BU China–Thailand InterBiz 2026 รวมผู้นำไทย–จีน ถอดรหัสลงทุนจีน พัฒนาคนสู่อนาคต

แชร์บทความ

863143

BU China–Thailand InterBiz 2026
รวมผู้นำไทย–จีน ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคการศึกษา

ร่วมถอดรหัสยุทธศาสตร์การลงทุนจีน พร้อมผลักดันการพัฒนาคนสู่อนาคต

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยวิทยาลัยนานาชาติจีน (Bangkok University Chinese International: BUCI) ร่วมกับ สถาบันวิจัยพัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษา บี อาร์ ไอ สมาคมการค้าการลงทุนเส้นทางสายไหมไทย–จีน และศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย–จีน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดงาน “BU China–Thailand InterBiz 2026” วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ภายใต้หัวข้อ “Thailand First, ASEAN Next: China’s Investment Strategy” “ตั้งหลักในไทยวางกลยุทธ์สู่อาเซียน” (立足泰国、布局东盟——中国企业对泰投资的战略机遇与实践路径) เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศไทย จีน และภูมิภาคอาเซียน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน และการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว

ภายในงานมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมการค้า สื่อมวลชน นักวิชาการ นักศึกษา และผู้ประกอบการไทย–จีน เข้าร่วมกว่า 300 คน พร้อมกิจกรรมเสวนาเชิงยุทธศาสตร์จากผู้บริหารระดับสูง ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนศึกษา และผู้นำองค์กรธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญต่อความร่วมมือไทย–จีน การลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานวิจัย สมาคมและมหาวิทยาลัย ตลอดจนบูธนิทรรศการจากบริษัทพันธมิตรต่างๆ

863147 0

ดร.นิธิวดี จรรยาสวัสดิ์ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติจีน มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า โลกธุรกิจยุคใหม่ต้องการองค์ความรู้ที่เกิดจากประสบการณ์จริงมากกว่าความรู้จากตำราเพียงอย่างเดียว มหาวิทยาลัยกรุงเทพในฐานะ Practical University จึงมุ่งสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยเข้ากับภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคสังคม เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากผู้ปฏิบัติงานจริงและเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานระหว่างประเทศไทย จีน และอาเซียน นอกจากนี้ ยังได้สะท้อนวิสัยทัศน์ของวิทยาลัยนานาชาติจีนว่า คณะมีความพยายามที่จะเป็นกลไกให้ผู้เรียนได้ ก้าวสู่การเป็น “Fast Track to Thailand, China and ASEAN” ทำหน้าที่การเชื่อมโยงโอกาสด้านการศึกษา ธุรกิจ และอาชีพระหว่างไทย จีน และพัฒนาต่อสู่อาเซียน พร้อมที่จะเปิดโอกาสร่วมพัฒนา Talent Supply Chain ที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับสถานประกอบการ เพื่อร่วมกันผลิตบุคลากรที่สามารถสร้างคุณค่าให้แก่องค์กรทั้งไทยและจีนได้ตั้งแต่วันแรกของการเรียนและการลงมือปฏิบัติงานจริงที่จะมีส่วนร่วมในการช่วยแก้ไขปัญหาของสถานประกอบการ

863148 0

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์สรรเสริญ มิลินทสูต รองอธิการบดีอาวุโสด้านวิชาการ และกรรมการสภามหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวต้อนรับและแสดงวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยว่า แม้ประเทศไทยจะมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุน และศักยภาพทางเศรษฐกิจ แต่ปัจจัยสำคัญที่สุดของความสามารถในการแข่งขันในอนาคตคือ “คน” มหาวิทยาลัยกรุงเทพจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนที่มีทั้งความรู้ ทักษะแห่งอนาคต ความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นผู้ประกอบการ และความสามารถในการทำงานข้ามวัฒนธรรม โดยเชื่อว่าการพัฒนาคนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากมหาวิทยาลัยเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันสร้างบุคลากรที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจแห่งอนาคต

863149 0

ดร.ธารากร วุฒิสถรกูล นายกสมาคมการค้าการลงทุนเส้นทางสายไหมไทย–จีน และประธานสถาบันวิจัยพัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษา บี อาร์ ไอ กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกจากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว ตลอดจนการแข่งขันด้านเทคโนโลยีที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งส่งผลให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในฐานะ Strategic Gateway เชื่อมโยงจีนและอาเซียน โดยเห็นว่าความสำเร็จของประเทศไม่ควรวัดจากมูลค่าการลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถเปลี่ยนการลงทุนให้เป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรม พร้อมเสนอแนวทางความร่วมมือไทย–จีนใน 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตรร่วมระหว่างมหาวิทยาลัย การจัดตั้งศูนย์วิจัยร่วม การสร้างระบบฝึกงานร่วมกับภาคธุรกิจ และการพัฒนาเครือข่ายนักวิจัยและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของทั้งสองประเทศ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวจาก “ฐานการผลิต” สู่ “ฐานนวัตกรรม” และจาก “ผู้รับเทคโนโลยี” สู่ “ผู้ร่วมสร้างเทคโนโลยี” ในอนาคต

