
ของเล่นคลายเครียดรูปทารกที่มีชื่อว่า “นาตาชา” กำลังได้รับความนิยมในหมู่เด็กและเยาวชนจีน โดยจุดขายอยู่ที่การเล่นด้วยวิธีรุนแรง เช่น การทุบ เหยียบ ใช้เข็มแทง ตัดทำลาย ด้านโรงเรียนหลายแห่งได้สั่งห้ามนักเรียนซื้อหรือนำของเล่นดังกล่าวเข้าโรงเรียนแล้ว
เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. สมาคมผู้บริโภคแห่งประเทศจีน เตือนว่าคลิปการตลาดของเล่นเด็กที่มีเนื้อหารุนแรงหรือไม่เหมาะสม อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย และพบว่าบริเวณรอบๆ โรงเรียนหลายแห่งในนครอู่ฮั่นยังคงมีการจำหน่ายของเล่นชนิดนี้ โดยผู้ค้าบางรายระบุว่า ช่วงที่ได้รับความนิยมสูงสุด ตุ๊กตารูปทารกดังกล่าวสามารถขายได้ถึงวันละ 50-60 ชิ้น
ตุ๊กตา “นาตาชา” เดิมทีเป็นเพียงของเล่นบีบคลายเครียดที่คอนเทนต์ครีเอเตอร์รายหนึ่งสร้างขึ้นเพื่อใช้ประกอบคลิปแนวตลก ก่อนจะกลายเป็นกระแสในหมู่เด็กและเยาวชนจีนอย่างรวดเร็ว ยอดจำหน่ายของเล่นชนิดนี้ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก สินค้าบางรายการบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมียอดขายสะสมหลายหมื่นชิ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งร้องเรียนว่าของเล่นมีกลิ่นพลาสติกฉุนและคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน จนเกิดข้อกังวลด้านความปลอดภัยของสินค้า ล่าสุด ร้านเครื่องเขียนบางแห่งได้ยุติการจำหน่ายแล้ว หลังได้รับข้อร้องเรียนจากผู้ปกครองและโรงเรียน
อย่างไรก็ตาม พบว่าบางร้านค้ายังคงวางจำหน่ายสินค้าดังกล่าวปะปนกับของเล่นคลายเครียดทั่วไป โดยบรรจุภัณฑ์มีลักษณะเรียบง่ายและไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน ด้านผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าตุ๊กตานี้อาจมีสารเคมีบางชนิด เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์หรือสารเพิ่มความยืดหยุ่นในพลาสติก เกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้
สิ่งที่สร้างความกังวลมากกว่าคุณภาพสินค้า คือรูปแบบการเล่นที่ใช้ตุ๊กตารูปทารกเป็นเป้าหมายในการระบายอารมณ์ผ่านการทุบ เหยียบ หรือทำลาย ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าอาจส่งผลต่อค่านิยมของเด็ก จนโรงเรียนหลายแห่งในอู่ฮั่นได้ออกมาตรการห้ามนำของเล่นนาตาชาเข้ามาในโรงเรียนแล้ว
เด็กจำนวนมากระบุว่ารู้จักของเล่นชนิดนี้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์และซื้อมาเล่นตามกระแสของเพื่อนๆ เพราะมองว่าเป็นของเล่นที่ช่วยคลายเครียดและสร้างความสนุก
ผู้ปกครองจำนวนมากแสดงความกังวลเรื่องผลกระทบต่อพัฒนาการ เพราะการเล่นที่เน้นการทุบ ตี หรือทำลายทารกดังกล่าว อาจส่งเสริมความรุนแรงและลดทอนความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่ากระแสของเล่นยอดนิยมในหมู่เด็กเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่การกำกับดูแลกลับตามไม่ทัน ทำให้สินค้าลักษณะนี้ถูกจำหน่ายอยู่ตามร้านค้าใกล้สถานศึกษา
เหมยจื้อกัง ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยาจากมหาวิทยาลัยครุศาสตร์จีน (Central China Normal University) มองว่าตัวของเล่นไม่ใช่ปัญหาหลัก สิ่งสำคัญคือการชี้แนะของผู้ใหญ่ เนื่องจากพฤติกรรมของเด็กมักได้รับอิทธิพลจากสื่อและสภาพแวดล้อมรอบตัว อย่างไรก็ดีประเด็นนี้สะท้อนถึงปัญหาการนำเสนอคอนเทนต์และโฆษณาที่ส่งเสริมพฤติกรรมรุนแรง จึงควรมีการกำกับดูแลและสร้างแนวทางการสื่อสารที่เหมาะสมสำหรับเด็กและเยาวชน


