ปณิธานอันมุ่งมั่นของหลวงพ่อไห่ทงกับหลวงพ่อโตเล่อซาน

แชร์บทความ

... ทางเดินเข้าแคว้นสู่ เสฉวน ยากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์ 1

เรื่องและภาพ โดย ปริวัฒน์ จันทร

“อาตมายอมสูญเสียดวงตาของตนเอง เพื่อรักษาพระพุทธรูปที่ได้มาด้วยความยากเย็นยิ่ง”
คำประกาศอย่างมุ่งมั่นของหลวงพ่อไห่ทง มิยอมอ่อนข้อต่ออุปสรรคอันยิ่งใหญ่ที่มาขวางกั้น

4.มหาปณิธานของหลวงพ่อไห่ทง ผู้สร้างหลวงพ่อโตเล่อซาน
มหาปณิธานของหลวงพ่อไห่ทง ผู้สร้างหลวงพ่อโตเล่อซาน

 (๑.) หลวงพ่อไห่ทง (海通和尚) เป็นชาวเมืองเต้าโป (ปัจจุบันคือเมืองจุนอี้ มณฑลกุ้ยโจว) ท่านเกิดในปีค.ศ.๗๑๓ สมัยราชวงศ์ถัง รัชกาลจักรพรรดิถังเสวียนจง ท่านมีนามเดิมว่าชิงเหลียน (หมายถึง ดอกบัวที่ผุดขึ้นจากโคลนตมอันใสสะอาด) เมื่ออายุ ๑๒ ปีได้บวชเรียนกับพระอาจารย์ฮุ่ยจิ้งที่มีชื่อเสียง เมื่ออายุได้ ๒๔ ได้ลาอาจารย์ออกเดินทางไปท่องทั่วแผ่นดิน จนกระทั่งมาถึงภูเขาหลิงหยุนซาน (凌云山) เมืองเจียโจว (ปัจจุบันคือ เมืองเล่อซาน (乐山) มณฑลซื่อชวน (四川) ท่านชอบภูมิทัศน์ของภูเขาแห่งนี้ จึงได้สร้างกระท่อมหญ้าขึ้นเพื่อพักอาศัยและปฏิบัติธรรม

วันหนึ่งท่านได้สังเกตเห็นว่า บริเวณด้านล่างของภูเขาหลิงหยุนซาน เป็นดินแดนสามสบของแม่น้ำสามสาย คือ หมินเจียง (岷江) ต้าตู้เหอ (大渡河) และชิงอีเจียง (青衣江) แม่น้ำทั้งสามสายไหลมาอย่างเชี่ยวกราก เมื่อมาประสบกัน ก่อให้เกิดคลื่นร้ายส่งเสียงกึกก้อง ทำให้เรือชาวบ้านอับปางอยู่เสมอ อีกทั้งในยามฤดูน้ำหลาก กระแสน้ำยังเอ่อท้นท่วมบ้านเรือนเทือกสวนไร่นาสองฟากฝั่ง คร่าชีวิตประชาชนล้มตายลงเป็นจำนวนมาก

 (๒.)  เมื่อท่านเห็นประชาชนเดือดร้อนประสบกับอุบัติภัยและอุทกภัยที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ จึงเกิดความสังเวชใจ ครุ่นคิดหาทางที่จะแก้ไขปัญหา ชาวเหลือชาวบ้าน จึงได้มุ่งมั่นที่จะสร้างพระศรีอริยเมตไตรย (หมีเล่อฝอ (弥勒佛)) ขึ้นองค์หนึ่ง เพื่อข่มแม่น้ำทั้งสามสายให้ลดความเกรี้ยวกราดลง ท่านจึงได้ออกธรรมจาริกไปบอกบุญกับต่างเมืองต่างอำเภอด้วยความยากลำบากอยู่นานหลายปี จนสามารถรวบรวมเงินทุนมากพอ เพื่อมาแกะสลักพระพุทธรูปขึ้นบริเวณหน้าผาหลิงหยุนซานริมแม่น้ำหมินเจียงได้

ฤดูกาลหมุนเวียนผ่านไป เค้าโครงของพระพุทธรูปริมหน้าผาเริ่มปรากฎชัดขึ้น วันหนึ่ง เจ้าเมืองเจียโจวทผู้ละโมภในทรัพย์สิน ทราบว่าหลวงพ่อไห่ทงสามารถหาเงินบริจาคได้เป็นจำนวนมาก จึงหมายมุ่งมาขอเงินจากหลวงพ่อ ทว่าหลวงพ่อไห่ทงยืนหยันอย่างไม่ยำเกรงอำนาจบารมีของเจ้าเมือง พร้อมกล่าวขึ้นอย่างเฉียบขาดแน่วแน่ว่า “อาตมายอมสูญเสียดวงตาของตนเอง เพื่อรักษาพระพุทธรูปที่ได้มาด้วยความยากเย็นยิ่ง!”

