6 เทรนด์ฉลาดชอป ของผู้บริโภคจีนยุคใหม่

แชร์บทความ

JTN Businesss 1 3

นิยามการดูแลตัวเองในปี 2025 ได้ก้าวข้ามสู่ยุคแห่งการบริโภคด้วยความรู้เท่าทัน และเริ่มกล้าตั้งคำถาม กล้าเรียกร้องคุณภาพที่สมเหตุสมผลจากแบรนด์อย่างตรงไปตรงมา ขณะเดียวกันก็พร้อมทุ่มเทเปย์ให้แก่สิ่งที่มอบความสุขทางใจให้ จนเกิดเป็นวลี “เงินเท่าไหร่ก็ซื้อความเต็มใจไม่ได้ แต่ถ้าเต็มใจ ต่อให้เสียเท่าไหร่ก็ยอม” ซึ่งสะท้อนผ่านผลสำรวจที่ New Weekly (新周刊) สื่อจีนทำร่วมกับ Tmall (天猫) มาดูกันว่า 6 เทรนด์การใช้จ่ายที่กำลังมาในจีนปีนี้มีอะไรบ้าง

1.เลือกซื้อจากส่วนประกอบและข้อมูลสินค้า

พฤติกรรมการซื้อสกินแคร์ของคนจีนรุ่นใหม่ เปลี่ยนจากยุคตามกระแสเข้าสู่ยุคสกินแคร์สายวิทย์อย่างเต็มตัว ผู้บริโภคหันมาศึกษาผลงานวิจัยและวิเคราะห์ส่วนผสมเชิงลึกอย่างจริงจังก่อนตัดสินใจซื้อ ส่งผลให้แบรนด์ต้องปรับตัวแข่งขันกันให้ความรู้เรื่องสารเฉพาะทาง เช่น Pro-Xylane B5 หรือ Niacinamide มากขึ้น เห็นได้จากการเติบโตระดับสองหลักในกลุ่มผลิตภัณฑ์เน้นผลลัพธ์เฉพาะจุด ทั้งการชะลอวัย การซ่อมแซมผิวระดับลึก  ไปจนถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลหนังศีรษะที่เติบโตต่อเนื่อง

ด้านอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งได้ก้าวข้ามจากการเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่ม เพราะมือใหม่ไม่น้อยหันมาศึกษาข้อมูลและเลือกใช้อุปกรณ์ที่ตรงกับชนิดกีฬาอย่างจริงจัง เช่น เสื้อผ้ากีฬาที่ช่วยดูดซับความชื้น

เช่นเดียวกับอุปกรณ์ติดตามข้อมูลสุขภาพที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน ผู้บริโภคพร้อมจ่ายให้กับอุปกรณ์คุณภาพสูงที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

2.ซื้อสินค้าที่บ่งบอกตัวตน

อาร์ตทอยและของสะสมกลายเป็นตัวกลางที่ช่วยจำแนกผู้คนที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกันเข้าด้วยกัน ไอเทมทุกชิ้นที่เลือกใช้ล้วนสะท้อนตัวตนของแต่ละคน เห็นได้ชัดจากยอดขายในแคมเปญ 11.11 บน Tmall (天猫) ที่หมวดกล่องสุ่ม เกม อนิเมะ และตุ๊กตาล้วนเติบโตในเลขสองหลัก

นอกจากนี้ยังมีเทรนด์การแต่งตัวแบบเป็นตัวเองที่เน้นแต่งตามความชอบส่วนบุคคลมากกว่าการวิ่งตามกระแส ตั้งแต่การหยิบชุดจีนฮั่นฝู กระโปรงเทนนิส หรือเสื้อกีฬาที่เหล่าคนดังใส่มามิกซ์แอนด์แมตช์ ไปจนถึงการใช้ไอเทมเฉพาะกลุ่มอย่างหูฟังแบบหนีบ เคสมือถือแบรนด์ CASETiFY หรือลาบูบู้ ที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการแต่งตัว

3.ซื้อสินค้าที่เป็นการลงทุนระยะยาว

คนรุ่นใหม่ไม่ได้หันหลังให้กับสินค้าแบรนด์หรู แต่ปรับเปลี่ยนมุมมองเป็นการลงทุนเพื่อตัวเองในระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับสินค้าที่เรียบง่าย ใช้ได้นาน และรักษามูลค่าได้ดีกว่าฟาสต์แฟชั่นที่มาไวไปไว ดังจะเห็นได้จากความนิยมในกระเป๋ารุ่นคลาสสิกหรือนาฬิกาวินเทจที่มูลค่าเพิ่มสูงขึ้นตามกาลเวลา

