ทุกวันนี้ ไม่ว่าชายหรือหญิง ต่างก็นิยมใช้น้ำหอมเพื่อเพิ่มเสน่ห์และสร้างความประทับใจให้กับคนรอบข้าง ทั้งๆ ที่ในสมัยโบราณที่ยังไม่มีน้ำหอมแบบที่เรารู้จัก ผู้คนในยุคนั้นกลับให้ความสำคัญกับกลิ่นหอมไม่แพ้กัน แถมอาจจะพิถีพิถันกว่าด้วยซ้ำ เห็นได้จากตำนานของ หยางกุ้ยเฟย สนมเอกผู้เลอโฉมแห่งราชวงศ์ถัง ที่ได้รับฉายาว่า “มวลผกาละอายนาง” ครั้งหนึ่งเมื่อนางไปชมสวนดอกไม้ กลิ่นหอมจากร่างกายของนางฟุ้งกระจายไปทั่ว เหล่าดอกไม้ที่เคยเบ่งบานเมื่อได้เห็นความงามของนาง กลับหุบกลีบดอกลงอย่างเงียบงัน ราวกับต้องมนต์
คนจีนโบราณมีวิธีอะไรในการทำให้ร่างกายและเสื้อผ้าหอมสดชื่น โดยไม่ต้องพึ่งพาน้ำหอมสังเคราะห์

1. ประดับกายด้วยเครื่องหอม
ตั้งแต่สมัยก่อนราชวงศ์ฉิน ชาวจีนโบราณมีธรรมเนียมในการใช้พืชหอมและเครื่องหอมพกติดตัว เช่น หญ้าฮุ่ยเฉ่า (蕙草) และใบเจ๋อหลาน (泽兰) ซึ่งช่วยเพิ่มความหอมให้กับร่างกาย อีกทั้งยังมีคุณสมบัติป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์และเชื่อว่าช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดี ในซีรีส์จีนอย่าง เจินหวน จอมนางคู่แผ่นดิน (甄嬛传) เราจะเห็นว่าจักรพรรดิและขุนนางมักพกถุงหอมติดตัวเสมอ
2. อาบน้ำด้วยน้ำสมุนไพรหอม
การใช้น้ำที่แช่ด้วยสมุนไพรหอมมีต้นกำเนิดมาจากพิธีกรรมบูชาเทพเจ้า ตามบันทึกในฉู่ฉือ (楚辞) นักพรตหญิงจะต้องอาบน้ำที่มีกลิ่นหอมเพื่อชำระร่างกายก่อนทำพิธีกรรม ต่อมาขั้นตอนนี้ถูกพัฒนาไปเป็นการใช้น้ำกุหลาบและน้ำสมุนไพรอื่นๆ ในการอาบน้ำและล้างมือ ซึ่งยังคงมีให้เห็นในปัจจุบัน เช่น การอาบน้ำสมุนไพรในเทศกาลตวนอู่ หรือเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง ที่มีการใช้อ้ายเฉ่า (艾草) เพื่อชำระล้างร่างกาย

3. อบร่ำเสื้อผ้า
จากการขุดพบสิ่งของในสุสานโบราณของราชวงศ์ฮั่น พบว่าชาวจีนโบราณนิยมใช้ควันจากเครื่องหอมอบร่ำให้เสื้อผ้ามีกลิ่นหอมสดชื่นจากสมุนไพรที่เลือกใช้
4. อบเครื่องนอนด้วยควันหอม
นอกจากเสื้อผ้าแล้ว ชาวจีนโบราณยังนิยมทำให้เครื่องนอนมีกลิ่นหอมด้วยการใช้ “ลูกบอลหอม” (熏球) ซึ่งออกแบบให้สามารถปล่อยกลิ่นหอมโดยไม่เลอะเทอะ ลูกบอลเหล่านี้สามารถวางในที่นอน แขวนไว้ในห้อง หรือพกติดตัวไปไหนมาไหนได้
5. ใช้ไม้หอมสร้างบ้านและเฟอร์นิเจอร์
ในยุคราชวงศ์ถัง บรรดาขุนนางและชนชั้นสูงนิยมใช้ไม้หอมอย่างไม้จันทน์ สร้างเตียงและโต๊ะ รวมถึงใช้ “หลงเหน่าเซียง” (龙脑香) หรือไม้พะยอมปูตามพื้นทางเดิน และทาผนังด้วยสี่สุดยอดแห่งความหอม (沉檀龙麝) อันประกอบด้วย ไม้กฤษณา ไม้จันทน์ ไม้พะยอม และชะมดเช็ด ส่งผลให้ทุกช่วงเวลาของชีวิตรายล้อมไปด้วยความหอม ตั้งแต่การรับประทานอาหาร ดื่มชา ไปจนถึงการเดินเล่นชมดอกไม้
6. ใช้ “ขี้ผึ้งน้ำหอม”
แม้จะไม่มีน้ำหอมในรูปแบบของเหลว แต่ชาวจีนโบราณก็มี “น้ำหอมแข็ง” หรือขี้ผึ้งน้ำหอม (香膏) ซึ่งแบ่งออกเป็นสองประเภท ได้แก่
- ขี้ผึ้งที่สกัดจากพืชหอมโดยตรง
- ขี้ผึ้งที่ทำจากน้ำมันพืชหรือน้ำมันสัตว์ ผสมกับสมุนไพรหอม
วิธีใช้ก็ง่ายมาก เพียงแค่ทาบนร่างกาย กลิ่นหอมจะติดทนนาน แม้จะไม่ฟุ้งกระจายเท่าน้ำหอมสมัยใหม่ แต่กลับมีความคงทนกว่ามาก
7. อมสมุนไพรหอม
แม้ว่าในอดีตจะไม่มียาสีฟันหรือหมากฝรั่ง แต่ผู้คนก็ให้ความสำคัญกับกลิ่นปากเป็นอย่างมาก ในสมัยราชวงศ์สุยและถัง การถวายเครื่องหอมเป็นของบรรณาการเป็นที่นิยมมาก และขุนนางมักจะอม “จีเสอเซียง” (鸡舌香) หรือเครื่องหอมลิ้นไก่ ที่ทำจากดอกกานพลู ในปากระหว่างเข้าราชสำนัก
8. จุดกำยานในห้องนอน
บันทึกจากยุคราชวงศ์ซ่งระบุว่า นักปราชญ์และขุนนางนิยมจุดกำยานในห้องรับแขกและห้องนอนทุกวัน เช่นเดียวกับในซีรีส์เจินหวน จอมนางคู่แผ่นดิน (甄嬛传) ที่ตัวละคร “ฮว๋าเฟย” (华妃) มักจุดกำยาน “ฮวนอีเซียง” (欢宜香) ไว้ตลอดเวลา
แม้ว่าคนสมัยโบราณจะไม่มีน้ำหอมในรูปแบบที่เราคุ้นเคย แต่พวกเขากลับมีวิธีทำให้ตัวหอมอย่างเป็นธรรมชาติและละเอียดลออ ไม่ว่าจะเป็นการใช้พืชหอม อบควัน การสร้างบ้านจากไม้หอม หรือแม้แต่การอมสมุนไพรเพื่อให้ลมหายใจหอมสดชื่น เรียกได้ว่า ความใส่ใจในรายละเอียดของพวกเขานั้นไม่แพ้คนยุคปัจจุบันเลย