863150 0

พลเอกสุรสิทธิ์ ถนัดทาง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย–จีน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะ Strategic Gateway ระหว่างจีนและอาเซียน โดยเห็นว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญว่าจะเป็นเพียง “ทางผ่านของการลงทุน” หรือจะก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางแห่งการสร้างคุณค่าใหม่” ของภูมิภาค เน้นย้ำว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องยกระดับศักยภาพด้านวิจัย พัฒนาเทคโนโลยี และสร้างระบบนิเวศแห่งนวัตกรรม โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคการศึกษา เพื่อเปลี่ยนผ่านจากผู้รับเทคโนโลยีไปสู่ผู้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยี และจากฐานการผลิตไปสู่ฐานนวัตกรรมของภูมิภาคในอนาคต

863151 0

ด้าน ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน ได้นำเสนอภาพรวมแนวโน้มการลงทุนของจีนในอาเซียน โดยระบุว่าการขยายธุรกิจของจีนในภูมิภาคจะขับเคลื่อนด้วย 4 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การกระจายฐานการผลิตและบริหารความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน การเติบโตของเศรษฐกิจสีเขียว การขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล และการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาค และยังชี้ให้เห็นว่า ไทยมีโอกาสสำคัญในการพัฒนาตนเองเป็นศูนย์กลางการผลิตและโลจิสติกส์ของภูมิภาค ฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ศูนย์กลางอาหารมูลค่าเพิ่มสำหรับตลาดจีน ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัล และศูนย์กลางบริการทางธุรกิจและการท่องเที่ยวคุณภาพสูง โดยเน้นว่าความสามารถในการแข่งขันในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ

863144

นอกจากนี้ยังมีเวทีเสวนาจากผู้บริหารของหน่วยงานจีน ที่เป็นองค์กรที่เลือกเข้าสู่การตั้งปักฐานในไทย ได้แก่ Lazada Thailand, Haier Energy Technology , Bestway Chuang Wei, New Sky Energy, Top Asia International Logistics, TQL International มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้าน กลยุทธ์การลงทุน ประสบการณ์ และการขยายสู่ภูมิภาคอาเซียน โอกาสในอนาคตและทิศทางความร่วมมือ เหตุผลการเลือกประเทศไทย ประสบการณ์สำคัญในการดำเนินธุรกิจ ความท้าทาย บุคลากรองค์กรต้องการบุคลากรแบบใด ในประเด็นสำคัญต่างๆ

862749 0

ภายในงานยังมีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การออกบูธจากองค์กรและเครือข่ายพันธมิตรไทย–จีน ได้แก่ สถาบันวิจัยพัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษา บี อาร์ ไอ สมาคมการค้าไทย-ซุ่นเต๋อ  มหาวิทยาลัย Myanmar Creative University บริษัท Bestway Chuang Wei รวมถึงกิจกรรมการออกบูธจากหน่วยงานพันธมิตร เชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างนักศึกษา ผู้ประกอบการ และองค์กรธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสด้านการฝึกงาน การจ้างงาน และความร่วมมือในอนาคต เช่น Haier Appliance Manufacture
, AION Automobile Sales (Thailand), ICBC , Flash Express, Glamez , Artop Media, Perfect Pro Modular System และตัวแทนเข้าร่วมงานอีกมากมายกว่า 40 องค์กร

การจัดงาน BU China–Thailand Inter Biz 2026 ในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยกรุงเทพและวิทยาลัยนานาชาติจีนในการเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านจีน–ไทย เพื่อขยายสู่ภูมิภาค และเป็นพื้นที่กลางสำหรับการเชื่อมโยงภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และภาคนโยบาย เพื่อร่วมกันพัฒนากำลังคนคุณภาพ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และเตรียมความพร้อมประเทศไทยสู่บทบาทสำคัญในเศรษฐกิจภูมิภาคแห่งอนาคต

“อนาคตของประเทศไม่ได้แข่งขันกันด้วยเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่แข่งขันกันด้วยคุณภาพของคน ความรู้ และความสามารถในการสร้างคุณค่าใหม่ร่วมกัน”

861764 0

Tag ยอดนิยม

แชร์บทความ

Related Articles