แนวคิดแบบซื้อครั้งเดียวจบนี้จึงกลายเป็นบรรทัดฐานของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ฉลาดชอป ยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อคุณภาพที่ใช้งานได้นับสิบปี ไม่ว่าจะเป็นเสื้อขนเป็ด เสื้อโค้ต หรือรองเท้าบูต

4.เปย์ไม่อั้นเพื่อเยียวยาใจ

สำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ แม้การใช้จ่ายในชีวิตประจำวันจะยึดถือความคุ้มค่าเป็นที่ตั้ง แต่การเปย์เพื่อเยียวยาจิตใจกลับเป็นข้อยกเว้น เห็นได้จากความเต็มใจในการใช้เงินเพื่อซื้อความสุขมาฮีลใจ ซึ่งถูกนิยามใหม่ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่การตามหาของสะสมหายากอย่าง Hello Kitty เวอร์ชันผิวแทน การหมุนฟิดเจ็ตสปินเนอร์คลายเครียดใต้โต๊ะทำงาน ไปจนถึงการฟูมฟักสัตว์เลี้ยงแสนฉลาดอย่างนกแก้วไว้เป็นเพื่อนคู่ใจ

5.ซื้อสินค้าสายเลือดจีน

ในปี 2025 พลังแห่งรากเหง้าวัฒนธรรมได้ตื่นขึ้นในใจผู้บริโภคยุคใหม่ของจีน และถูกตีความใหม่จนกลายเป็นความหลงใหล เริ่มตั้งแต่กระแสเครื่องประดับทองและงานหัตถศิลป์โบราณที่มียอดพรีออร์เดอร์ถล่มทลาย เพราะผู้คนเริ่มหันมาให้คุณค่ากับความประณีตที่ต้องใช้เวลาสร้างสรรค์ชิ้นงาน เช่นเดียวกับความสำเร็จของแบรนด์จีนรุ่นใหม่ หรือแอนิเมชันจีนอย่างนาจา ที่นำซอฟต์พาวเวอร์มานำเสนอได้อย่างน่าตื่นตา เทรนด์เก่าในใหม่นี้ส่งผลให้แฟชั่นสไตล์จีนร่วมสมัยอย่างกระโปรงหม่าเมี่ยน (马面裙) หรือเสื้อคอจีน ถูกนำมามิกซ์แอนด์แมตช์ในชีวิตประจำวันอย่างแพร่หลาย

6.ซื้อสินค้าแบบครบจบในชิ้นเดียว

สิ่งที่ผู้บริโภคยุคนี้ตามหา คือความรู้สึกแบบการได้ใช้ “มีดพกสวิส” หรือ สินค้าที่ครบจบในอุปกรณ์ชิ้นเดียว ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างหุ่นยนต์ดูดฝุ่นล้างตัวเองได้ เครื่องซักผ้าแยกถังซัก เตียงและเก้าอี้ที่ปรับไฟฟ้าได้ ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการฟังก์ชันอเนกประสงค์

สำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง พบว่าเครื่องให้อาหารต้องมีกล้อง กระบะทรายแมวต้องชั่งน้ำหนักได้ ของใช้สำหรับสัตว์เลี้ยงไม่ได้แค่ฉลาดแต่ต้องผสมฟังก์ชันหลากหลาย อำนวยความสะดวกและสบายใจให้แก่เจ้าของไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน

เมื่อมองย้อนกลับไปดูทั้ง 6 เทรนด์ จะพบความจริงที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือ ผู้บริโภคยุคใหม่ไตร่ตรองมากขึ้นเมื่อต้องซื้อของจำเป็นอย่างทิชชู่หรือแชมพู แต่กลับเต็มใจที่จะจ่ายเมื่อต้องซื้อสิ่งของที่มอบความสุขทางใจให้หรือซื้อสิ่งที่สะท้อนตัวตน แล้วคุณล่ะ มีพฤติกรรมแบบเดียวกันหรือไม่

Tag ยอดนิยม

แชร์บทความ

Related Articles