forum 2026 ที่จัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม ณ เมืองหวงซาน มณฑลอันฮุย ประเทศจีน กลายเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่รวมทั้งภาครัฐ นักวิชาการ สื่อมวลชน และภาคธุรกิจจาก 15 ประเทศสมาชิก RCEP รวมถึงประเทศไทย เพื่อหารือทิศทางความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า นวัตกรรม และการพัฒนาระดับภูมิภาคในอนาคต
ปีนี้ มณฑลอันฮุยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ ท่ามกลางภาพลักษณ์ของการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีใหม่ของจีน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลควอนตัม พลังงานสะอาด การสำรวจอวกาศลึก AI และการผลิตอัจฉริยะ รวมถึงอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของประเทศจีน
เวทีประชุมครั้งนี้ไม่ได้พูดถึงแค่เรื่องการค้าแบบดั้งเดิม แต่ยังมุ่งไปสู่ “RCEP เวอร์ชัน 2.0” ที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน และการเปิดกว้างเชิงสถาบันมากขึ้น ทั้งด้านกฎระเบียบ มาตรฐาน และการบริหารจัดการร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิก

นายหม่าชวนฉี รองผู้ว่าการมณฑลอันฮุยกล่าวว่า เวที Huangshan Forum ได้พัฒนาจนกลายเป็นแพลตฟอร์มระดับชาติที่สำคัญของจีน สำหรับความร่วมมือระดับท้องถิ่นและเมืองมิตรภาพภายใต้กรอบ RCEP โดยมีบทบาทในการผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการเชื่อมโยงระหว่างประชาชนในภูมิภาค
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการสร้าง “ประชาคมแห่งความร่วมมือ” ผ่านการเชื่อมโยงรัฐบาลท้องถิ่น ภาคธุรกิจ มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัย เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ๆ อย่าง AI พลังงานสะอาด ระบบกักเก็บพลังงาน และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ให้เกิดผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัด Think Tank Media Dialogue เวทีพูดคุยความร่วมมือด้านสื่อและงานวิจัย โดยมีสื่อมวลชนจากหลายประเทศเข้าร่วม ทั้งไทย ลาว กัมพูชา อินโดนีเซีย เมียนมา มองโกเลีย และวานูอาตู ภายใต้โครงการ CIPCC เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเศรษฐกิจ การพัฒนา และความร่วมมือระดับภูมิภาค

ด้านนายชื่อจงจุน เลขาธิการกรอบความร่วมมือรอบด้านจีน-อาเซียนมองว่า RCEP ไม่ได้เป็นเพียงข้อตกลงทางการค้า แต่กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความร่วมมือระหว่างจีน อาเซียน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์
เขายังระบุว่า ความร่วมมือจีน-อาเซียนถือเป็นแกนหลักสำคัญของภูมิภาค และการยกระดับเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียนจากเวอร์ชัน 1.0 ไปสู่ 3.0 ได้กลายเป็นต้นแบบของการบูรณาการทางเศรษฐกิจในเอเชีย
อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจ คือการผลักดันความร่วมมือด้านดิจิทัล โดยมาเลเซียและจีนได้ร่วมลงนามความร่วมมือเกี่ยวกับพิธีสารเศรษฐกิจดิจิทัล ปี 2027 เพื่อสร้างมาตรฐานและระบบความร่วมมือด้านข้อมูลดิจิทัลร่วมกันในภูมิภาค
ปัจจุบัน RCEP ถือเป็นกลุ่มเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มีสัดส่วนมากกว่า 30% ของเศรษฐกิจโลก และกำลังถูกจับตามองในฐานะกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเอเชีย รวมถึงสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลกในอนาคต
เวทีที่หวงซานครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การประชุมระดับภูมิภาค แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า เอเชียกำลังพยายามสร้างความร่วมมือรูปแบบใหม่ ที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ เทคโนโลยี วัฒนธรรม และผู้คนเข้าด้วยกันมากขึ้นกว่าเดิม




