เปิดเบื้องหลัง “สมองของพลังงานโลกของจีน” ใช้เทคโนโลยี AI + หุ่นยนต์ พลิกโฉมระบบพลังงานยุคใหม่

แชร์บทความ

S 15998984 0

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลกกำลังเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการผลักดันไปสู่ระบบพลังงานสะอาด คาร์บอนต่ำ และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นแกนหลักในการบริหารจัดการพลังงาน หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนคือการพัฒนาศูนย์วิจัยและแพลตฟอร์มเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ ที่ผสานทั้งปัญญาประดิษฐ์ ระบบควบคุมอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และการสื่อสารยุคใหม่เข้าด้วยกัน เพื่อรองรับโครงสร้างพลังงานขนาดใหญ่ในอนาคต

ศูนย์วิจัยพลังงานอัจฉริยะแบบครบวงจร

ที่ศูนย์วิจัย China Datang Corporation Ltd., เขตสือจิ่งชาน กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน
ศูนย์วิจัยแห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มวิจัยและพัฒนาแบบบูรณาการ ตั้งแต่ระดับชิป วงจรควบคุม บอร์ดฮาร์ดแวร์ ไปจนถึงระบบซอฟต์แวร์และการทดสอบจริงในภาคสนาม โดยมีเป้าหมายเพื่อรองรับการพัฒนาระบบพลังงานยุคใหม่ที่มีความซับซ้อนสูง

ภายในศูนย์ มีการดำเนินงานครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบเทคโนโลยีระดับพื้นฐาน ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในโรงไฟฟ้าจริง ทั้งพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานความร้อน โดยเชื่อมโยงเป็นห่วงโซ่การวิจัยและพัฒนาแบบครบวงจร

ระบบควบคุมหลักของกังหันลม: “สมองของระบบพลังงาน”

หนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญคือระบบควบคุมหลักของกังหันลม ซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือน “สมอง” ของเครื่องจักร คอยควบคุมการทำงานทั้งหมดเพื่อให้กังหันลมสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย มีเสถียรภาพ และมีประสิทธิภาพสูงสุด

ระบบดังกล่าวถูกพัฒนาให้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีอัจฉริยะอื่น ๆ เช่น ระบบตรวจจับอัจฉริยะ ระบบควบคุมอัตโนมัติ และระบบตอบสนองเหตุฉุกเฉิน เพื่อเพิ่มความสามารถในการบริหารจัดการพลังงานในระดับอุตสาหกรรม

S 15998986 0

แพลตฟอร์มควบคุมอัจฉริยะและการบริหารแบบรวมศูนย์

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือแพลตฟอร์มควบคุมอัจฉริยะ (Intelligent Control Platform) ซึ่งสามารถรวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์ภาคสนามทั้งหมดมาวิเคราะห์แบบเรียลไทม์

ระบบนี้ช่วยให้สามารถบริหารจัดการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนได้แบบรวมศูนย์ พร้อมทั้งวิเคราะห์สถานะการทำงานของอุปกรณ์ และสนับสนุนการควบคุมเชิงเหมาะสมที่สุด เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ความยืดหยุ่น และประสิทธิภาพของระบบโดยรวม

ระบบพยากรณ์กำลังการผลิตไฟฟ้า: 3 บทบาทสำคัญ

ศูนย์วิจัยยังได้พัฒนาระบบพยากรณ์กำลังการผลิตไฟฟ้าแบบรวมศูนย์ (Centralized Power Forecasting System) ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบพลังงานสมัยใหม่ โดยทำหน้าที่หลัก 3 ด้าน ได้แก่

