‘สกุชชี่’ ฮิตเพราะอะไร?  ธุรกิจของเล่นคลายเครียดมูลค่าแตะ 5 พันล้านดอลล์

แชร์บทความ

JTN Businesss 1 2026 06 30T172545.001

กระแส “สกุชชี่” (Squishy) ที่กำลังมาแรงในไทยไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในบ้านเรา เพราะในจีนของเล่นคลายเครียดชิ้นนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นธุรกิจมูลค่าหลายหมื่นล้านหยวน แม้กระทั่งในห้องเรียน นักศึกษาหลายคนยังหยิบขึ้นมาบีบระหว่างเรียน โดยบอกว่าเพียงแค่บีบก็ช่วยผ่อนคลายความเครียดและอารมณ์ได้

จากของเล่นเด็ก ปัจจุบันกลับเติบโตเป็นธุรกิจมูลค่ามหาศาล  รายงานระบุว่าปี 2024 ตลาดของเล่นคลายเครียดทั่วโลกมีมูลค่า 5.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.83 แสนล้านบาท) ขณะที่ตลาดจีนมีมูลค่าทะลุ 2 หมื่นล้านหยวน (ราว 9.78 หมื่นล้านบาท) ส่วน Tangle ของเล่นบิดคลายเครียดเพียงรุ่นเดียว มียอดขายในจีนกว่า 1 ล้านชิ้น ภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี และคาดว่าภายในปี 2030 ความต้องการของเล่นคลายเครียดประเภทพลาสติกในจีนจะเพิ่มขึ้นเป็น 145 ล้านชิ้น

Tangle ถือกำเนิดในสหรัฐฯ ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980 เดิมพัฒนาเป็นอุปกรณ์ช่วยบำบัดสำหรับเด็กสมาธิสั้นและเด็กออทิสติก เพื่อช่วยปรับอารมณ์ผ่านการสัมผัส ก่อนจะพัฒนามาเป็นของเล่นคลายเครียดสำหรับผู้บริโภคทั่วไป

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ของเล่นคลายเครียดได้รับความนิยม คือพฤติกรรมการบริโภคที่มุ่งเติมเต็ม “คุณค่าทางอารมณ์” โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ จนเกิดการเติบโตของ “เศรษฐกิจอารมณ์”

รายงานระบุว่า มูลค่าตลาดสินค้าทางอารมณ์ของจีนจะเพิ่มจาก 2.72 ล้านล้านหยวน (ราว 13.30 ล้านล้านบาท) ในปี 2026 เป็นกว่า 4.5 ล้านล้านหยวน (ราว 22.01 ล้านล้านบาท) ในปี 2029 โดยของเล่นคลายเครียดหรือสกุชชี่เป็นหนึ่งในสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด 

ผู้บริโภคหลักของของเล่นคลายเครียดคือกลุ่มเจน Z โดยเฉพาะนักศึกษาและ First Jobber ซึ่งต้องเผชิญแรงกดดันจากการเรียน การทำงาน และความคาดหวังจากครอบครัว ทำให้เกิดความรู้สึกว่าสูญเสียการควบคุมชีวิต จนหันมาเลือกซื้อของเล่นคลายเครียดเพื่อชดเชยความรู้สึกดังกล่าว 

ของเล่นคลายเครียดยังกลายเป็นเครื่องมือเข้าสังคมที่คนรุ่นใหม่นำมาใช้สร้างบทสนทนาและแสดงตัวตน 

ตัวอย่างคือ “นาตาชา” สกุชชี่รูปเด็กทารกที่เคยเป็นกระแสในจีน ก่อนถูกถอดออกจากแพลตฟอร์มออนไลน์ในเดือนมิถุนายน 2026 หลังถูกวิจารณ์ว่ามีการโปรโมตวิธีเล่นที่รุนแรงและอาจส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน

แม้ของเล่นคลายเครียดหลายชนิดจะถูกถอดออกจากตลาด แต่ตราบใดที่กระแส “การบริโภคเชิงอารมณ์” ยังเติบโต สินค้าที่อยู่ในพื้นที่สีเทาก็มีแนวโน้มเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักวิชาการเตือนว่าของเล่นที่ออกแบบให้มีรูปร่างคล้ายมนุษย์หรือเด็ก อาจทำให้ผู้เล่น โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน แยกแยะเส้นแบ่งระหว่าง “คน” กับ “สิ่งของ” ได้ไม่ชัดเจน จนมองว่าพฤติกรรมรุนแรงต่อของเล่นเป็นเรื่องปกติ

จีนเตรียมบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยของเล่นแห่งชาติฉบับใหม่ในเดือนพฤศจิกายน 2026 โดยเพิ่มข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของวัสดุและสารเคมีให้เข้มงวดยิ่งขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การแก้ปัญหาไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้บริโภคเพียงฝ่ายเดียว แต่แพลตฟอร์มออนไลน์ หน่วยงานกำกับดูแลและผู้ประกอบการควรร่วมกันลดการเผยแพร่คอนเทนต์ที่ส่งเสริมความรุนแรง พร้อมคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตที่พัฒนาสินค้าที่มีคุณภาพ และยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรม

Tag ยอดนิยม

แชร์บทความ

Related Articles