(๓.) เจ้าเมืองแสดงท่าทีเยาะเย้ย เพราะไม่เชื่อว่าจะมีใครที่จะยอมเสียสละดวงตาของตนเอง จึงกล่าวเย้ยหยันขึ้นว่า “ถ้าท่านแน่จริง ก็ลองควักลูกตาของท่านให้ข้าดูหน่อยเถอะ” ว่าแล้วหลวงพ่อไห่ทงก็หยิบถาดทองเหลืองขึ้นมาใบหนึ่ง แล้วนำนิ้วมือควักดวงตาของตนเองออกมา วางบนถาดใบนั้นอย่างไม่สะทกสะท้านหวาดกลัว เจ้าเมืองผู้ละโมบเมื่อเห็นดังนั้น สีหน้าถึงกับถอดสี ละอายแก่ใจตนเอง รีบหนีลงจากเขาหลิงหยุนซานไปแทบจะในบัดดล

ชาวบ้านเมื่อทราบข่าว ต่างเคารพศรัทธาหลวงพ่อไห่ทงมากยิ่งขึ้น ที่ยอมเสียสละดวงตาของตน แต่ไม่ยอมเสียสละเงินที่ชาวบ้านทั่วทั้งแผ่นดินร่วมกันบริจาคมาสร้างพระพุทธรูป จึงได้ร่วมแรงร่วมใจกันแกะสลักพระพุทธรูปบนหน้าผาริมฝั่งแม่น้ำ แม้ในยามที่หลวงพ่อจะถึงแก่มรณภาพไปแล้ว งานก่อสร้างก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ

 (๔.) ลุรัชศกเจินหยวนปีที่ ๑๙ ในรัชกาลจักรพรรดิถังเต๋อจง (ปีค.ศ.๘๐๓) พระพุทธรูปแกะสลักปางประทับนั่ง ขนาดความสูง ๗๑ เมตร ที่ใช้เวลาในการสร้างนาน ๙๐ ปี ก็สำเร็จลุล่วงลง นับเป็นพระพุทธรูปโบราณแกะสลักที่สูงใหญ่ที่สุดในโลก

โดยมีขนาดส่วนต่าง ๆ ของหลวงพ่อโต ดังนี้ พระเศียรสูง ๑๔.๗ เมตร เม็ดพระศกมีจำนวน ๑,๐๕๑ เม็ด พระกรรณยาว ๗ เมตร พระนาสิกและพระขนงยาว ๕.๖ เมตร พระโอษฐ์และพระเนตรยาว ๓.๓ เมตร พระศอยาว ๓ เมตร พระอังสายาว ๒๔ เมตร พระหัตถ์ยาว ๘.๓ เมตร จากพระชงฆ์ถึงพระบาทยาว ๒๘ เมตร พระบาทกว้าง ๘.๕ เมตร สองข้างริมแม่น้ำมีเทพธรรมบาลประทับยืนซ้ายขวามีขนาดความสูงองค์ละ ๑๖ เมตร

เมื่อค.ศ.๑๙๖๒ ระหว่างการบูรณะส่วนพระเศียรขององค์หลวงพ่อโต วิศวกรได้พบว่านายช่างแต่อดีตได้ทำการฝังระบบระบายน้ำที่มีช่องทางและรางน้ำซ่อนอยู่บนเม็ดพระศก เพื่อใช้ระบายน้ำฝน และเป็นช่องทางระบายอากาศเพื่อให้ภายในองค์พระแห้งอย่างน่าอัศจรรย์

ดังคำกล่าวที่ว่า “ขุนเขาแลดุจพระองค์หนึ่ง พระองค์หนึ่งแลดั่งเขาลูกหนึ่ง” และนับแต่บัดนั้นถึงปัจจุบัน ระดับของแม่น้ำของไม่เคยท่วมเกินกว่าพระบาทของหลวงพ่อโตเล่อซาน (乐山大佛) ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่ตั้งของเมืองเล่อซาน ดังนั้น เมืองเล่อซานจึงไม่เคยถูกน้ำท่วมเมืองอีกเลย…

หลวงพ่อโตเล่อซาน ประติมากรรมชั้นเลิศอายุกว่า ๑,๒๐๐ ปี ยังคงเป็นประจักษ์พยานอันยิ่งใหญ่ในปณิธานอันแน่วแน่ของหลวงพ่อไห่ทงยืนยงมาจนถึงปัจจุบัน  ทุกวันนี้ หลวงพ่อโตเล่อซานเป็นหมุดหมายสำคัญของผู้มาเยือนมณฑลซื่อชวน ที่จะได้ล่องเรือบนแม่น้ำหมิ่นเจียงเพื่อชมความยิ่งใหญ่ขององค์พระ รวมทั้งการเดินลงและขึ้นบันไดเพื่อสัมผัสในทุกระดับชั้นความสูงจนถึงเบื้องพระบาทขององค์หลวงพ่อโต ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโกคู่กับภูเขาเอ๋อเหมย (ง๊อไบ๊) เมื่อค.ศ.๑๙๙๖

…น้อมคารวะปณิธานของหลวงพ่อไห่ทงและหลวงพ่อโตเล่อซาน…

Tag ยอดนิยม

แชร์บทความ

Related Articles