1. ด้านความปลอดภัยในการดำเนินงาน
ช่วยคาดการณ์ความผันผวนของการผลิตไฟฟ้าล่วงหน้า และสนับสนุนการประสานงานกับโครงข่ายไฟฟ้า
2. ด้านการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้า
เพิ่มความแม่นยำของแผนการผลิตพลังงานหมุนเวียน และส่งเสริมการนำพลังงานสะอาดเข้าสู่ระบบโครงข่ายมากขึ้น
3. ด้านการสนับสนุนการตัดสินใจ
ใช้ในการวางแผนซื้อขายไฟฟ้า การจัดตารางการผลิต การเดินเครื่อง และการบริหารสมดุลของระบบไฟฟ้า

ระบบนี้ใช้ข้อมูลจากสภาพอากาศ เช่น ความเร็วลม แสงแดด และอุณหภูมิ ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อคาดการณ์ปริมาณไฟฟ้าที่จะผลิตได้ในอนาคตอย่างแม่นยำ

S 15998985 0

การสื่อสารพลังงานยุคใหม่: 5G + ดาวเทียม + IoT

เพื่อรองรับการตรวจสอบในพื้นที่กว้างและห่างไกล ศูนย์วิจัยได้พัฒนาเครือข่ายสื่อสารแบบผสมผสาน โดยรวมเทคโนโลยี 5G การสื่อสารผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO Satellite) และ Industrial IoT เข้าด้วยกัน

ระบบนี้ช่วยให้สามารถติดตามและควบคุมโรงไฟฟ้าในพื้นที่ห่างไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มความเสถียรของระบบพลังงานโดยรวม

ระบบบริหารเหตุฉุกเฉินอัจฉริยะ

อีกหนึ่งนวัตกรรมสำคัญคือระบบบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินแบบบูรณาการ Chang’an 5G+ ซึ่งใช้หมวกนิรภัยอัจฉริยะที่ติดตั้งเทคโนโลยี AR เป็นอุปกรณ์ปลายทาง

หมวกนิรภัยนี้สามารถส่งภาพวิดีโอ เสียง ระบุตำแหน่งบุคคล มอบหมายงาน และติดตามความคืบหน้าแบบเรียลไทม์ เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ปฏิบัติงานกับศูนย์ควบคุมได้ทันที

ในศูนย์ควบคุม เจ้าหน้าที่สามารถดูภาพหน้างานแบบสด และสั่งการได้โดยตรง พร้อมการเชื่อมโยงข้อมูลจากกล้องวงจรปิด ระบบป้องกันอัคคีภัย และระบบตรวจวัดอุทกวิทยา ทำให้สามารถแจ้งเตือนและตอบสนองเหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

หุ่นยนต์อัจฉริยะ: จากพื้นดิน สู่ใต้น้ำ และอากาศ

ศูนย์วิจัยยังได้พัฒนาหุ่นยนต์อัจฉริยะหลายรูปแบบ เพื่อรองรับการตรวจสอบในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่เข้าถึงยาก

* หุ่นยนต์ภาคพื้นดิน ใช้สำหรับการสำรวจและเก็บกู้อุปกรณ์ในพื้นที่ซับซ้อน
* หุ่นยนต์ทางอากาศ ใช้ตรวจสอบพื้นที่ขนาดใหญ่
* หุ่นยนต์ใต้น้ำ ใช้ตรวจสอบโครงสร้างเขื่อนและโรงไฟฟ้าพลังน้ำ

หุ่นยนต์ใต้น้ำสามารถตรวจจับการกัดกร่อนของเหล็กเสริม รอยร้าวของเขื่อน และความผิดปกติของโครงสร้างได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดความเสี่ยงที่มนุษย์ต้องลงไปปฏิบัติงานในพื้นที่อันตราย ระบบทั้งสามทำงานร่วมกันเป็น “ระบบตรวจสอบสามมิติ” ที่ครอบคลุมทั้งพื้นดิน ใต้น้ำ และอากาศ

S 15998983 0 1

“Zhidian No.1” หุ่นยนต์ตรวจสอบรอยเชื่อมกังหันลม

อีกหนึ่งนวัตกรรมที่โดดเด่นคือ “Zhidian No.1” หุ่นยนต์ตรวจสอบรอยเชื่อมของกังหันลมตัวแรกของจีน

หุ่นยนต์นี้สามารถเคลื่อนที่ไปตามแนวรอยเชื่อมโดยอัตโนมัติ ตรวจจับข้อบกพร่องได้อย่างแม่นยำ และสามารถทำงานแทนมนุษย์ในพื้นที่สูง ลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงาน พร้อมเติมเต็มช่องว่างทางเทคโนโลยีภายในประเทศ

ระบบตรวจสอบสามมิติและการทำงานร่วมกัน

ระบบภาคพื้นดินและระบบทางอากาศถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์ ก่อให้เกิดระบบตรวจสอบแบบสามมิติที่มีความครอบคลุมสูง สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกมิติของพื้นที่ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดการฐานพลังงานขนาดใหญ่และ UHVDC

หนึ่งในโครงการสำคัญคือการพัฒนาฐานพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งใช้เทคโนโลยี UHVDC (Ultra High Voltage Direct Current Transmission) ในการส่งพลังงานไฟฟ้าไปยังพื้นที่ห่างไกล

แม้จะมีประสิทธิภาพสูง แต่ยังเผชิญความท้าทาย เช่น แรงดันไฟฟ้าเกินชั่วขณะ การแกว่งตัวของความถี่ และปัญหาเสถียรภาพของระบบ

เพื่อแก้ปัญหานี้ ห้องปฏิบัติการได้พัฒนาแนวทางการออกแบบระบบร่วมกัน โดยใช้เครื่องชดเชยกำลังไฟฟ้า (Synchronous Condenser) และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) ซึ่งช่วยลดจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องใช้ และประหยัดต้นทุนการลงทุนได้หลายร้อยล้านหยวน

S 15998982 0

เป้าหมายคาร์บอนคู่และระบบพลังงานอนาคต

โครงการทั้งหมดมุ่งสนับสนุนเป้าหมาย “Dual Carbon” ของจีน คือการลดการปล่อยคาร์บอนและมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในระบบไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง

ฐานพลังงานขนาดใหญ่ถือเป็น “สนามหลัก” ของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน และเทคโนโลยีดิจิทัลคือเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายนี้

การพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรมพลังงาน

ในด้านบุคลากร มีการพัฒนาระบบการฝึกอบรมวิศวกรรมแบบบูรณาการร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ เช่น ชิงหวา เทียนจิน ซีอานเจียวทง และ North China Electric Power University

มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมรวมกว่า 350 คน โดยเน้นวิศวกรรุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 35 ปี และบัณฑิตส่วนใหญ่เริ่มต้นอาชีพตั้งแต่อายุ 22–24 ปี เพื่อสร้างกำลังคนคุณภาพสูงรองรับอุตสาหกรรมพลังงานในอนาคต

S 15998981 0 1

“ห้องคอนโทรลส่งเสริมการใช้ระบบไฟฟ้าอัจฉิริยะ และพลังงานสะอาดในเขตเมืองหลวง”

ศูนย์วิจัยได้ดำเนินการตรวจสอบและติดตามระบบมิเตอร์ต่าง ๆ แบบเรียลไทม์ สั่งการเดินเครื่องจากระยะไกล การเชื่อมโยงระหว่างระบบผลิตไฟฟ้าความร้อนกับระบบสั่งการ และการติดตามค่าด้านสิ่งแวดล้อมแบบเรียลไทม์ด้วย

การใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะและระบบดิจิทัลเหล่านี้ เราสามารถเสริมความมั่นคงของการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการผลิตไฟฟ้า และช่วยรับประกันความปลอดภัยของการจ่ายไฟฟ้าและพลังงานความร้อนให้กับเมืองหลวง

ระบบบริหารจัดการแบบบูรณาการช่วยให้สามารถตรวจสอบพารามิเระบบมิเตอร์ต่าง ๆ ของหน่วยผลิตแบบเรียลไทม์ ควบคุมการทำงานจากระยะไกล และสั่งการแบบไดนามิกระหว่างระบบโครงข่ายไฟฟ้าและระบบทำความร้อน รวมถึงการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมแบบศูนย์กลาง

ระบบทรัพยากรดิจิทัลและอัจฉริยะนี้ สามารถดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้มั่นใจได้ถึงความมั่นคงของการจ่ายไฟฟ้าและพลังงานเพื่อสนับสนุนเมืองหลวง

โดยมี บริษัท จงตาถัง เกาจิ่ง เทอร์มอลพาวเวอร์ (China Datang Gaojing Thermal Power Company) เป็นกำลังหลักในการรักษาความมั่นคงด้านพลังงานของกรุงปักกิ่ง

ภายในปี 2025 กำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมดของเครือข่ายไฟฟ้าในเขตปักกิ่ง–เทียนจิน–ถังซาน จะสูงถึง 24.79 ล้านกิโลวัตต์ และตลอดทั้งปีสามารถส่งพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่เมืองหลวงได้ประมาณ 66.3 พันล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง หรือกล่าวได้ว่าเกือบครึ่งหนึ่งของความต้องการไฟฟ้าของกรุงปักกิ่งได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มบริษัทนี้

โรงไฟฟ้าเกาจิ่งเป็นโรงไฟฟ้ากังหันก๊าซที่ใหญ่ที่สุดที่ยังดำเนินการอยู่ของศูนย์วิจัยไชน่าต้าถัง China Datang มีเครื่องกังหันก๊าซ 3 เครื่อง และกังหันไอน้ำ 2 เครื่อง มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 1,380 เมกะวัตต์

การผลิตไฟฟ้าของโรงงานแห่งนี้คิดเป็นประมาณ 13% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าจากกังหันก๊าซทั้งหมดภายใต้ระบบจ่ายไฟรวมของปักกิ่ง และพื้นที่ให้บริการด้านความร้อนครอบคลุมประมาณ 7% ของเขตเมืองชั้นในของกรุงปักกิ่ง

โรงไฟฟ้าสามารถตอบสนองความต้องการสำคัญสองด้านพร้อมกัน คือทั้งการจ่ายไฟฟ้าให้เมืองและการให้ความร้อนในฤดูหนาวแก่ประชาชน ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของเมืองหลวงอย่างแข็งแกร่ง

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีจาก Cornell ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบบ Combined Cycle ที่สามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง โดยเป็นการผสานการทำงานของก๊าซธรรมชาติ ทำให้มีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าสูง และช่วยลดการปล่อยมลพิษได้อย่างมีนัยสำคัญ เทคโนโลยีนี้ยังมีจุดเด่นคือสามารถเริ่มเดินเครื่องได้อย่างรวดเร็ว จึงตอบสนองต่อความต้องการพลังงานของเมืองที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยยังมีกระบวนการปรับเปลี่ยนระบบไปสู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (สีเขียว) อย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ อาศัยการวางผังเชิงพื้นที่ในเขตกรุงปักกิ่ง ได้เริ่มเดินเครื่องโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมผสมพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 5 โครงการ และโครงการสาธิต “คาร์บอนเป็นศูนย์” อีก 1 โครงการ

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงการผสานเทคโนโลยีหลายด้านเข้าด้วยกัน ทั้ง AI ระบบควบคุมอัจฉริยะ หุ่นยนต์ การสื่อสารยุคใหม่ การวิเคราะห์ข้อมูล และระบบพลังงานหมุนเวียน

เป้าหมายไม่ใช่เพียงการผลิตไฟฟ้า แต่คือการสร้างระบบพลังงานที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่น และยั่งยืน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคพลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต

ภาพ -ข่าว มณีนาถ อ่อนพรรณา

 

Tag ยอดนิยม

แชร์บทความ

Related Articles